วิธีดูรหัสเครื่อง iPad เช็กง่ายๆ ดูตรงไหนว่าคุณใช้รุ่นไหนอยู่?

วิธีดูรหัสเครื่อง iPad เช็กง่ายๆ ดูตรงไหนว่าคุณใช้รุ่นไหนอยู่?

วิธีดูรหัสเครื่อง iPad เช็กง่ายๆ ดูตรงไหนว่าคุณใช้รุ่นไหนอยู่?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนใช้ iPad มาหลายปี แต่พอมีคนถามว่า “เครื่องนี้รุ่นอะไร?” กลับตอบไม่ได้ทันที เพราะชื่อ iPad มีหลายตระกูล ทั้ง iPad, iPad mini, iPad Air และ iPad Pro แถมบางรุ่นยังมีขนาด 11 นิ้ว, 13 นิ้ว, 12.9 นิ้ว หรือแยกเป็นรุ่น Wi-Fi และ Wi-Fi + Cellular อีกต่างหาก

เพื่อให้คลายข้อสงสัย Sanook Hitech อัปเดตวิธีดูรหัสเครื่อง iPad ว่าคุณใช้รุ่นไหนอยู่เผื่อจะต้องซ่อมหรือขายต่อ จะได้ไม่พลาด

รหัสรุ่น iPad สำคัยแค่ไหน

การรู้รุ่น iPad ไม่ได้สำคัญแค่เอาไว้ตอบคำถามเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น

  • เช็กว่าอัปเดต iPadOS รุ่นใหม่ได้หรือไม่
  • เลือกซื้อเคส ฟิล์ม คีย์บอร์ด หรือ Apple Pencil ให้ตรงรุ่น
  • ตรวจสอบราคากลางก่อนซื้อ-ขายมือสอง
  • เช็กว่ารุ่น Wi-Fi หรือ Wi-Fi + Cellular
  • ตรวจสอบความจุและปีเปิดตัวของเครื่อง
  • ใช้ยืนยันรุ่นก่อนส่งซ่อมหรือเคลมกับศูนย์บริการ

เพราะ iPad หลายรุ่นหน้าตาคล้ายกันมาก โดยเฉพาะ iPad Air และ iPad Pro รุ่นใหม่ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน การดูจากดีไซน์ภายนอกเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เข้าใจผิดได้

serial

วิธีที่ 1: ดูรหัส iPad จากเมนู Settings

วิธีที่ง่ายและแม่นที่สุดคือดูจากเมนูการตั้งค่าในเครื่อง โดยทำตามนี้

  1. เปิดแอป Settings หรือ การตั้งค่า
  2. เข้าไปที่ General หรือ ทั่วไป
  3. เลือก About หรือ เกี่ยวกับ
  4. ดูช่อง Model Name เพื่อดูชื่อรุ่น เช่น iPad Air หรือ iPad Pro
  5. ดูช่อง Model Number หากเห็นเป็นรหัสยาวขึ้นต้นด้วย M หรือชุดตัวอักษรอื่น ให้แตะ 1 ครั้ง
  6. ระบบจะแสดงรหัสเครื่องขึ้นต้นด้วย A เช่น A3354 หรือ A2925

จุดสำคัญคือ ในหน้า About บางครั้งช่อง Model Number จะแสดงเป็นเลข Part Number ก่อน หากต้องการดูรหัสรุ่นจริง ให้แตะที่เลขนั้นหนึ่งครั้ง แล้วจะเปลี่ยนเป็นรหัสขึ้นต้นด้วย A

batch_img_1703

วิธีที่ 2: ดูรหัสจากด้านหลังตัวเครื่อง

iPad หลายรุ่นจะมีหมายเลขรุ่นพิมพ์อยู่ด้านหลังตัวเครื่องบริเวณตัวอักษรเล็ก ๆ ใต้คำว่า iPad โดยจะมีรูปแบบเป็นตัวอักษร A ตามด้วยตัวเลข 4 หลัก

วิธีนี้เหมาะกับกรณีที่เปิดเครื่องไม่ได้ เครื่องแบตหมด จอเสีย หรือต้องการเช็กเครื่องมือสองแบบเร็ว ๆ ก่อนเปิดใช้งาน แต่ข้อสังเกตคือ iPad รุ่นใหม่บางรุ่นอาจไม่ได้แสดงรหัสด้านหลังชัดเหมือนรุ่นเก่า หรือรหัสอาจอ่านยากเพราะตัวอักษรเล็กมาก และบางรุ่นไม่มีแปะแล้วเช่น iPad A16 ใหม่

วิธีที่ 3: ดูที่พอร์ตชาร์จ

อีกวิธ๊ที่แนะนำเลยสำหรับ iPad บางรุ่นที่ไม่มีเลขรุ่นด้านหลัง หรือมองไม่ชัด Apple ระบุว่าสามารถตรวจดูหมายเลขรุ่นบริเวณด้านในพอร์ต USB-C หรือ Lightning ได้ โดยต้องอยู่ในที่มีแสงสว่างเพียงพอ และดูบริเวณด้านบนของช่องพอร์ตฝั่งเดียวกับหน้าจอ

วิธีนี้อาจดูยากกว่าวิธีอื่น แต่มีประโยชน์หากตัวเครื่องไม่มีเลขด้านหลังให้เห็นชัด หรือเป็นเครื่องที่เปิดไม่ได้

รหัส Model Number กับ Serial Number ต่างกันอย่างไร?

หลายคนสับสนระหว่าง Model Number กับ Serial Number ซึ่งทั้งสองอย่างไม่เหมือนกัน

รายการ ความหมาย ใช้ทำอะไร
Model Number รหัสรุ่นของ iPad เช่น A3354, A2925, A2993 ใช้บอกว่าเป็น iPad รุ่นไหน ขนาดใด Wi-Fi หรือ Cellular
Serial Number เลขประจำเครื่องเฉพาะเครื่องนั้น ๆ ใช้ตรวจประกัน เคลมเครื่อง เช็กบริการ AppleCare หรือประวัติบริการ


ถ้าต้องการรู้ว่า “เครื่องนี้คือ iPad รุ่นไหน” ให้ดู Model Number แต่ถ้าต้องการเช็กประกันหรือสถานะบริการ ให้ใช้ Serial Number

รหัส iPad รุ่นปัจจุบัน

ด้านล่างคือรหัสรุ่น iPad รุ่นใหม่และรุ่นที่ยังพบบ่อยในตลาดปี 2026 เพื่อใช้เช็กเบื้องต้น

รุ่น iPad ปีเปิดตัว รหัสรุ่น Wi-Fi รหัสรุ่น Wi-Fi + Cellular จุดสังเกต
iPad Pro 13 นิ้ว ชิป M5 2025 A3360 A3361 จอ Ultra Retina XDR, Face ID, ไม่มีถาด Nano-SIM ใช้ eSIM
iPad Pro 11 นิ้ว ชิป M5 2025 A3357 A3358 จอ Ultra Retina XDR, Face ID, ไม่มีถาด Nano-SIM ใช้ eSIM
iPad Pro 13 นิ้ว ชิป M4 2024 A2925 A2926 จอ Ultra Retina XDR, มีตัวเลือกกระจก Nano-texture ในรุ่น 1TB และ 2TB
iPad Pro 11 นิ้ว ชิป M4 2024 A2836 A2837 ดีไซน์บาง จอ Ultra Retina XDR, Face ID
iPad Air 13 นิ้ว ชิป M4 2026 A3461 A3462 จอ Liquid Retina, Touch ID ที่ปุ่มด้านบน, ไม่มีถาด Nano-SIM ใช้ eSIM
iPad Air 11 นิ้ว ชิป M4 2026 A3459 A3460 จอ Liquid Retina, กล้องหน้า 12MP Center Stage บนขอบแนวนอน
iPad Air 13 นิ้ว ชิป M3 2025 A3268 A3269 จอ Liquid Retina, Touch ID ที่ปุ่มด้านบน
iPad Air 11 นิ้ว ชิป M3 2025 A3266 A3267 จอ Liquid Retina, Touch ID ที่ปุ่มด้านบน
iPad Air 13 นิ้ว ชิป M2 2024 A2898 A2899 iPad Air รุ่นแรกที่มีขนาด 13 นิ้ว
iPad Air 11 นิ้ว ชิป M2 2024 A2902 A2903 ดีไซน์ใกล้เคียง iPad Air รุ่นใหม่
iPad mini ชิป A17 Pro 2024 A2993 A2995 รองรับ Apple Intelligence, ไม่มีถาด Nano-SIM ใช้ eSIM
iPad mini รุ่นที่ 6 2021 A2567 A2568 ดีไซน์จอเต็ม ไม่มีปุ่มโฮม ใช้ Touch ID ที่ปุ่มด้านบน
iPad ชิป A16 2025 A3354 A3355 รุ่นเริ่มต้นยุคใหม่ ความจุเริ่ม 128GB, ไม่มีถาด Nano-SIM ใช้ eSIM
iPad รุ่นที่ 10 2022 A2696 A2757 ดีไซน์ใหม่ พอร์ต USB-C, กล้องหน้าแนวนอน


หมายเหตุ:
บางรุ่นจะมีรหัสสำหรับประเทศจีนแผ่นดินใหญ่แยกต่างหาก เช่น A3007, A3464, A3463 หรือ A3356 หากซื้อเครื่องหิ้วหรือเครื่องจากต่างประเทศ ควรตรวจสอบกับรายการของ Apple อีกครั้ง

เช็ก iPad เป็น Wi-Fi หรือ Cellular ได้อย่างไร?

