Facebook และ Instagram งานเข้า! EU ชี้ฟีเจอร์ทำให้คนติดแอป อาจผิดกฎหมาย

Facebook และ Instagram งานเข้า! EU ชี้ฟีเจอร์ทำให้คนติดแอป อาจผิดกฎหมาย

Facebook และ Instagram งานเข้า! EU ชี้ฟีเจอร์ทำให้คนติดแอป อาจผิดกฎหมาย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เผยผลการสอบสวนเบื้องต้นว่า Meta บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram อาจละเมิดกฎหมาย Digital Services Act (DSA) หลังพบว่าการออกแบบแพลตฟอร์มมีลักษณะที่อาจกระตุ้นให้ผู้ใช้ใช้งานอย่างต่อเนื่องจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน 

ฟีเจอร์ไหนที่ EU กังวล?

รายงานระบุว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการออกแบบแพลตฟอร์มที่ทำให้ผู้ใช้ "หยุดเล่นได้ยาก" หรือที่เรียกว่า Addictive Design เช่น

  • Infinite Scroll หรือการเลื่อนฟีดได้ไม่สิ้นสุด
  • Autoplay เล่นวิดีโออัตโนมัติ
  • ระบบแนะนำคอนเทนต์ที่ปรับแต่งตามพฤติกรรมผู้ใช้
  • Reels และ Stories ที่ออกแบบให้ใช้งานต่อเนื่อง

คณะกรรมาธิการยุโรปมองว่าองค์ประกอบเหล่านี้อาจสร้างพฤติกรรมการใช้งานแบบเสพติด โดยเฉพาะผู้ใช้อายุน้อยที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่น 

 ig-eu

Meta อาจต้องปรับดีไซน์ใหม่

EU ระบุว่ามาตรการที่ Meta ใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น ระบบจำกัดเวลาใช้งาน เครื่องมือควบคุมโดยผู้ปกครอง และการแจ้งเตือนต่าง ๆ ยังไม่เพียงพอ และบางส่วนใช้งานได้ค่อนข้างซับซ้อน

หน่วยงานกำกับดูแลจึงเสนอให้ Meta พิจารณาปรับการออกแบบหลายส่วน เช่น ปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติหรือ Infinite Scroll เป็นค่าเริ่มต้น เพิ่มระบบเตือนให้พักการใช้งาน และปรับอัลกอริทึมที่เน้นการสร้าง Engagement มากเกินไป

Meta ตอบโต้ว่าได้เพิ่มมาตรการแล้ว

Meta ไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปเบื้องต้นของ EU โดยระบุว่าบริษัทได้เพิ่มฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยหลายอย่างในช่วงที่ผ่านมา เช่น Teen Accounts ที่ช่วยจำกัดการติดต่อจากคนแปลกหน้า ควบคุมเวลาการใช้งาน และให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลบัญชีของผู้ใช้อายุน้อยมากขึ้น

บริษัทระบุว่าจะชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมต่อคณะกรรมาธิการยุโรปก่อนที่จะมีคำตัดสินขั้นสุดท้าย

หากผิดจริง โดนปรับหนักแค่ไหน?

เนื่องจากขณะนี้เป็นเพียงผลการสอบสวนเบื้องต้น Meta ยังมีสิทธิ์ยื่นคำชี้แจงและแก้ไขข้อกล่าวหาได้

แต่หากท้ายที่สุด EU มีคำวินิจฉัยว่าละเมิดกฎหมาย DSA จริง บริษัทอาจถูกปรับสูงสุดถึง 6% ของรายได้รวมทั่วโลกต่อปี พร้อมคำสั่งให้ปรับเปลี่ยนการออกแบบของ Facebook และ Instagram ให้สอดคล้องกับกฎหมายของสหภาพยุโรป

คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับการออกแบบแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ไม่ใช่เพียงการควบคุมเนื้อหาผิดกฎหมาย แต่รวมถึงฟีเจอร์ที่อาจทำให้ผู้ใช้ใช้งานต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว

หาก EU มีคำตัดสินขั้นสุดท้ายให้ Meta ต้องปรับแพลตฟอร์มจริง ก็อาจส่งผลต่อรูปแบบการใช้งาน Facebook และ Instagram ของผู้ใช้ทั่วโลกในอนาคต เพราะหลายฟีเจอร์ที่คุ้นเคยในปัจจุบันอาจถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้ใช้งานอย่างสมดุลมากขึ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล