เช็กดีๆ "มือถือ" ใช้คนเดียวแน่ไหม...เปิดวิธีสังเกตง่าย มือถือถูกดักฟัง-แฮกข้อมูล หรือเปล่า?

มือถือถูกดักฟัง หรือถูกแฮกไหม? วิธีเช็กสัญญาณผิดปกติและวิธีป้องกัน
ใครที่เริ่มรู้สึกว่ามือถือทำงานแปลก ๆ แบตเตอรี่หมดเร็ว เครื่องร้อน ทั้งที่แทบไม่ได้ใช้งาน หรือมีข้อความ OTP เด้งเข้ามาโดยไม่ได้ร้องขอ อาจกำลังสงสัยว่าโทรศัพท์ถูกดักฟังหรือมีสปายแวร์แอบทำงานอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เรื่องนี้ควรรีบตรวจสอบ แต่ก็ไม่ควรตื่นตระหนกเกินไป เพราะสัญญาณเหล่านี้บางครั้งอาจเกิดจากแอปทั่วไปหรือการตั้งค่าของเครื่องได้เช่นกัน
ข้อมูลจาก Apple และ Google ระบุว่า ระบบปฏิบัติการมือถือปัจจุบันมีสัญลักษณ์เตือนเมื่อแอปใช้กล้องหรือไมโครโฟน ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์เตือนว่าอาการอย่างแบตเตอรี่หมดเร็ว เครื่องร้อนผิดปกติ หรือมีพฤติกรรมแปลกบนเครื่อง อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ควรระวังว่ามือถืออาจถูกมัลแวร์หรือผู้ไม่หวังดีโจมตี
มือถือถูกดักฟังจริงไหม ต้องดูมากกว่าอาการเดียว
ก่อนสรุปว่ามือถือถูกดักฟัง ควรเข้าใจก่อนว่าอาการผิดปกติของโทรศัพท์ไม่ได้หมายความว่าถูกแฮกเสมอไป แบตหมดเร็วอาจเกิดจากแบตเตอรี่เสื่อม แอปทำงานเบื้องหลัง หรือสัญญาณเครือข่ายไม่ดี ส่วนเครื่องร้อนก็อาจเกิดจากเล่นเกม ถ่ายวิดีโอ หรือชาร์จไปใช้งานไป
แต่หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกันหลายข้อ เช่น มีแอปแปลก ๆ ติดตั้งเอง อินเทอร์เน็ตหมดเร็วผิดปกติ มีจุดแจ้งเตือนกล้องหรือไมโครโฟนทั้งที่ไม่ได้ใช้งาน หรือมี OTP จากบริการที่ไม่ได้ล็อกอิน ควรถือเป็นสัญญาณเตือนและรีบตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องทันที
เช็กการโอนสายด้วยรหัสกด
หนึ่งในวิธีพื้นฐานที่หลายคนใช้ตรวจสอบคือการเช็กสถานะการโอนสาย เพราะบางกรณีมิจฉาชีพอาจหลอกให้ผู้ใช้ตั้งค่าโอนสายไปยังเบอร์อื่น เพื่อรับสายหรือรหัสยืนยันบางประเภทแทนเจ้าของเครื่อง
รหัสต่อไปนี้เป็นรหัสที่ใช้ตรวจสอบการโอนสายบนหลายเครือข่าย แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามผู้ให้บริการและรุ่นโทรศัพท์
- *#21# ใช้ตรวจสอบการโอนสายแบบทุกสาย หรือ unconditional call forwarding
- *#61# ใช้ตรวจสอบการโอนสายในกรณีที่ไม่ได้รับสาย
- *#62# ใช้ตรวจสอบการโอนสายเมื่อปิดเครื่อง ไม่มีสัญญาณ หรืออยู่นอกพื้นที่ให้บริการ
- *#67# ใช้ตรวจสอบการโอนสายเมื่อสายไม่ว่าง
หากพบเบอร์แปลกที่ไม่รู้จักและไม่ได้ตั้งค่าไว้เอง สามารถติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อตรวจสอบ หรือกด ##002# แล้วโทรออก เพื่อยกเลิกการโอนสายทั้งหมด อย่างไรก็ตาม รหัสนี้อาจกระทบการตั้งค่าฝากข้อความเสียงหรือบริการโอนสายที่ตั้งไว้เดิม จึงควรตรวจสอบกับเครือข่ายอีกครั้งหากไม่แน่ใจ
สิ่งสำคัญคือ รหัสเหล่านี้ใช้ตรวจสอบ “การโอนสาย” ไม่ได้ยืนยันโดยตรงว่าโทรศัพท์ถูกดักฟัง หากผลตรวจพบการโอนสายไปยังเบอร์ที่คุ้นเคย เช่น เบอร์ฝากข้อความเสียงของเครือข่าย อาจเป็นการตั้งค่าปกติของระบบ
จุดสีบนหน้าจอ บอกอะไรได้บ้าง
สำหรับผู้ใช้ iPhone ข้อมูลจาก Apple Support ระบุว่า ตั้งแต่ iOS 14 เป็นต้นไป หากมีจุดสีส้มหรือสัญลักษณ์สีส้มแสดงขึ้น หมายความว่ามีแอปกำลังใช้ไมโครโฟน ส่วนจุดสีเขียวหมายถึงมีแอปกำลังใช้กล้อง หรือใช้ทั้งกล้องและไมโครโฟน
ด้าน Android ข้อมูลจาก Google Help ระบุว่า เมื่อมีแอปใช้กล้องหรือไมโครโฟน จะมีสัญลักษณ์สีเขียวแสดงที่มุมขวาบนของหน้าจอ ผู้ใช้สามารถปัดแถบแจ้งเตือนลงมาและแตะสัญลักษณ์นั้น เพื่อดูว่าแอปใดกำลังใช้งานกล้องหรือไมโครโฟนอยู่
หากจุดสีปรากฏตอนที่กำลังถ่ายรูป โทรวิดีโอ อัดเสียง หรือใช้แอปประชุมออนไลน์ ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าจุดสีขึ้นทั้งที่ไม่ได้เปิดแอปเหล่านี้ ควรรีบเช็กว่าแอปใดกำลังเข้าถึงไมโครโฟนหรือกล้อง และพิจารณาปิดสิทธิ์ทันทีหากไม่จำเป็น
ข้อความ OTP หรือแจ้งล็อกอินที่ไม่ได้ขอ อย่ามองข้าม
ข้อความ OTP หรือการแจ้งเตือนเข้าสู่ระบบจากธนาคาร โซเชียลมีเดีย อีเมล หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้งที่ผู้ใช้ไม่ได้ทำรายการเอง ถือเป็นสัญญาณที่ควรระวัง เพราะอาจมีบุคคลอื่นพยายามล็อกอินหรือรีเซ็ตรหัสผ่านบัญชีของคุณ
ในกรณีนี้ ห้ามส่งต่อ OTP ให้ใครเด็ดขาด และควรรีบเปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีนั้นจากอุปกรณ์ที่มั่นใจว่าปลอดภัย เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น และตรวจสอบประวัติการเข้าสู่ระบบ หากเป็นบัญชีธนาคารหรือกระเป๋าเงินออนไลน์ ควรติดต่อสถาบันการเงินทันทีเมื่อพบความผิดปกติ
ระวัง SMS ปลอม ลิงก์แปลก และแอปดูดเงิน
มิจฉาชีพมักส่งข้อความแอบอ้างเป็นธนาคาร บริษัทขนส่ง หน่วยงานรัฐ ตำรวจ หรือศาล พร้อมข้อความเร่งด่วนให้กดลิงก์ กรอกข้อมูล หรือดาวน์โหลดแอปบางอย่าง โดย FTC เตือนว่า หากได้รับข้อความที่ไม่คาดคิดและขอข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลการเงิน ไม่ควรกดลิงก์ในข้อความนั้น แต่ควรติดต่อหน่วยงานผ่านช่องทางทางการที่รู้ว่าถูกต้องเท่านั้น
ธนาคารกรุงเทพยังเตือนว่า SMS ปลอมอาจหลอกให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปหรือติดตั้งโปรแกรมลงในสมาร์ตโฟน ซึ่งอาจมีไวรัสหรือมัลแวร์ที่ขโมยข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินได้
สำหรับข้อความแปลก ๆ ที่มีตัวอักษรมั่ว รหัสยาว หรือข้อความว่างเปล่า ยังไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นคำสั่งควบคุมสปายแวร์เสมอไป เพราะอาจเป็นข้อความผิดพลาดจากระบบหรือสแปมทั่วไป แต่หากเกิดร่วมกับอาการเครื่องผิดปกติ ควรลบข้อความ ไม่กดลิงก์ ไม่ตอบกลับ และรีบตรวจสอบแอปกับสิทธิ์การเข้าถึงในเครื่อง
สัญญาณที่ควรสงสัยว่าเครื่องอาจมีมัลแวร์หรือสปายแวร์
หากมือถือมีอาการต่อไปนี้หลายข้อพร้อมกัน ควรตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะอาจมีแอปอันตรายหรือสปายแวร์แอบทำงานอยู่เบื้องหลัง
- แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติมาก ทั้งที่ไม่ได้ใช้งานหนัก
- เครื่องร้อนผิดปกติแม้วางทิ้งไว้เฉย ๆ
- อินเทอร์เน็ตมือถือถูกใช้มากผิดปกติ
- มีแอปแปลก ๆ ที่จำไม่ได้ว่าเคยติดตั้ง
- มีหน้าต่างป็อปอัปเด้งขึ้นมาบ่อย
- หน้าจอสว่างเอง รีสตาร์ทเอง หรือทำงานผิดปกติในเวลากลางคืน
- มีการแจ้งเตือนใช้กล้องหรือไมโครโฟนโดยไม่ทราบสาเหตุ
- บัญชีโซเชียล อีเมล หรือแอปธนาคารมีกิจกรรมที่ไม่ได้ทำเอง
วิธีปิดสิทธิ์ไมโครโฟนและกล้อง
การตรวจสอบสิทธิ์ของแอปเป็นวิธีสำคัญ เพราะบางแอปอาจขอเข้าถึงไมโครโฟน กล้อง ตำแหน่ง รายชื่อ หรือข้อความ ทั้งที่ไม่จำเป็นต่อการใช้งานจริง
สำหรับ iPhone
ไปที่ การตั้งค่า จากนั้นเลือก ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย แล้วเข้าไปที่ ไมโครโฟน หรือ กล้อง เพื่อปิดสิทธิ์แอปที่ไม่จำเป็นหรือไม่น่าไว้วางใจ
สำหรับ Android
ไปที่ การตั้งค่า จากนั้นเลือก ความเป็นส่วนตัว หรือ ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว แล้วเข้าไปที่ ตัวจัดการสิทธิ์ หรือ Permission Manager เลือก ไมโครโฟน หรือ กล้อง เพื่อดูและปิดสิทธิ์ของแอปที่ไม่จำเป็น ทั้งนี้ ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและเวอร์ชัน Android
ถ้าสงสัยว่าเครื่องไม่ปลอดภัย ควรทำทันที
หากเริ่มเห็นสัญญาณผิดปกติชัดเจน ควรรีบลดความเสี่ยงก่อน โดยเฉพาะหากมือถือมีแอปธนาคาร แอปลงทุน หรือข้อมูลส่วนตัวสำคัญอยู่ในเครื่อง
- เปิดโหมดเครื่องบิน หรือปิด Wi-Fi และข้อมูลมือถือชั่วคราว เพื่อลดการส่งข้อมูลออกจากเครื่อง
- ตรวจสอบรายชื่อแอปทั้งหมด แล้วลบแอปที่ไม่รู้จักหรือไม่ได้ติดตั้งเอง
- ปิดสิทธิ์ไมโครโฟน กล้อง ตำแหน่ง รายชื่อ และ SMS ของแอปที่ไม่จำเป็น
- สแกนเครื่องด้วยระบบความปลอดภัยของเครื่อง เช่น Google Play Protect สำหรับ Android
- เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีสำคัญจากอุปกรณ์อีกเครื่องที่มั่นใจว่าปลอดภัย
- หากเกี่ยวข้องกับบัญชีธนาคาร ให้รีบติดต่อธนาคารเพื่อระงับความเสียหายและตรวจสอบธุรกรรม
รีเซ็ตเครื่องเป็นค่าโรงงาน ควรทำเมื่อไร
หากลบแอปแปลก ๆ แล้วอาการยังไม่หาย เครื่องยังทำงานผิดปกติ หรือสงสัยว่าถูกติดตั้งแอปอันตรายที่ซ่อนตัวอยู่ การรีเซ็ตเครื่องเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงานอาจเป็นทางเลือกสุดท้ายในการเคลียร์ระบบ
ก่อนรีเซ็ตควรสำรองเฉพาะข้อมูลสำคัญ เช่น รูปภาพ เอกสาร และรายชื่อ แต่ไม่ควรสำรองแอปทั้งหมดกลับมาโดยอัตโนมัติ เพราะอาจดึงแอปหรือการตั้งค่าที่มีปัญหากลับมาด้วย หลังรีเซ็ตเสร็จควรติดตั้งแอปจาก App Store หรือ Google Play เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการติดตั้งไฟล์ APK หรือแอปจากลิงก์ที่ไม่รู้แหล่งที่มา
ป้องกันมือถือถูกดักฟังและสปายแวร์อย่างไร
การป้องกันที่ดีที่สุดคือทำให้มือถือเข้าถึงยากและลดโอกาสติดตั้งแอปอันตรายตั้งแต่แรก โดยควรตั้งค่าล็อกหน้าจอ เปิดอัปเดตระบบอัตโนมัติ และไม่ให้ผู้อื่นหยิบเครื่องไปใช้งานโดยไม่จำเป็น
- อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ
- ดาวน์โหลดแอปจาก Store ทางการเท่านั้น
- อย่ากดลิงก์จาก SMS หรือแชตที่ไม่แน่ใจ
- อย่าให้ OTP รหัสผ่าน หรือ PIN กับใคร
- ตรวจสอบสิทธิ์แอปเป็นประจำ โดยเฉพาะกล้อง ไมโครโฟน ตำแหน่ง และ SMS
- เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้นสำหรับบัญชีสำคัญ
- ใช้รหัสผ่านที่เดายาก และไม่ใช้รหัสเดียวกันทุกบริการ
สรุป มือถือถูกดักฟังเช็กได้ แต่ต้องดูอย่างรอบด้าน
มือถือถูกดักฟังหรือถูกฝังสปายแวร์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ไม่ควรตัดสินจากอาการเดียว เช่น แบตหมดเร็วหรือเครื่องร้อน เพราะอาจมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย สิ่งที่ควรทำคือเช็กการโอนสาย ดูสัญลักษณ์กล้องและไมโครโฟน ตรวจสอบแอปแปลก ๆ ปิดสิทธิ์ที่ไม่จำเป็น และระวัง SMS ที่หลอกให้กดลิงก์หรือติดตั้งแอป
หากพบความผิดปกติหลายอย่างพร้อมกัน โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับบัญชีธนาคารหรือ OTP ที่ไม่ได้ร้องขอ ควรตัดอินเทอร์เน็ตชั่วคราว เปลี่ยนรหัสผ่านจากเครื่องที่ปลอดภัย ติดต่อธนาคาร และพิจารณารีเซ็ตเครื่องหากควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ การตรวจสอบเร็วและตั้งค่าป้องกันให้ถูกต้อง ช่วยลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วและความเสียหายทางการเงินได้มาก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



