เปิดตัว Nothing Ear (3a) ดีไซน์โปร่งใส พร้อมฟีเจอร์แคปเสียงไม่ต้องหยิบมือถือ

เปิดตัว Nothing Ear (3a) ดีไซน์โปร่งใส พร้อมฟีเจอร์แคปเสียงไม่ต้องหยิบมือถือ

เปิดตัว Nothing Ear (3a) ดีไซน์โปร่งใส พร้อมฟีเจอร์แคปเสียงไม่ต้องหยิบมือถือ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Nothing Thailand เปิดตัว Nothing Ear (3a) หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีส์ (a) ที่ยังคงเอกลักษณ์งานออกแบบแบบโปร่งใส พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ Audio Snapshot สำหรับบันทึกช่วงเสียงสำคัญได้โดยตรงจากตัวหูฟัง โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาใช้งาน

รุ่นนี้มาพร้อมตัวเลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Black, White, Yellow และสีใหม่ Pink พร้อมปรับทั้งระบบเสียง การตัดเสียงรบกวน การใช้งานแบตเตอรี่ และการเชื่อมต่อให้ครบมากขึ้น

Audio Snapshot แคปเสียงก่อนและหลังได้สูงสุด 60 วินาที

จุดเด่นสำคัญของ Nothing Ear (3a) คือหน่วยความจำแฟลชภายในขนาด 32MB ซึ่งช่วยให้ตัวหูฟังสามารถเก็บเสียงได้ด้วยตัวเอง

เมื่อใช้งานฟีเจอร์ Audio Snapshot ผู้ใช้เพียงบีบก้านหูฟังทั้งสองข้าง ระบบจะบันทึกเสียงทั้งก่อนและหลังช่วงเวลาที่กด รวมระยะเวลาสูงสุด 60 วินาที เหมาะสำหรับเก็บประโยคสำคัญระหว่างเรียนออนไลน์ ไอเดียจากพอดแคสต์ หรือข้อความที่ไม่อยากพลาด

แนวคิดของฟีเจอร์นี้คือไม่ต้องรอให้ผู้ใช้หยิบโทรศัพท์ เปิดแอป แล้วเริ่มบันทึก เพราะช่วงสำคัญอาจผ่านไปก่อนแล้ว

nothing_jumpluff_lifestylesti

บันทึกการโทรได้นานสูงสุดประมาณ 2 ชั่วโมง

Nothing Ear (3a) ยังมีฟีเจอร์ Call Recording สำหรับบันทึกการสนทนาหรือการประชุมผ่าน Gesture บนตัวหูฟัง โดยสามารถบันทึกต่อเนื่องได้นานสูงสุดประมาณ 2 ชั่วโมง

ไฟล์เสียงทั้งหมดจะซิงก์เข้าสู่แอป Nothing X โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถเล่นซ้ำ ตัดต่อ ถอดเสียงเป็นข้อความ และสร้าง Quote Card เพื่อแชร์ช่วงสำคัญได้

Nothing ระบุว่าระบบจะแจ้งเตือนผู้ร่วมสนทนาทุกครั้งเมื่อเริ่มมีการบันทึกเสียง เพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบและคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว ทั้งยังรองรับการใช้งานกับสมาร์ตโฟนระบบ iOS และ Android

อัปเกรดไดรเวอร์ 12 มม. รองรับ Hi-Res Audio และ LDAC

ด้านคุณภาพเสียง Nothing Ear (3a) ใช้ Dynamic Driver ขนาด 12 มม. พร้อมไดอะแฟรม PMI น้ำหนักเบา ซึ่งบริษัทระบุว่าช่วยเพิ่มน้ำหนักของเสียงเบส พร้อมถ่ายทอดเสียงร้องและรายละเอียดของเสียงได้แม่นยำขึ้น

ตัวหูฟังรองรับ Hi-Res Audio Wireless และ LDAC สำหรับการส่งสัญญาณเสียงความละเอียดสูง รวมถึงมี Advanced EQ แบบ 8 ย่านความถี่ภายในแอป Nothing X ให้ผู้ใช้ปรับแต่งเสียงได้ละเอียด และแชร์โปรไฟล์เสียงกับผู้ใช้งานคนอื่นได้

นอกจากนี้ยังมี Static Spatial Audio สำหรับขยายเวทีเสียง เหมาะกับการดูภาพยนตร์ คอนเสิร์ต หรือฟังเพลงที่ต้องการมิติของเสียงมากขึ้น

desktop_batch

ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 45dB

Nothing Ear (3a) มาพร้อมระบบ Wideband Active Noise Cancellation ที่ลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 45dB โดยมีการปรับปรุงทั้งด้านฮาร์ดแวร์และอัลกอริทึม เพื่อรับมือกับเสียงที่พบในชีวิตประจำวันได้ครอบคลุมขึ้น

ด้านการสนทนา มีไมโครโฟน 3 ตัวต่อข้าง ทำงานร่วมกับ AI Clear ENC เพื่อช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนและเสียงลม

ยังคงดีไซน์โปร่งใส พร้อมสีใหม่ Pink

งานออกแบบยังคงใช้แนวทาง Transparent Design ตามเอกลักษณ์ของ Nothing โดยปรับรูปทรงของตัวหูฟังให้สวมใส่สบายขึ้น และเพิ่มจุกหูฟังขนาด XS เพื่อรองรับผู้ใช้ได้หลากหลายกว่าเดิม

เคสชาร์จได้รับการออกแบบใหม่ โดยได้แรงบันดาลใจจากแผงยาและบรรจุภัณฑ์แบบซีลพลาสติก ตัวเคสมีรูปทรงโค้งมนและจับได้กระชับมือมากขึ้น

บริเวณเคสยังมีไฟ Glyph LED แบบ 1x3 สำหรับแสดงระดับแบตเตอรี่ สถานะการชาร์จ และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็ว

แบตเตอรี่สูงสุด 42 ชั่วโมง

Nothing Ear (3a) ใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และสูงสุด 42 ชั่วโมงเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ โดยเป็นตัวเลขในกรณีปิดระบบ ANC

ตัวหูฟังรองรับระบบชาร์จเร็ว โดยชาร์จเพียง 5 นาที สามารถนำกลับมาใช้งานต่อได้ประมาณ 1 ชั่วโมง

nothing_pressrelease_16x9_bat

รองรับ Bluetooth 6.0 และเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 เครื่อง

ด้านการเชื่อมต่อ Nothing Ear (3a) รองรับ Bluetooth 6.0, Dual Device Connection และ Google Fast Pair พร้อมมาตรฐาน IP54 สำหรับป้องกันฝุ่นและละอองน้ำ

ภายในแอป Nothing X ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเสียง อัปเดตเฟิร์มแวร์ และค้นหาตำแหน่งหูฟังได้ ส่วนผู้ที่ใช้งานสมาร์ตโฟน Nothing สามารถเรียกใช้ ChatGPT และ Essential News ผ่านตัวหูฟังได้โดยตรง

ราคาและวันวางจำหน่าย

Nothing Thailand ยังไม่ได้ประกาศราคาและกำหนดการวางจำหน่าย Nothing Ear (3a) อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงโปรโมชัน ผ่านช่องทางของ Nothing Thailand ในเร็ว ๆ นี้ 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล