Samsung ปรับขึ้นราคาค่าซ่อมมือถือในเกาหลีใต้ หลังต้นทุนชิ้นส่วนพุ่ง

Samsung ปรับขึ้นราคาค่าซ่อมมือถือในเกาหลีใต้ หลังต้นทุนชิ้นส่วนพุ่ง

Samsung ปรับขึ้นราคาค่าซ่อมมือถือในเกาหลีใต้ หลังต้นทุนชิ้นส่วนพุ่ง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ใครที่ใช้สมาร์ทโฟน Samsung อาจต้องเตรียมรับมือกับค่าซ่อมที่สูงขึ้น หลังมีรายงานว่า Samsung ได้ปรับเพิ่มราคาชิ้นส่วนสำหรับการซ่อมสมาร์ทโฟนในประเทศเกาหลีใต้เป็นครั้งที่สองของปี 2026 ส่งผลให้ค่าบริการซ่อมของผู้ใช้ปลายทางมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย 

และครั้งนี้ไม่ได้เพิ่งปรับครั้งแรกเพราะรายงานระบุว่า Samsung ได้ปรับราคาชิ้นส่วนที่จัดส่งให้กับศูนย์บริการในเกาหลีใต้เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากเคยปรับราคาไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนมกราคม ทำให้ปี 2026 กลายเป็นปีที่บริษัทปรับต้นทุนการซ่อมถึง 2 รอบภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน 

สาเหตุหลักมาจากชิปหน่วยความจำและวัตถุดิบแพงขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนการซ่อมเพิ่มขึ้น คือราคาชิปหน่วยความจำ (Memory) และวัตถุดิบสำหรับการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กำลังได้รับผลกระทบจากความต้องการชิปสำหรับระบบ AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ต้นทุนของผู้ผลิตหลายรายสูงขึ้นตามไปด้วย 

ค่าซ่อมรุ่นไหนอาจได้รับผลกระทบ?

แม้ Samsung จะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าชิ้นส่วนของสมาร์ทโฟนรุ่นใดมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุด แต่รายงานระบุว่าการปรับครั้งนี้ครอบคลุมชิ้นส่วนหลักหลายประเภท เช่น

  • หน้าจอ (Display)
  • ชิปประมวลผลและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
  • แบตเตอรี่และชิ้นส่วนภายในบางรายการ

ดังนั้น หากผู้ใช้งานต้องเข้ารับบริการเปลี่ยนหน้าจอหรือซ่อมฮาร์ดแวร์ในช่วงหลังจากนี้ อาจพบว่าค่าใช้จ่ายสูงขึ้นกว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยราคาจะแตกต่างกันไปตามรุ่นของสมาร์ทโฟนและประเภทของการซ่อม 

samsung-spare-part

มีผลกับประเทศไทยหรือไม่?

ในขณะนี้ การปรับขึ้นค่าซ่อมดังกล่าวมีผลเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ และยังไม่มีการประกาศจาก Samsung ประเทศไทยว่าจะมีการปรับราคาค่าซ่อมหรือราคาชิ้นส่วนตามหรือไม่

อย่างไรก็ตาม หากต้นทุนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก็มีความเป็นไปได้ว่าตลาดอื่นทั่วโลกอาจได้รับผลกระทบในอนาคตเช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศและศูนย์บริการในแต่ละภูมิภาค

ผู้ใช้ควรทำอย่างไร?

สำหรับผู้ที่ใช้งานสมาร์ทโฟน Samsung หากเครื่องยังอยู่ในระยะประกัน ควรตรวจสอบเงื่อนไขการรับประกันก่อนเข้ารับบริการ ส่วนผู้ที่หมดประกันแล้ว หากพบปัญหาที่จำเป็นต้องซ่อม อาจสอบถามราคาจากศูนย์บริการล่วงหน้าเพื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย

อีกทางเลือกหนึ่งคือการใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น เคสและกระจกนิรภัย เพื่อลดความเสี่ยงจากความเสียหายของหน้าจอ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนสูงที่สุดของสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล