5 เหตุผลที่ควรถอดเคสมือถือออกมาทำความสะอาดบ้าง

เมื่อคุณซื้อมือถือมาแล้ว อุปกรณ์เสริมที่ขาดไม่ได้คือเตสมือถือ เพื่อทำให้ตัวเครื่อง ไม่เป็นรอย และไม่แตกแถมยังจับถนัดมือมากขึ้น แต่รู้หรือไม่ถ้าใส่เคสตลอดเวลาแบบ “ไม่เคยถอดออกมาเลย” เป็นเดือนหรือเป็นปี อาจทำให้เกิดผลเสียกับมือถือได้เหมือนกัน
วันนี้ Sanook Hitech จะมาเผยสาเหตุที่ ใส่เคสมือถือตลอดเวลา ทำร้ายมือถือโดยไม่รู้ตัว และควรถอดเคสบ่อยแค่ไหนถึงจะเหมาะสม

5 สิ่งถ้าคุณไม่ถอดเคสมือถือจะทำร้ายมือถือโดยไม่รู้ตัว
1. เคสคือแหล่งเก็บฝุ่นอาจจะทำเครื่องเสียหาย
หลายคนคิดว่าใส่เคสแล้วเครื่องจะไม่เป็นรอย แต่ความจริงคือฝุ่นละออง เม็ดทราย หรือเศษสิ่งสกปรกขนาดเล็กสามารถเล็ดลอดเข้าไปอยู่ระหว่างเคสกับตัวเครื่องได้ โดยเฉพาะบริเวณขอบเครื่อง มุมเครื่อง รอบกล้อง และช่องพอร์ตต่าง ๆ
เมื่อเราใช้งานมือถือทุกวัน เคสจะมีการขยับเล็กน้อยตามแรงจับ แรงกด หรือแรงเสียดสีในกระเป๋ากางเกง ทำให้ฝุ่นหรือเม็ดทรายเหล่านี้กลายเป็นเหมือนกระดาษทรายขนาดจิ๋วที่ค่อย ๆ ขูดผิวเครื่องไปเรื่อย ๆ
ผลที่ตามมาคือกรอบเครื่องอาจเป็นรอยด้าน ๆ เป็นจุด ๆ หรือมีรอยขีดเล็ก ๆ แม้จะใส่เคสมาตลอดก็ตาม โดยเฉพาะมือถือที่ใช้กรอบอะลูมิเนียม สีเข้ม หรือผิวแบบมันวาว จะเห็นรอยได้ค่อนข้างชัด
2. ความชื้นสะสม เสี่ยงเกิดคราบหรือรอยด่าง
อีกปัญหาที่มักเกิดกับคนใส่เคสตลอดคือความชื้นสะสม โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนชื้น เหงื่อจากมือ ละอองน้ำ หรือความชื้นจากสภาพอากาศสามารถเข้าไปค้างอยู่ใต้เคสได้
ถ้าเป็นเคสซิลิโคน เคสใส หรือเคสที่แนบกับตัวเครื่องมาก ๆ ความชื้นอาจระบายออกได้ไม่ดี เมื่อปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจเกิดคราบน้ำ คราบขาว หรือรอยด่างบนฝาหลังและขอบเครื่องได้
แม้มือถือหลายรุ่นจะมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทนความชื้นสะสมใต้เคสได้ตลอดเวลา เพราะมาตรฐานกันน้ำออกแบบมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุระยะสั้น ไม่ใช่การปล่อยให้ความชื้นติดอยู่กับตัวเครื่องเป็นเวลานาน
3. ระบายความร้อนได้แย่ลง
สมาร์ตโฟนระบายความร้อนผ่านตัวเครื่องเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นฝาหลัง กรอบเครื่อง หรือบริเวณรอบโมดูลกล้อง แต่เมื่อใส่เคสหนา ๆ หรือเคสที่วัสดุอมความร้อน ความร้อนจากตัวเครื่องอาจระบายออกได้ช้าลง
อาการนี้จะเห็นชัดเป็นพิเศษตอนเล่นเกม ถ่ายวิดีโอนาน ๆ ใช้กล้องกลางแดด เปิด Hotspot หรือตอนชาร์จแบต เพราะเป็นช่วงที่เครื่องทำงานหนักและเกิดความร้อนสูงกว่าปกติ
หากเครื่องร้อนสะสมบ่อย ๆ ระบบอาจลดความเร็วของชิปเพื่อควบคุมอุณหภูมิ ทำให้เครื่องหน่วง เกมกระตุก กล้องปิดเอง หรือชาร์จช้าลงในบางสถานการณ์ ระยะยาวอาจส่งผลต่อสุขภาพแบตเตอรี่ด้วย
4. ถ้าเคสเก่า จะมีปัญหาเรื่องความสะอาด
เคสมือถือเป็นสิ่งที่เราใช้จับทุกวัน วางบนโต๊ะ ใส่กระเป๋า วางในรถ วางในห้องน้ำ หรือหยิบใช้ระหว่างกินข้าว ทำให้เคสเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สะสมคราบเหงื่อ คราบมัน ฝุ่น และเชื้อโรคได้ง่ายมาก
หากไม่เคยถอดออกมาล้างหรือเช็ดทำความสะอาดเลย เคสอาจเริ่มเหนียว เหลือง มีกลิ่น หรือเกิดคราบสะสมตามขอบและมุมต่าง ๆ โดยเฉพาะเคสใสที่มักเหลืองเมื่อใช้งานไปนาน ๆ
