Whoscall ยกระดับติ๊กเขียว สู่เครื่องมือช่วยธุรกิจเพิ่มความน่าเชื่อถือ

Whoscall ยกระดับติ๊กเขียว สู่เครื่องมือช่วยธุรกิจเพิ่มความน่าเชื่อถือ

Whoscall ยกระดับติ๊กเขียว สู่เครื่องมือช่วยธุรกิจเพิ่มความน่าเชื่อถือ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Whoscall แอปพลิเคชันระบุสายโทรเข้าและป้องกันการหลอกลวงทางโทรศัพท์ เดินหน้าต่อยอดบริการ Whoscall Verified Number หรือที่หลายคนคุ้นในชื่อ “ติ๊กเขียว” ให้กลายเป็นเครื่องมือเชิงรุกสำหรับธุรกิจมากขึ้น ผ่านแพ็กเกจใหม่ Whoscall Verified Number Pro

บริการใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงการยืนยันว่าเบอร์โทรนั้นเป็นเบอร์ขององค์กรจริงเท่านั้น แต่ยังเพิ่มฟีเจอร์ที่ช่วยให้ธุรกิจสื่อสารกับลูกค้าได้ชัดเจนขึ้น ลดความลังเลในการรับสาย และเพิ่มโอกาสปิดการขายในยุคที่ผู้บริโภคจำนวนมากไม่กล้ารับสายจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย

ทุกวันนี้ปัญหามิจฉาชีพทางโทรศัพท์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังตัวมากขึ้น หลายคนเลือกไม่รับสายจากเบอร์แปลก แม้บางสายจะมาจากบริษัทที่ติดต่อเรื่องสำคัญ เช่น การนัดหมายบริการ การติดตามคำสั่งซื้อ การอนุมัติธุรกรรม หรือการให้ข้อมูลหลังการขาย

จากข้อมูลในข่าวประชาสัมพันธ์ Whoscall ระบุว่า คนไทยกว่า 40.1% ไม่กล้ารับสายจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจโดยตรง เพราะเมื่อลูกค้าไม่รับสาย โอกาสในการสื่อสาร ปิดการขาย หรือให้บริการต่อเนื่องก็อาจหายไปทันที

683899

Whoscall Verified Number Pro มีไว้ทำไม

Whoscall Verified Number Pro คือบริการยืนยันเบอร์โทรศัพท์สำหรับธุรกิจ ที่ช่วยให้ลูกค้าเห็นได้ทันทีว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ขององค์กรที่ผ่านการยืนยันแล้ว พร้อมเครื่องหมายติ๊กเขียวบนหน้าจอ Caller ID

แนวคิดของบริการนี้คือการเปลี่ยน “เบอร์โทร” ให้เป็นช่องทางสื่อสารที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคไม่มั่นใจว่าสายที่โทรเข้ามาเป็นสายจริงจากบริษัท หรือเป็นสายหลอกลวงจากมิจฉาชีพ

เพิ่ม 3 ฟีเจอร์ใหม่สำหรับธุรกิจ

ในแพ็กเกจ Whoscall Verified Number Pro มีการเพิ่ม 3 ฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจต่อยอดการสื่อสารกับลูกค้าได้มากกว่าการแสดงชื่อเบอร์โทร ได้แก่ Brand Banner, Quick Reply Service และ Survey

1. Brand Banner แสดงเหตุผลการโทรให้ชัดขึ้น

Brand Banner คือฟีเจอร์ที่ช่วยให้ธุรกิจแสดงแบนเนอร์บนหน้าจอ Caller ID พร้อมเหตุผลของการโทร เช่น แจ้งผลอนุมัติ ยืนยันการจัดส่งสินค้า หรือติดต่อเรื่องโปรโมชัน

ฟีเจอร์นี้ช่วยลดความลังเลของลูกค้า เพราะผู้รับสายสามารถเห็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนตัดสินใจรับสาย และช่วยเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะรับสายมากขึ้น หรือที่ธุรกิจเรียกว่าเพิ่ม Pickup Rate

2. Quick Reply Service ตอบกลับได้แม้พลาดสาย

Quick Reply Service ช่วยให้ลูกค้าที่พลาดสายหรือยังไม่สะดวกรับสาย สามารถกดตอบกลับหรือเชื่อมต่อไปยังช่องทางอื่นของธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว เช่น LINE, Facebook Messenger หรือ Chatbot

จุดนี้ช่วยลดปัญหาการติดต่อไม่สำเร็จ เพราะแม้ลูกค้าจะไม่ได้รับสายทันที แต่ธุรกิจยังสามารถพาลูกค้าไปสู่ช่องทางสื่อสารต่อเนื่องได้ แทนที่จะปล่อยให้สายที่ไม่ได้รับกลายเป็นโอกาสที่หายไป

3. Survey เก็บฟีดแบ็กหลังการติดต่อ

Survey เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเก็บความคิดเห็นจากลูกค้าหลังการติดต่อได้โดยตรง เช่น การให้คะแนน 1-5 ดาว คำถามแบบใช่/ไม่ใช่ หรือคำถามปลายเปิด

ฟีเจอร์นี้เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการวัดผลคุณภาพบริการหลังการโทร หรือเก็บข้อมูลเพื่อนำไปปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้า โดยไม่ต้องใช้ต้นทุนเพิ่มเติมมากนัก

จากป้องกันมิจฉาชีพ สู่เครื่องมือ TrustTech สำหรับธุรกิจ

เดิมที Whoscall เป็นที่รู้จักในฐานะแอประบุสายเรียกเข้าและแจ้งเตือนเบอร์ต้องสงสัย แต่ทิศทางล่าสุดสะท้อนว่า Whoscall ต้องการขยายบทบาทจากเครื่องมือป้องกันมิจฉาชีพ ไปสู่แพลตฟอร์มด้านความน่าเชื่อถือ หรือ TrustTech สำหรับภาคธุรกิจ

ในมุมของผู้ใช้ทั่วไป ติ๊กเขียวช่วยให้รู้ว่าเบอร์ที่โทรเข้ามามีการยืนยันตัวตนแล้ว ส่วนในมุมของธุรกิจ เครื่องมือนี้ช่วยลดต้นทุนการติดต่อลูกค้าที่ไม่รับสาย เพิ่มความน่าเชื่อถือ และช่วยให้การสื่อสารผ่านโทรศัพท์กลับมามีประสิทธิภาพมากขึ้น

โปรโมชันเปิดตัวสำหรับ 99 บริษัทแรก

เพื่อสนับสนุนการเปิดตัวบริการ Whoscall ระบุว่ามีโปรโมชันสำหรับ 99 บริษัทแรก ที่สมัครแพ็กเกจ Whoscall Verified Number Pro ภายในช่วงวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2569 โดยจะได้รับ Art Toy “น้องหลุยทรัพย์ รับสาย” เพื่อเสริมภาพจำของแคมเปญ

นอกจากนี้ ในหน้าโปรโมชันยังระบุฟีเจอร์หลักของแพ็กเกจ Pro ได้แก่ แบนเนอร์โฆษณา, ปุ่มตอบกลับด่วน และแบบสอบถามหลังจบสาย ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจติดต่อ ปิดการขาย และดูแลลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

whoscallverifiednumber_batc

ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่?

ใครที่สนใจบริการ Whoscall Verified Number มีค่าบริการต่อหมายเลขโทรศัพท์เริ่มต้นที่ 280 บาทต่อเดือนต่อเบอร์ โดยธุรกิจที่สนใจสามารถสมัครผ่านหน้าเว็บไซต์ของ Whoscall Verified Number ได้

Whoscall ระบุว่าแอปของตนถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันผู้ใช้จากการหลอกลวงในหลายสถานการณ์ ทั้งสายโทรเข้า ข้อความ และลิงก์ต้องสงสัย โดยมีฐานข้อมูลที่ครอบคลุมหมายเลขโทรศัพท์มากกว่า 2.6 พันล้านหมายเลข รวมถึงข้อมูลจากพันธมิตรอย่าง ScamAdviser

นอกจากนี้ Whoscall ยังทำงานร่วมกับหน่วยงานหลายภาคส่วน ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรมทางดิจิทัลและการหลอกลวงออนไลน์

ธุรกิจประเภทไหนน่าจะได้ประโยชน์?

  • ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ต้องโทรยืนยันคำสั่งซื้อหรือการจัดส่ง
  • สถาบันการเงินหรือบริการที่ต้องติดต่อเรื่องเอกสารและธุรกรรม
  • ธุรกิจประกันภัยที่ต้องติดตามลูกค้าหลังการขาย
  • ศูนย์บริการที่ต้องนัดหมายหรือติดตามงานซ่อม
  • ธุรกิจโทรขายหรือ Telemarketing ที่ต้องการเพิ่มความน่าเชื่อถือ
  • แบรนด์ที่ต้องการเก็บฟีดแบ็กหลังการติดต่อกับลูกค้า

Whoscall Verified Number Pro เป็นการยกระดับ “ติ๊กเขียว” จากเครื่องหมายยืนยันเบอร์โทร ให้กลายเป็นเครื่องมือช่วยธุรกิจติดต่อกับลูกค้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่คนจำนวนมากไม่กล้ารับสายจากเบอร์ไม่คุ้นเคย

จุดเด่นของบริการนี้คือการเพิ่มฟีเจอร์เชิงธุรกิจ เช่น Brand Banner, Quick Reply Service และ Survey ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเข้าใจเหตุผลของการโทร ตอบกลับได้สะดวกขึ้น และเปิดโอกาสให้แบรนด์เก็บข้อมูลหลังการติดต่อได้ทันที ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สะท้อนว่า “ความน่าเชื่อถือ” กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารดิจิทัลในยุคนี้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล