เมื่อบุหรี่เถื่อนออนไลน์ย้ายสู่ “กลุ่มปิด” ภัยใหม่ที่รัฐต้องตามให้ทัน

เนื่องใน วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม ประเด็นเรื่องบุหรี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การรณรงค์ลด ละ เลิกการสูบเท่านั้น แต่ยังมีอีกด้านที่น่ากังวลขึ้นเรื่อย ๆ คือ ตลาดบุหรี่เถื่อนออนไลน์ ที่กำลังปรับตัวเร็วขึ้น ซับซ้อนขึ้น และเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่าเดิมผ่านโซเชียลมีเดีย
จากเดิมที่การขายบุหรี่ผิดกฎหมายอาจพบได้ตามเพจสาธารณะหรือโพสต์เปิดเผย ปัจจุบันผู้ค้าจำนวนมากเริ่มย้ายเข้าสู่ Facebook Groups, กลุ่มปิด และชุมชนออนไลน์ที่ตรวจสอบได้ยากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสินค้าผิดกฎหมาย แต่กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ด้านดิจิทัล ความปลอดภัยออนไลน์ และการเข้าถึงของเยาวชน

ตลาดบุหรี่เถื่อนออนไลน์กำลังเปลี่ยนเกม
ข้อมูลจากการติดตามและวิเคราะห์บทสนทนาออนไลน์เกี่ยวกับบุหรี่ผิดกฎหมายในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2568 โดยสมาคมการค้ายาสูบไทย พบโพสต์เกี่ยวกับการซื้อขายมากกว่า 1,240 โพสต์ โดยส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาจากฝั่งผู้ขาย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงปลายปี
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า แม้ภาครัฐจะมีการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง แต่ตลาดบุหรี่เถื่อนออนไลน์ยังคงขยายตัว และกำลังเปลี่ยนพื้นที่จากแพลตฟอร์มเปิด เช่น X หรือหน้าเพจสาธารณะ ไปสู่กลุ่มปิดที่มีความเป็นชุมชนมากขึ้น
จากเพจสาธารณะสู่กลุ่มปิด ทำไมถึงน่ากังวล?
การย้ายเข้าสู่กลุ่มปิดทำให้การตรวจจับยากขึ้น เพราะผู้ซื้อและผู้ขายอยู่ในพื้นที่ที่ดูเหมือนเป็นชุมชนเฉพาะกลุ่ม สมาชิกมีความคุ้นเคยกัน และเกิดความไว้วางใจระหว่างกันมากกว่าการซื้อขายแบบเปิดเผย
ในมุมหนึ่ง กลุ่มปิดเหล่านี้ทำหน้าที่คล้าย “ตลาดออนไลน์ใต้ดิน” ที่ไม่ได้มีแค่การโพสต์ขายสินค้า แต่ยังมีการสร้างความน่าเชื่อถือ รีวิวสินค้า แนะนำร้านค้า และสื่อสารกันต่อเนื่องจนเกิดเป็นระบบนิเวศของการค้าผิดกฎหมายบนโลกดิจิทัล
บุหรี่เถื่อนวันนี้ขายแบบอีคอมเมิร์ซมืออาชีพ
สิ่งที่น่าจับตาคือผู้ค้าบุหรี่ผิดกฎหมายไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องราคาถูกอีกต่อไป แต่เริ่มใช้เทคนิคการตลาดคล้ายร้านค้าออนไลน์ทั่วไป เช่น
- บริการเก็บเงินปลายทาง หรือ COD เพื่อลดความกังวลของผู้ซื้อ
- โพสต์ภาพสต็อกสินค้าและคลังสินค้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
- ใช้รีวิวจากลูกค้าเพื่อยืนยันว่ามีการส่งของจริง
- จัดโปรโมชัน ลดราคา หรือสร้างความรู้สึกว่าซื้อแล้วคุ้มกว่า
- ใช้คำว่า “บุหรี่นำเข้า” หรือ “บุหรี่นอก” เพื่อสร้างภาพลักษณ์พรีเมียม
เมื่อสินค้าผิดกฎหมายถูกนำเสนอด้วยภาษาการตลาดแบบเดียวกับสินค้าออนไลน์ทั่วไป ผู้บริโภคบางส่วนอาจมองข้ามความเสี่ยงทางกฎหมายและสุขภาพ เพราะเห็นเพียงราคาที่ถูกกว่าและความสะดวกในการสั่งซื้อ
ราคาถูกจนดึงดูด แต่เสี่ยงกว่าที่คิด
ในไฟล์ข้อมูลระบุว่า ผู้ขายบางรายนำเสนอบุหรี่ผิดกฎหมายในราคาประมาณ คอตตอนละ 220-250 บาท ซึ่งถูกกว่าบุหรี่ที่จำหน่ายอย่างถูกกฎหมายอย่างมาก ทำให้ผู้ซื้อถูกดึงดูดด้วยความรู้สึกว่าได้สินค้าราคาประหยัด
ขณะเดียวกันยังพบการโปรโมตบุหรี่รสเมนทอล รสผลไม้ และผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติหลากหลาย ซึ่งอาจดึงดูดกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มองหาสินค้าราคาเข้าถึงง่ายและมีภาพลักษณ์แตกต่างจากสินค้าทั่วไป
เมืองใหญ่และมหาวิทยาลัยกลายเป็นพื้นที่เป้าหมาย
อีกสัญญาณที่น่ากังวลคือการใช้แฮชแท็กและข้อความระบุพื้นที่อย่างชัดเจน เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต สงขลา หรือพื้นที่สำคัญอื่น ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสามารถจัดส่งได้รวดเร็ว
ที่น่าห่วงกว่านั้นคือมีการอ้างอิงพื้นที่มหาวิทยาลัยและชุมชนคนรุ่นใหม่ในหลายโพสต์ ทั้งจากฝั่งผู้ซื้อที่ต้องการหาสินค้าใกล้พื้นที่ และฝั่งผู้ขายที่ใช้การตลาดแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสปิดการขาย
ประเด็นนี้ทำให้ตลาดบุหรี่เถื่อนออนไลน์ไม่ใช่แค่ปัญหาการเลี่ยงภาษี แต่เกี่ยวพันกับความเสี่ยงที่เยาวชนและคนรุ่นใหม่จะเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบได้ง่ายขึ้นผ่านโลกออนไลน์
การปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายในอดีตมักเน้นการจับกุมหน้าร้าน ตรวจยึดสินค้าตามแนวชายแดน หรือสกัดการลักลอบนำเข้า แต่เมื่อการซื้อขายย้ายขึ้นออนไลน์ มาตรการแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะวันนี้ผู้ค้าไม่ได้รอขายในพื้นที่จริงเพียงอย่างเดียว แต่ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นหน้าร้าน ใช้กลุ่มปิดเป็นชุมชน ใช้ระบบขนส่งเป็นช่องทางกระจายสินค้า และใช้ระบบชำระเงินเป็นเครื่องมือปิดการขาย

ไทยอาจต้องรู้เพื่อตามให้ทัน
หนึ่งในข้อเสนอสำคัญจากบทความต้นทางคือ ภาครัฐควรเร่งพัฒนาระบบเฝ้าระวังเชิงข้อมูล หรือ Data Monitoring ที่สามารถติดตามคีย์เวิร์ด รูปแบบการสื่อสาร แนวโน้มการย้ายแพลตฟอร์ม และพฤติกรรมของเครือข่ายผู้ค้าได้แบบเรียลไทม์
นอกจากนี้ยังควรมีความร่วมมือระหว่างหลายภาคส่วน เช่น หน่วยงานรัฐ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ผู้ให้บริการขนส่ง และผู้ให้บริการชำระเงิน เพื่อช่วยตรวจสอบบัญชีที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย ลดการเข้าถึงของผู้ค้า และจำกัดช่องทางทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้าผิดกฎหมาย
หน่วยงานไหนควรเข้ามามีบทบาท?
ปัญหานี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกรมสรรพสามิตหรือกรมศุลกากรเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านเทคโนโลยีและอาชญากรรมไซเบอร์ เช่น
- กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์
- กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA
- หน่วยงานด้านปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
- แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและผู้ให้บริการชำระเงิน
- บริษัทขนส่งและโลจิสติกส์
เพราะหากการซื้อขายเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ การแก้ปัญหาก็ต้องย้ายตามไปสู่โลกออนไลน์เช่นกัน ไม่ใช่จับเฉพาะปลายทางหลังสินค้าถูกกระจายออกไปแล้ว
ไม่ใช่แค่ปัญหาภาษี แต่เป็นปัญหาสังคมดิจิทัล
ตลาดบุหรี่ผิดกฎหมายออนไลน์ส่งผลกระทบหลายมิติ ทั้งรายได้ภาษีของรัฐ การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการถูกกฎหมาย และความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้บริโภค แต่ในยุคที่การขายย้ายเข้าสู่กลุ่มปิด ผลกระทบที่ต้องจับตามากขึ้นคือการที่เยาวชนอาจเข้าถึงสินค้าได้ง่ายกว่าเดิม เพราะโลกออนไลน์ลดข้อจำกัดด้านพื้นที่ เวลา และความยุ่งยากในการติดต่อซื้อขายลงเหลือเพียงไม่กี่คลิก
และ วันงดสูบบุหรี่โลกในปีนี้จึงควรเป็นมากกว่าการเตือนให้เลิกสูบ แต่ควรเป็นจังหวะสำคัญในการตั้งคำถามว่า เรากำลังรับมือกับตลาดยาสูบบนโลกดิจิทัลได้ทันหรือไม่
เพราะเมื่อผู้ค้าสามารถใช้เครื่องมือการตลาดแบบเดียวกับธุรกิจออนไลน์ทั่วไป สร้างแบรนด์ สร้างชุมชน และใช้ระบบขนส่งกับการชำระเงินดิจิทัลได้อย่างคล่องตัว ภาครัฐก็จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ทันสมัยพอในการติดตามและสกัดเครือข่ายเหล่านี้เช่นกัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