นอกจากเรื่องความสะอาดแล้ว เคสที่เสื่อมสภาพยังอาจเสียรูป หลวม หรือไม่แนบกับตัวเครื่องเหมือนเดิม ทำให้ปกป้องมือถือได้ลดลง และอาจทำให้ฝุ่นเข้าไปสะสมง่ายขึ้นกว่าเดิม
5. อาจกดทับปุ่ม พอร์ต หรือกินฟิล์มกันรอย
เคสบางรุ่นเมื่อใช้งานไปนาน ๆ อาจเริ่มย้วย บิดงอ หรือกดทับตำแหน่งต่าง ๆ ของมือถือ เช่น ปุ่มเพิ่มลดเสียง ปุ่มเปิดปิด พอร์ตชาร์จ ไมโครโฟน ลำโพง หรือขอบฟิล์มหน้าจอ
บางกรณีอาจทำให้ปุ่มกดยาก กดแล้วไม่เด้งเหมือนเดิม สายชาร์จเสียบไม่แน่น เสียงลำโพงอู้อี้ หรือไมโครโฟนรับเสียงได้ไม่เต็มที่ หากเคสหนาหรือออกแบบช่องพอร์ตไม่ตรงกับรุ่นมือถือพอดี
อีกปัญหาที่พบได้คือเคสดันขอบฟิล์มกระจก ทำให้ฟิล์มเผยอ มีฝุ่นเข้า หรือเกิดฟองอากาศตามขอบจอ โดยเฉพาะมือถือจอโค้งหรือเคสที่ขอบสูงมากเกินไป
แล้วควรถอดเคสบ่อยแค่ไหน?
คำแนะนำง่าย ๆ คือควรถอดเคสออกมาทำความสะอาดอย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือถ้าใช้งานหนัก เหงื่อออกบ่อย วางมือถือในที่มีฝุ่นเยอะ หรือใส่มือถือในกระเป๋ากางเกงเป็นประจำ อาจถอดเช็กทุก 2-3 วันก็ได้
สิ่งที่ควรทำมีดังนี้
- ถอดเคสออกแล้วเช็ดฝาหลังและขอบเครื่องด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์
- เช็ดด้านในของเคสเพื่อเอาฝุ่นและคราบเหงื่อออก
- ตรวจดูว่ามีเม็ดทรายหรือเศษฝุ่นค้างอยู่ตามมุมเคสหรือไม่
- ปล่อยให้เคสและตัวเครื่องแห้งสนิทก่อนใส่กลับ
- หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีแรง ๆ กับตัวเครื่องหรือเคส
เวลาไหนควรถอดเคสออกชั่วคราว?
นอกจากการถอดมาทำความสะอาดแล้ว ยังมีบางสถานการณ์ที่ควรถอดเคสออกชั่วคราว เช่น
- ตอนชาร์จแบตแล้วเครื่องร้อนผิดปกติ
- ตอนเล่นเกมหนัก ๆ เป็นเวลานาน
- ตอนถ่ายวิดีโอ 4K หรือ 8K ต่อเนื่อง
- ตอนใช้มือถือกลางแดดจัด
- หลังมือถือโดนน้ำ ฝน หรือความชื้น
การถอดเคสในช่วงที่เครื่องร้อนจะช่วยให้ตัวเครื่องระบายความร้อนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะมือถือที่ใช้เคสหนา เคสกันกระแทก หรือเคสวัสดุที่อมความร้อนง่าย
ควรเลือกเคสแบบไหนให้ปลอดภัยกับมือถือมากขึ้น?
แต่ถ้าเคสเก่าเกินจนมีรอยฉีกขาดหรือ แข็งเกินไป เคสที่ดีไม่จำเป็นต้องหนาที่สุด แต่ควรเป็นเคสที่พอดีกับรุ่นมือถือ ไม่บีบตัวเครื่องมากเกินไป มีช่องพอร์ตตรงตำแหน่ง ระบายความร้อนได้พอสมควร และถอดทำความสะอาดได้ไม่ยาก
ถ้าใช้มือถือเล่นเกมหรือถ่ายวิดีโอบ่อย ควรหลีกเลี่ยงเคสที่หนาและทึบมากเกินไป เพราะอาจทำให้ความร้อนสะสม ส่วนคนที่ใช้เคสใสควรเลือกเคสคุณภาพดีที่ไม่เหลืองง่าย และหมั่นถอดทำความสะอาดเป็นประจำ
ปิดท้ายก่อนจาก
สุดท้ายแล้วการใส่เคสมือถือไม่ใช่เรื่องผิด และยังเป็นวิธีที่ช่วยปกป้องเครื่องจากรอยขีดข่วนและแรงกระแทกได้ดี แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อใส่เคสตลอดเวลาโดยไม่เคยถอดออกมาทำความสะอาดเลย
ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นมีตั้งแต่ฝุ่นขูดเครื่องจนเป็นรอย ความชื้นสะสม เครื่องร้อนง่าย เคสสะสมคราบสกปรก ไปจนถึงการกดทับปุ่มหรือพอร์ตต่าง ๆ ดังนั้นทางที่ดีคือควรถอดเคสออกมาเช็กและทำความสะอาดเป็นประจำ เพื่อความสะอาดของมือถือ และสุขภาพที่อาจจะมีผลกระทบต่อตัวคุณเอง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



