ปิดตำนาน iPhone X? รุ่นบุกเบิก Face ID เดินทางมาถึงช่วงท้ายของบริการฮาร์ดแวร์

ย้อนกลับไปในปี 2017 หนึ่งในมือถือที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับ iPhone คงหนีไม่พ้น iPhone X เพราะเป็นรุ่นที่ Apple ตัดปุ่ม Home ที่อยู่คู่กับ iPhone มานานออก เปลี่ยนมาใช้หน้าจอแบบเกือบเต็มพื้นที่ พร้อมระบบ Face ID และการควบคุมด้วย Gesture ที่กลายมาเป็นพื้นฐานของ iPhone รุ่นใหม่จนถึงปัจจุบัน
แต่หลังจากผ่านมานานเกือบ 9 ปี iPhone X ก็กำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงปลายของวงจรผลิตภัณฑ์ โดยมีรายงานล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนสถานะผลิตภัณฑ์รุ่นเก่าของ Apple ซึ่งนอกจาก iPhone X แล้วยังครอบคลุม MacBook Pro บางรุ่นจากปี 2018 ด้วย
iPhone X จากมือถือแห่งอนาคต สู่ผลิตภัณฑ์รุ่นเก่า
iPhone X เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกันยายน 2017 เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีของ iPhone และถือเป็นการเปลี่ยนดีไซน์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของสมาร์ตโฟน Apple
Apple เปลี่ยนจากหน้าจอ LCD มาใช้จอ OLED Super Retina ขนาด 5.8 นิ้ว ตัดปุ่ม Home และ Touch ID ออกจากด้านหน้า แล้วแทนที่ด้วยระบบสแกนใบหน้า Face ID ผ่านชุดกล้อง TrueDepth
นอกจากนี้ยังมาพร้อมชิป A11 Bionic และเป็นจุดเริ่มต้นของระบบ Gesture เช่น การปัดจากด้านล่างเพื่อกลับหน้า Home ซึ่งกลายเป็นวิธีควบคุมมาตรฐานของ iPhone รุ่นใหม่ในเวลาต่อมา
Vintage กับ Obsolete ต่างกันอย่างไร?
สิ่งที่เจ้าของ iPhone รุ่นเก่าควรรู้คือ Apple แบ่งสถานะผลิตภัณฑ์เก่าออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ Vintage และ Obsolete ซึ่งมีผลต่อการรับบริการและการหาอะไหล่จาก Apple ผลิตภัณฑ์จะเข้าสู่สถานะ Vintage เมื่อ Apple หยุดจัดจำหน่ายมาแล้วมากกว่า 5 ปี แต่ยังไม่ถึง 7 ปี โดย Apple และผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตอาจยังสามารถให้บริการซ่อมได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของอะไหล่
ส่วน Obsolete หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ Apple หยุดจัดจำหน่ายมาแล้วมากกว่า 7 ปี ซึ่งโดยทั่วไป Apple จะยุติบริการด้านฮาร์ดแวร์ และศูนย์บริการไม่สามารถสั่งอะไหล่สำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านี้จาก Apple ได้อีก
ไม่ใช่แค่ iPhone X ที่เข้าไปตรงนั้น
นอกจาก iPhone X แล้ว MacBook Pro จากปี 2018 บางรุ่นก็อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของสถานะผลิตภัณฑ์เก่าเช่นกัน ซึ่งถือว่าไม่น่าแปลกใจนักเมื่อพิจารณาจากอายุของเครื่องที่เข้าสู่ช่วง 8 ปีแล้ว
อย่างไรก็ตาม Apple มีเงื่อนไขพิเศษสำหรับ Mac Notebook บางรุ่น โดยอาจยังมีสิทธิ์เข้ารับบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้นานสูงสุด 10 ปีนับจากวันที่ Apple หยุดจัดจำหน่ายรุ่นดังกล่าว แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของอะไหล่

ควรเปลี่ยนเครื่องไหม
ถ้า iPhone X ที่ใช้อยู่ยังทำงานได้ดี การเปลี่ยนสถานะของผลิตภัณฑ์ไม่ได้บังคับให้ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนมือถือทันที แต่สิ่งที่ควรนำมาพิจารณาคืออายุของแบตเตอรี่ ความพร้อมของอะไหล่ ระบบปฏิบัติการที่รองรับ และความปลอดภัยของซอฟต์แวร์
โดยเฉพาะหากตัวเครื่องเริ่มมีปัญหา เช่น แบตเตอรี่เสื่อม หน้าจอเสีย Face ID มีปัญหา หรือจำเป็นต้องซ่อมชิ้นส่วนสำคัญ ค่าใช้จ่ายและการหาอะไหล่อาจทำให้การเปลี่ยนไปใช้ iPhone รุ่นใหม่คุ้มค่ากว่าการซ่อมเครื่องเดิม
ความสำคัญของ iPhone X
แม้วันนี้ iPhone X จะกลายเป็นสมาร์ตโฟนอายุเกือบ 9 ปี แต่ความสำคัญของรุ่นนี้ยังชัดเจน เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของแนวทางการออกแบบ iPhone ยุคใหม่ ตั้งแต่หน้าจอ OLED, Face ID, การควบคุมด้วย Gesture ไปจนถึงการตัดปุ่ม Home ออกจาก iPhone รุ่นเรือธง
ดังนั้นการที่ iPhone X เดินทางมาถึงช่วงปลายของการสนับสนุนด้านฮาร์ดแวร์ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของมือถือเก่าหนึ่งรุ่น แต่เหมือนเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของ iPhone รุ่นที่เคยเปลี่ยนหน้าตาสมาร์ตโฟนของ Apple ไปอย่างสิ้นเชิง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




