CMF by Nothing เปิดโปร 7.7 สมาร์ตวอทช์ หูฟังไร้สาย ลดหนักมาก

CMF by Nothing เปิดแคมเปญโปรโมชันต้อนรับเทศกาลช้อปปิ้ง 7.7 เอาใจคนที่กำลังมองหาสมาร์ตแก็ดเจ็ตดีไซน์เด่นในราคาจับต้องง่าย ทั้งสมาร์ตวอทช์ หูฟังไร้สาย และหูฟังครอบหู พร้อมส่วนลดสูงสุด 20% และบริการจัดส่งฟรีผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ
สินค้าที่ร่วมแคมเปญมีตั้งแต่ CMF Watch 3 Pro, CMF Buds 2, CMF Buds 2a ไปจนถึง CMF Headphone Pro โดยแต่ละรุ่นถูกวางให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ต่างกัน ตั้งแต่สายออกกำลังกาย คนทำงาน คนเดินทาง ไปจนถึงคนที่อยากได้หูฟังแบตอึดสำหรับใช้งานยาว ๆ

CMF Watch 3 Pro สมาร์ตวอทช์สายสุขภาพและออกกำลังกาย
เริ่มจาก CMF Watch 3 Pro สมาร์ตวอทช์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาให้เป็นคู่หูทั้งการออกกำลังกายและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยมาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.43 นิ้ว ความละเอียดสูง รีเฟรชเรต 60Hz และความสว่างสูงสุด 670 nits ทำให้ใช้งานกลางแจ้งได้สะดวกขึ้น
ด้านการติดตามตำแหน่ง รุ่นนี้รองรับ Dual-band GPS ทั้ง L1 และ L5 พร้อมรองรับดาวเทียม 5 ระบบ เหมาะกับคนที่วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องการบันทึกเส้นทางให้แม่นยำขึ้น
ฟีเจอร์สุขภาพและการออกกำลังกายก็ให้มาครบ รองรับโหมดกีฬา 131 รูปแบบ, มี AI Running Coach และระบบวิเคราะห์ผลการออกกำลังกาย รวมถึงฟีเจอร์สายใช้งานจริงอย่าง ChatGPT, Voice Recorder พร้อมถอดข้อความอัตโนมัติ, Essential News, Bluetooth Calling, Gesture Shortcuts และ Quick Reply
แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 13 วัน พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 มีให้เลือกหลายสี ได้แก่ Dark Grey, Light Green, Light Grey และ Orange ราคา 3,299 บาท

CMF Buds 2 หูฟังไร้สายพร้อม ANC และแบตยาว 55 ชั่วโมง
สำหรับคนที่มองหาหูฟังไร้สายใช้งานทุกวัน CMF Buds 2 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะให้ทั้งดีไซน์เรียบ เสียงแน่น และระบบตัดเสียงรบกวนในราคาที่เข้าถึงง่าย
รุ่นนี้ใช้ไดรเวอร์ PMI ขนาด 11 มม. พร้อมเทคโนโลยี Dirac Opteo และ Ultra Bass Technology 2.0 เพื่อช่วยเพิ่มมิติเสียงและรายละเอียดให้แน่นขึ้น เหมาะกับการฟังเพลง ดูคอนเทนต์ หรือใช้งานระหว่างเดินทาง
ด้านการตัดเสียงรบกวนให้ Hybrid ANC สูงสุด 48 dB รองรับช่วงความถี่กว้างถึง 5,200Hz พร้อมไมโครโฟน HD 6 ตัว, Clear Voice Technology 3.0 และ Wind Noise Reduction 3.0 ช่วยให้คุยโทรศัพท์ได้ชัดขึ้นแม้อยู่ในที่มีเสียงรบกวน
แบตเตอรี่ใช้งานรวมกับเคสได้สูงสุด 55 ชั่วโมง มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Dark Grey, Light Green และ Orange ราคา 1,899 บาท

