True เผยการใช้ Mobility Data กว่า 500 ล้านทริป ช่วยวางแผนท่องเที่ยวไทย

ปกติเมื่อพูดถึง “สัญญาณมือถือ” เรามักนึกถึงความแรงของ 4G, 5G หรือความเร็วอินเทอร์เน็ต แต่ข้อมูลที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายโทรศัพท์ยังสามารถนำมาวิเคราะห์รูปแบบการเดินทางของผู้คน และต่อยอดไปสู่การวางแผนพัฒนาเมืองและการท่องเที่ยวได้ด้วย
ซึ่งส่วนหนึ่งของการที่ คือการใช้แนวคิด Mobility Data หรือข้อมูลการเคลื่อนที่ของผู้คนจากการใช้งานโทรศัพท์มือถือของ True มาวิเคราะห์ร่วมกับงานวิจัย เพื่อทำความเข้าใจว่า นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเดินทางไปที่ไหน และพื้นที่ใดมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวใหม่
ล่าสุดโครงการดังกล่าวได้รับรางวัล Creative Data Award จากเวที Creative Excellence Awards 2026 ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)

Mobility Data คืออะไร ทำไมถึงรู้ว่าเราเดินทางไปไหน?
Mobility Data คือข้อมูลที่สะท้อนรูปแบบการเคลื่อนที่ของผู้คน โดยในโครงการ Routes to Roots มีการนำข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือจากผู้ใช้ที่ยินยอมให้นำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ มาผ่านกระบวนการเข้ารหัสและไม่ระบุตัวตน ก่อนนำไปใช้ในการวิเคราะห์
ดังนั้นเป้าหมายของโครงการจึงไม่ได้อยู่ที่การดูว่า “ใครเดินทางไปไหน” แต่เป็นการมองภาพรวมว่า ผู้คนเดินทางระหว่างพื้นที่อย่างไร เพื่อค้นหารูปแบบและความเชื่อมโยงระหว่างเมืองที่อาจมองไม่เห็นจากข้อมูลการท่องเที่ยวแบบเดิม
ข้อมูลที่นำมาศึกษาครอบคลุมประมาณ 25 ล้านบัญชีต่อเดือนสำหรับนักท่องเที่ยวไทย และมากกว่า 80,000 บัญชีต่อเดือนสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เก็บข้อมูลเป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 ถึงกรกฎาคม 2567

วิเคราะห์กว่า 500 ล้านทริป พบ 21 คลัสเตอร์ท่องเที่ยว
หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของโครงการคือการวิเคราะห์ Mobility Data มากกว่า 500 ล้านทริป ทำให้ทีมวิจัยพบพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงเป็น 21 คลัสเตอร์ท่องเที่ยว
แนวคิดนี้แตกต่างจากการมองการท่องเที่ยวตามขอบเขตจังหวัด เพราะพฤติกรรมจริงของนักท่องเที่ยวไม่ได้จำเป็นต้องเริ่มและจบอยู่ในจังหวัดเดียว การดูเส้นทางการเดินทางจริงจึงช่วยให้เห็นว่าเมืองหรือชุมชนใดมีความเชื่อมโยงกัน และสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันได้
จาก 21 คลัสเตอร์ดังกล่าว มีการคัดเลือก 6 คลัสเตอร์นำร่อง มาผสมผสานข้อมูลการเดินทางเข้ากับอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และทรัพยากรของแต่ละพื้นที่ เพื่อพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่สามารถนำไปใช้งานจริงได้
จาก Big Data กลายเป็น 6 เส้นทางท่องเที่ยวจริง
ข้อมูลเพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้ทำให้คนอยากออกเดินทาง โครงการจึงนำผลการศึกษามาต่อยอดร่วมกับ The Cloud จนเกิดเป็น “Routes to Roots: 6 ทริป 6 เส้นทางสำรวจรากวัฒนธรรมไทย”
แต่ละเส้นทางถูกออกแบบให้เชื่อมโยงการเดินทางเข้ากับเรื่องราว อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และทรัพยากรในพื้นที่ ทำให้ Data ที่เดิมเป็นเพียงตัวเลขสามารถกลายเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่จับต้องได้
ทำไมข้อมูลแบบนี้ถึงสำคัญกับการท่องเที่ยว?
ประโยชน์ของ Mobility Data ไม่ได้มีเพียงการค้นหาว่าจุดไหนมีนักท่องเที่ยวเยอะ แต่สามารถช่วยให้เห็น Flow การเดินทาง ระหว่างเมือง และนำข้อมูลเหล่านั้นไปประกอบการตัดสินใจด้านการท่องเที่ยวได้
ตัวอย่างเช่น หากพบว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางผ่านเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่ง ก็อาจนำข้อมูลดังกล่าวไปออกแบบเส้นทางหรือกิจกรรมเพื่อดึงให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาในพื้นที่ระหว่างทางมากขึ้น รวมถึงช่วยวางแผนเรื่องการลงทุนและการพัฒนาพื้นที่ให้ตรงกับพฤติกรรมการเดินทางจริง
เป้าหมายของโครงการจึงอยู่ที่แนวคิด Evidence-based Tourism Development หรือการใช้ข้อมูลจริงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการท่องเที่ยว เพื่อช่วยกระจายนักท่องเที่ยว การลงทุน และรายได้ไปยังเมืองและชุมชนมากขึ้น

ข้อมูลมาจากไหน แล้วเรื่องความเป็นส่วนตัวล่ะ?
ประเด็นที่คนใช้งานโทรศัพท์น่าจะสงสัยคือเรื่องความเป็นส่วนตัว โดยข้อมูลที่นำมาใช้ในโครงการนี้มาจากผู้ใช้ที่ ยินยอมให้นำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ และผ่านการเข้ารหัสรวมถึงไม่ระบุตัวตนก่อนนำมาวิเคราะห์
จุดประสงค์จึงเป็นการศึกษารูปแบบการเคลื่อนที่ในภาพรวม ไม่ใช่การระบุตัวบุคคลหรือดูเส้นทางของผู้ใช้รายใดรายหนึ่ง
Routes to Roots คว้ารางวัล Creative Data Award 2026
จากแนวคิดการนำข้อมูลมาผสมกับงานวิจัยและความคิดสร้างสรรค์ ทำให้ Routes to Roots ได้รับรางวัล Creative Data Award จาก Creative Excellence Awards 2026
โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง True Corporation และ Social Design Lab คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมการสนับสนุนจากหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม โดยต่อยอดมาจากโครงการ Data Playground for Human Impacts ของ True ที่น่าสนใจ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