วิธีดูง่าย ๆ คือดูจากรหัส Model Number เพราะ iPad รุ่น Wi-Fi และ Wi-Fi + Cellular จะใช้รหัสไม่เหมือนกัน เช่น iPad ชิป A16 รุ่น Wi-Fi คือ A3354 ส่วนรุ่น Wi-Fi + Cellular คือ A3355

นอกจากนี้ยังดูจากตัวเครื่องได้คร่าว ๆ หากเป็นรุ่น Cellular มักมีเส้นเสาอากาศหรือรองรับ eSIM / ซิมการ์ด แต่ iPad รุ่นใหม่หลายรุ่นเริ่มเปลี่ยนเป็น eSIM เท่านั้น จึงควรตรวจจาก Settings หรือรหัส Model Number จะชัวร์กว่า

การเลือกซื้อ iPad มือสอง ต้องดูอะไรบ้าง?

หากกำลังจะซื้อ iPad มือสอง ไม่ควรดูแค่สภาพภายนอกและราคาถูก แต่ควรตรวจรหัสรุ่นให้ตรงกับรุ่นที่ผู้ขายระบุด้วย โดยแนะนำให้เช็กตามนี้

  • เข้า Settings > General > About เพื่อดูชื่อรุ่นและ Model Number
  • แตะ Model Number ให้แสดงรหัสขึ้นต้นด้วย A
  • เทียบรหัสกับรายการรุ่นจาก Apple
  • ตรวจความจุว่าเป็น 64GB, 128GB, 256GB หรือมากกว่านั้น
  • ตรวจว่าเป็นรุ่น Wi-Fi หรือ Wi-Fi + Cellular
  • เช็ก Serial Number เพื่อดูประกันหรือสถานะบริการ
  • ตรวจว่าเครื่องติด Apple ID / Activation Lock หรือไม่

ถ้ารหัสรุ่นไม่ตรงกับที่ผู้ขายบอก เช่น บอกว่าเป็น iPad Air รุ่นใหม่ แต่รหัสกลับเป็น iPad รุ่นเก่า ควรระวังทันที เพราะอาจเป็นการลงข้อมูลผิดหรือมีความเสี่ยงในการซื้อขาย

และยิ่งในช่วงหลัง iPad หลายรุ่นมีดีไซน์ใกล้กันมาก เช่น iPad Air 11 นิ้ว, iPad Pro 11 นิ้ว และ iPad รุ่นที่ 10 ต่างก็ใช้ดีไซน์ขอบเหลี่ยม หน้าจอใหญ่ และพอร์ต USB-C ทำให้ดูจากภายนอกอย่างเดียวอาจแยกยาก

ยิ่งถ้าใส่เคสอยู่ การแยกจากตำแหน่งกล้อง ปุ่ม หรือขนาดตัวเครื่องอาจไม่แม่นพอ วิธีที่ดีที่สุดจึงยังเป็นการดูรหัส Model Number จากเมนู Settings แล้วนำไปเทียบกับรายการรุ่นอย่างเป็นทางการ

ปัญหาที่เจอบ่อยคือผู้ใช้เข้าไปที่หน้า About แล้วเห็น Model Number เป็นรหัสที่ขึ้นต้นด้วย M หรือชุดตัวอักษรยาว ๆ แล้วเข้าใจว่านั่นคือรหัสรุ่น แต่จริง ๆ แล้วมักเป็น Part Number หรือเลขชิ้นส่วนของเครื่อง ให้แตะที่ช่องนั้น 1 ครั้ง ระบบจะแสดงหมายเลขรุ่นที่ขึ้นต้นด้วย A เช่น A3354 หรือ A2925 ซึ่งเป็นรหัสที่ใช้เทียบรุ่น iPad ได้จริง

ถ้าเปิดเครื่องไม่ได้ จะรู้รุ่นได้ไหม?

ถ้า iPad เปิดไม่ติด จอเสีย หรือแบตหมด ยังสามารถลองดูรหัสจากด้านหลังเครื่องหรือบริเวณพอร์ตชาร์จได้ แต่ถ้ามองไม่เห็นเลขหรือเครื่องถูกเคส / ฟิล์มปิดทับ ควรนำเครื่องเข้าศูนย์บริการหรือร้านที่เชื่อถือได้เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม

สำหรับการซื้อขายมือสอง หากผู้ขายไม่สามารถเปิดเครื่องให้ดู Settings ได้ และเลขตัวเครื่องอ่านไม่ชัด ควรหลีกเลี่ยงหรือขอหลักฐานเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ

ดังนั้น ไม่ว่าจะซื้อเครื่องใหม่ ซื้อ iPad มือสอง ขายต่อ หรือเลือกอุปกรณ์เสริม อย่าลืมเช็ก Model Number ก่อนทุกครั้ง เพราะรหัสเล็ก ๆ ตัวนี้ช่วยบอกได้ชัดเจนว่าเครื่องของคุณคือ iPad รุ่นไหนกันแน่

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล