Lenovo ขึ้นอันดับ 7 โลกด้านซัพพลายเชน ปี 2026 ใช้ AI รับมือความผันผวน

Lenovo ขึ้นอันดับ 7 โลกด้านซัพพลายเชน ปี 2026 ใช้ AI รับมือความผันผวน

Lenovo ขึ้นอันดับ 7 โลกด้านซัพพลายเชน ปี 2026 ใช้ AI รับมือความผันผวน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Lenovo ขยับขึ้นสู่อันดับ 7 ของโลกในการจัดอันดับ Gartner Supply Chain Top 25 ประจำปี 2026 ซึ่งถือเป็นอันดับสูงสุดของบริษัท และเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าเทคโนโลยี AI ไม่ได้มีบทบาทเฉพาะในสินค้าอย่างคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารซัพพลายเชนระดับโลกด้วย

สำหรับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Lenovo ซัพพลายเชนไม่ใช่แค่เรื่องการผลิตสินค้าให้ทันขาย แต่เกี่ยวข้องกับการจัดการชิ้นส่วนหลายพันรายการ โรงงานจำนวนมาก การขนส่งระหว่างประเทศ ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนเร็ว และความเสี่ยงจากสถานการณ์โลกที่คาดเดาได้ยาก

ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซัพพลายเชนทั่วโลกต้องเจอกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งมาตรการภาษี ปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ Lenovo ระบุว่าการใช้ AI เข้ามาช่วยบริหารระบบซัพพลายเชน ทำให้บริษัทสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น ทั้งด้านความยืดหยุ่น ความเร็วในการปรับตัว และประสิทธิภาพการดำเนินงาน

หัวใจสำคัญของ Lenovo คือการพัฒนาระบบซัพพลายเชนอัจฉริยะที่บริษัทเปรียบเทียบว่าเป็นเหมือน “ระบบประสาททางดิจิทัล” ของซัพพลายเชน ก่อนต่อยอดเป็นระบบ iChain ที่เรียนรู้และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

iChain ทำหน้าที่ประสานการทำงานของซัพพลายเออร์หลายพันราย และโรงงานผลิตกว่า 30 แห่งทั่วโลก โดย Lenovo ระบุว่าระบบนี้ช่วยเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจได้ถึง 60% ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงหรือเหตุหยุดชะงักได้ใกล้เคียงแบบเรียลไทม์ และใช้ระบบอัตโนมัติสำหรับการจำลองเครือข่ายได้ถึง 90%

ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือ งานวิเคราะห์บางประเภทที่เคยใช้เวลานานประมาณ 2-3 สัปดาห์ สามารถลดลงเหลือเพียง 2-3 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นความต่างที่สำคัญมากในยุคที่ซัพพลายเชนต้องตัดสินใจแข่งกับเวลา

Lenovo เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีฐานธุรกิจขนาดใหญ่ในกลุ่ม PC แต่ปัจจุบันความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI, เซิร์ฟเวอร์, เวิร์กโหลดประมวลผลยุคใหม่ และโซลูชันสำหรับองค์กรเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้รูปแบบการจัดการซัพพลายเชนต้องซับซ้อนมากขึ้นตามไปด้วย

เอกสารระบุว่าอุปกรณ์แต่ละเครื่องในธุรกิจ PC อาจประกอบด้วยชิ้นส่วนโดยเฉลี่ยกว่า 2,500 ชิ้น ขณะที่ Lenovo ยังเดินหน้าขยายกำลังการผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตเซิร์ฟเวอร์ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว หรือ Liquid-Cooled Server และเสริมเครือข่ายการผลิตระดับโลกให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น

s__315334722

ปัจจุบันซัพพลายเชนของ Lenovo ครอบคลุมโรงงานผลิตมากกว่า 30 แห่ง ใน 10 พื้นที่ทั่วโลก ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จีน ยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้

นอกจากนี้ โรงงานของ Lenovo ในเมืองมอนเตร์เรย์ ประเทศเม็กซิโก ยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสมาชิกใหม่ของ Global Lighthouse Network โดย World Economic Forum หรือ WEF ซึ่งเป็นเครือข่ายโรงงานชั้นนำระดับโลกที่ได้รับการยอมรับด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในระดับอุตสาหกรรม

โรงงานดังกล่าวถือเป็นโรงงานแห่งที่สองของ Lenovo ที่ได้รับการยกย่องในเครือข่ายนี้ ต่อจากโรงงานในเมืองเหอเฝย ประเทศจีน ที่ได้รับคัดเลือกเมื่อเดือนมกราคม 2023

การจัดอันดับ Gartner Supply Chain Top 25 พิจารณาจาก 2 องค์ประกอบหลักที่มีสัดส่วนเท่ากัน ได้แก่ ผลการดำเนินธุรกิจ และ การประเมินจากผู้เชี่ยวชาญและแวดวงอุตสาหกรรม

ด้านผลการดำเนินธุรกิจจะดูทั้งตัวชี้วัดทางการเงิน และตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG โดยตัวชี้วัดทางการเงินประกอบด้วยผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่จับต้องได้แบบถ่วงน้ำหนักย้อนหลัง 3 ปี การเปลี่ยนแปลงของ ROPA อัตราการเติบโตของรายได้ และอัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลังตลอดทั้งปี

Che Min Tu รองประธานอาวุโสและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการเฉพาะกลุ่มของ Lenovo ระบุว่า Lenovo ให้ความสำคัญกับซัพพลายเชนระดับโลกในฐานะรากฐานสำคัญของความเป็นเลิศในการดำเนินงาน และในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วถือเป็นปัจจัยสำคัญของทุกธุรกิจ

เขาระบุเพิ่มเติมว่า การผสาน AI เข้ากับการดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบช่วยให้ Lenovo ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล