Apple เปิดตัว Apple Upgrade เช่า iPhone, iPad, Mac และ Apple Watch จ่ายรายเดือน

Apple เปิดตัวบริการใหม่ในชื่อ Apple Upgrade โปรแกรมเช่าอุปกรณ์แบบจ่ายรายเดือน ครอบคลุมทั้ง iPhone, Apple Watch, iPad และ Mac โดยผู้ใช้สามารถเลือกคืนเครื่องเพื่อเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ ซื้อเครื่องเก็บไว้ หรือคืนเครื่องและออกจากโปรแกรมเมื่อครบสัญญา
บริการดังกล่าวเริ่มให้ใช้งานแล้วในสหรัฐอเมริกา ผ่าน Apple Store Online, แอป Apple Store และหน้าร้าน Apple Store โดยมี Klarna เป็นผู้ให้บริการสัญญาเช่าและจัดเก็บเงินรายเดือน ซึ่งก่อนหน้านี้มีแต่บริการของ iPhone
Apple Upgrade คืออะไร?
Apple Upgrade เป็นโปรแกรมเช่าอุปกรณ์ ไม่ใช่การผ่อนซื้อแบบปกติ ผู้สมัครจะเลือกผลิตภัณฑ์และระยะเวลาสัญญา จากนั้นชำระค่าเช่าเป็นรายเดือนตลอดอายุสัญญา
เมื่อครบกำหนด ผู้ใช้มีทางเลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ คืนเครื่องแล้วเริ่มสัญญาใหม่เพื่ออัปเกรดเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่, ชำระเงินก้อนเพื่อซื้อเครื่องเก็บไว้ หรือคืนเครื่องแล้วออกจากโปรแกรม
ดังนั้น แม้จะจ่ายเงินครบตามจำนวนเดือนที่ระบุ แต่ตัวเครื่องจะยังไม่กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ ต่างจากการผ่อนชำระเพื่อซื้อสินค้าอย่างชัดเจน
เลือกเช่าได้นานกี่เดือน?
Apple กำหนดระยะเวลาสัญญาตามประเภทของอุปกรณ์ ดังนี้
- iPhone และ Apple Watch: เลือกสัญญา 12 หรือ 24 เดือน
- iPad และ Mac: เลือกสัญญา 24 หรือ 36 เดือน
ผู้ใช้จะสามารถอัปเกรดโดยไม่มีค่าธรรมเนียมได้เมื่อชำระเงินครบตามสัญญา เช่น หากเลือกเช่า iPhone เป็นเวลา 24 เดือน ก็ต้องชำระครบ 24 งวดก่อนจึงจะเปลี่ยนเป็นเครื่องรุ่นใหม่ได้โดยไม่มีค่าอัปเกรดเพิ่มเติม
ค่าเช่าเริ่มต้นเท่าไร?
Apple เปิดเผยค่าเช่าเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่มไว้ดังนี้
- iPhone: เริ่มต้น 17.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
- Apple Watch: เริ่มต้น 11.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
- iPad: เริ่มต้น 11.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
- Mac: เริ่มต้น 24.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการ ได้แก่ iPhone 17e เริ่มต้น 17.99 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับสัญญา 24 เดือน, iPhone 17 เริ่มต้น 22.99 ดอลลาร์, iPhone Air เริ่มต้น 28.99 ดอลลาร์ และ iPhone 17 Pro เริ่มต้น 31.99 ดอลลาร์ต่อเดือน
ฝั่ง iPad mini เริ่มต้น 11.99 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับสัญญา 36 เดือน ขณะที่ MacBook Air เริ่มต้น 24.99 ดอลลาร์ต่อเดือน โดยค่าเช่าจริงขึ้นอยู่กับรุ่น ความจุ ระยะเวลาสัญญา ภาษี และเครดิตจากการนำเครื่องเก่ามาแลก

เงื่อนไขที่ต้องรู้
หากเห็นแล้วสนใจเงื่อนไขก็คือ ผู้สมัคร Apple Upgrade ครั้งแรกสามารถนำอุปกรณ์ที่ตนเองเป็นเจ้าของมาแลกผ่าน Apple Trade In เพื่อลดค่าเช่ารายเดือนได้ โดย Klarna จะนำมูลค่าเครื่องเก่ามาเฉลี่ยเป็นส่วนลดตลอดอายุสัญญาแรก
อย่างไรก็ตาม สิทธิ์ Trade In ใช้ได้เฉพาะตอนเริ่มเข้าร่วมโปรแกรมครั้งแรกเท่านั้น เมื่อต้องการคืนเครื่องเช่าเพื่ออัปเกรดในรอบถัดไป จะไม่สามารถนำเครื่องอื่นมาแลกเพื่อลดค่าเช่าสัญญาใหม่ในขั้นตอนดังกล่าวได้
นอกจากนี้ Apple Upgrade เป็นวิธีชำระเงินระหว่างสั่งซื้อ จากนั้นกรอกข้อมูลและยื่นคำขอผ่าน Klarna โดย Apple ระบุว่ากระบวนการตรวจสอบใช้เวลาไม่นาน และเป็นการตรวจเครดิตแบบ Soft Credit Check ซึ่งไม่กระทบคะแนนเครดิต
เงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับสหรัฐอเมริกา ได้แก่ ต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปีหรือถึงเกณฑ์บรรลุนิติภาวะในรัฐที่อาศัยอยู่ มีหมายเลข Social Security มีบัตรเครดิตหรือเดบิตของสหรัฐฯ ที่รองรับ และสามารถรับรหัสยืนยันผ่านข้อความได้