CMF Buds 2a หูฟังราคาคุ้มสำหรับคนเริ่มต้น
ถ้าต้องการหูฟังไร้สายที่ราคาย่อมเยาลงมา แต่ยังได้ฟีเจอร์จำเป็นครบ CMF Buds 2a เป็นรุ่นที่น่ามอง เพราะเปิดราคาที่ 1,399 บาท แต่ยังให้ ANC และไดรเวอร์ขนาดใหญ่
รุ่นนี้ใช้ไดรเวอร์ Bio-fibre ขนาด 12.4 มม. ให้เสียงเบสแน่นและรายละเอียดเสียงชัด พร้อมการปรับแต่งเสียงด้วย Dirac เพื่อให้ฟังเพลงได้สนุกขึ้นในหลายแนว
ด้านการตัดเสียงรบกวนมี Active Noise Cancellation สูงสุด 42 dB พร้อม Transparency Mode สำหรับรับเสียงภายนอกเมื่อต้องการ ฟังเพลงต่อเนื่องได้สูงสุด 8 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และสูงสุด 35.5 ชั่วโมง เมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ
CMF Buds 2a มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Dark Grey, Light Grey และ Orange ราคา 1,399 บาท

CMF Headphone Pro หูฟังครอบหูแบตอึดสูงสุด 100 ชั่วโมง
สำหรับคนที่ชอบหูฟังแบบครอบหู CMF Headphone Pro เป็นรุ่นที่เด่นมากในเรื่องแบตเตอรี่ เพราะใช้งานได้นานสูงสุดถึง 100 ชั่วโมง เหมาะกับคนที่ฟังเพลง ทำงาน หรือเดินทางบ่อย และไม่อยากชาร์จหูฟังบ่อย ๆ
รุ่นนี้มาพร้อม Hybrid Active Noise Cancellation ที่ช่วยลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 99% ช่วยให้มีสมาธิกับการทำงานหรือดื่มด่ำกับเสียงเพลงได้มากขึ้น
อีกจุดที่น่าสนใจคือ Ear Cushions แบบถอดเปลี่ยนได้ ช่วยให้ดูแลรักษาง่ายขึ้น และยืดอายุการใช้งานของตัวหูฟัง เหมาะกับคนที่ต้องใส่หูฟังเป็นเวลานานทั้งวัน
CMF Headphone Pro มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Dark Grey, Light Grey และ Green ราคา 3,299 บาท
โปรโมชัน 7.7 ซื้อที่ไหน ได้ส่วนลดอะไรบ้าง?
แคมเปญ 7.7 ของ CMF by Nothing มอบส่วนลดสูงสุด 20% พร้อมบริการจัดส่งฟรี เมื่อสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ CMF by Nothing ผ่านร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ Lazada, Shopee และ TikTok Shop
พิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อผ่าน Shopee สามารถเลือกผ่อนชำระผ่าน SPayLater ได้นานสูงสุด 5 เดือน ช่วยให้เป็นเจ้าของสมาร์ตวอทช์หรืออุปกรณ์เสียงได้ง่ายขึ้น
ราคาแต่ละรุ่นในแคมเปญ
- CMF Watch 3 Pro ราคา 3,299 บาท
- CMF Buds 2 ราคา 1,899 บาท
- CMF Buds 2a ราคา 1,399 บาท
- CMF Headphone Pro ราคา 3,299 บาท
ช่องทางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการของ CMF by Nothing ได้ที่ Lazada, Shopee TikTok Shop
นอกจากนี้ Nothing ยังเดินหน้าขยายช่องทางจัดจำหน่ายในประเทศไทย โดยตั้งเป้าเพิ่มจุดจำหน่าย 5 เท่าภายในปี 2026 ครอบคลุมร้านค้าพันธมิตร เช่น AIS, Banana, Dotlife, Power Buy และ True รวมถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Lazada, Shopee และ TikTok Shop
ด้านบริการหลังการขาย Nothing ระบุว่ามีศูนย์ให้บริการกว่า 10 แห่ง รองรับการส่งซ่อมผ่านบริการ SPEED-D ที่ 7-Eleven ทั่วไทย และมีบริการ Call Center เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งาน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