กรณีเช่า iPhone ผู้ใช้ต้องเปิดใช้งานร่วมกับเครือข่าย AT&T, T-Mobile หรือ Verizon ส่วน iPad, Mac และ Apple Watch ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์
AppleCare ไม่ได้รวมอยู่ในค่าเช่า
ค่าเช่ารายเดือนของ Apple Upgrade ไม่ได้รวม AppleCare ผู้ใช้ต้องซื้อความคุ้มครองแยกต่างหาก โดย Apple เปิดให้เพิ่ม AppleCare ได้ภายใน 60 วันหลังเริ่มสัญญา
การมี AppleCare อาจช่วยลดความเสี่ยงจากค่าธรรมเนียมเมื่อคืนเครื่อง เพราะอุปกรณ์ที่ส่งกลับต้องอยู่ในสภาพใช้งานได้ดี หากเครื่องแตก เสียหาย หรือไม่ผ่านเกณฑ์ และไม่มีความคุ้มครอง ผู้ใช้อาจถูกเรียกเก็บค่าความเสียหายเพิ่มเติมจาก Klarna :contentReference[oaicite:6]{index=6}
ขั้นตอนการอัปเกรดเครื่องใหม่
เมื่อผู้ใช้มีสิทธิ์อัปเกรด Apple จะแจ้งเตือนให้ทราบ จากนั้นต้องเลือกอุปกรณ์ใหม่และสมัครสัญญา Apple Upgrade ฉบับใหม่อีกครั้ง ไม่ใช่การต่อสัญญาโดยอัตโนมัติ
หลังได้รับเครื่องใหม่ ผู้ใช้สามารถย้ายข้อมูลจากเครื่องเดิมได้ก่อน แล้วจึงส่งอุปกรณ์เก่ากลับภายใน 14 วัน โดยเลือกส่งผ่านชุดบรรจุภัณฑ์ที่ Apple จัดให้ หรือคืนที่หน้าร้าน Apple Store
หากไม่คืนเครื่องเดิมภายในกำหนด ผู้ใช้อาจต้องจ่ายค่าเช่าของทั้งสัญญาเดิมและสัญญาใหม่พร้อมกันจนกว่าจะดำเนินการคืนเครื่องเรียบร้อย :contentReference[oaicite:7]{index=7}
เปลี่ยนใจหรือยกเลิกก่อนครบสัญญาได้ไหม?
ผู้ใช้สามารถคืนสินค้าและยกเลิกสัญญาได้ภายใน 14 วันหลังได้รับเครื่อง แต่หากเกินระยะเวลาดังกล่าวและต้องการออกจากโปรแกรมก่อนครบกำหนด จะต้องชำระค่าธรรมเนียมยกเลิกก่อนกำหนด ซึ่งเท่ากับยอดค่าเช่าที่ยังไม่ได้จ่ายทั้งหมดตลอดอายุสัญญา รวมภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
กรณีต้องการเก็บอุปกรณ์ไว้ ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อเครื่องผ่านบัญชี Klarna โดยชำระส่วนต่างจากราคาขายปลีก หลังหักยอดค่าเช่าและเครดิต Trade In ที่ใช้ไปแล้ว :contentReference[oaicite:8]{index=8}
ยุติ iPhone Upgrade Program เดิมในสหรัฐฯ
พร้อมกับการเปิดตัว Apple Upgrade บริษัทประกาศว่าจะยุติการรับสมัครบริการ iPhone Upgrade Program และ iPhone Payments เดิมในสหรัฐอเมริกา
ลูกค้าเดิมที่มีสิทธิ์เปลี่ยนเครื่องจะสามารถเลือกใช้ Apple Upgrade, Apple Card Monthly Installments, ซื้อเครื่องเต็มราคา หรือใช้บริการผ่อนชำระผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายแทน :contentReference[oaicite:9]{index=9}
Apple Upgrade ต่างจากการผ่อนซื้ออย่างไร?
จุดต่างสำคัญที่สุดคือ Apple Upgrade เป็นการเช่า ผู้ใช้จ่ายเพื่อสิทธิ์ในการใช้งานอุปกรณ์ตามระยะเวลาที่กำหนด และต้องคืนเครื่องเมื่อสิ้นสุดสัญญา เว้นแต่จะเลือกจ่ายเงินเพิ่มเติมเพื่อซื้อเครื่องไว้
ข้อดีคือค่าใช้จ่ายต่อเดือนต่ำกว่าการผ่อนซื้อเต็มราคา และเหมาะกับผู้ที่เปลี่ยนอุปกรณ์เป็นรุ่นใหม่เป็นประจำ แต่ข้อสังเกตคือผู้ใช้ไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่อง และต้องดูแลอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพดี รวมถึงอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดหรือคืนเครื่องที่เสียหาย
ประเทศไทยใช้งานได้หรือยัง?
ดูแล้วน่าสนใจแต่ว่าขณะนี้ Apple Upgrade เปิดให้บริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ยังไม่มีประกาศว่าจะขยายมายังประเทศไทยหรือประเทศอื่นเมื่อใด
สำหรับผู้ใช้ในไทย รูปแบบการซื้อผลิตภัณฑ์ Apple ยังคงเป็นการชำระเต็มจำนวน ผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตหรือพันธมิตรทางการเงิน รวมถึงการนำอุปกรณ์เก่ามาแลกผ่าน Apple Trade In ตามช่องทางที่เปิดให้บริการในประเทศ
Apple Upgrade จึงเป็นอีกโมเดลธุรกิจที่น่าจับตา เพราะเปลี่ยนแนวคิดจากการซื้ออุปกรณ์เพื่อเป็นเจ้าของ ไปสู่การจ่ายรายเดือนเพื่อใช้งานและเปลี่ยนรุ่นใหม่เป็นรอบ ๆ คล้ายกับการเช่ารถยนต์มากกว่าการผ่อนสมาร์ตโฟนแบบที่ผู้ใช้คุ้นเคย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



