Google ดัน AI หนัก ทำ DuckDuckGo No AI Search ได้รับความสนใจเพิ่ม

Google ดัน AI หนัก ทำ DuckDuckGo No AI Search ได้รับความสนใจเพิ่ม

Google ดัน AI หนัก ทำ DuckDuckGo No AI Search ได้รับความสนใจเพิ่ม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

DuckDuckGo เสิร์ชเอนจินสายความเป็นส่วนตัว เปิดเผยว่าฟีเจอร์ No AI Search หรือหน้าค้นหาแบบไม่แสดงผลลัพธ์ AI ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หลังจาก Google เดินหน้าปรับโฉม Search ให้มี AI เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น

รายงานจาก MacRumors ระบุว่า DuckDuckGo พบว่าจำนวนผู้เข้าชมหน้า No AI Search เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า หลังงาน Google I/O เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลัง Google เปิดตัวประสบการณ์ค้นหารูปแบบใหม่ที่มี AI suggestions, คำถามต่อเนื่อง, Personal Intelligence และ Search agents เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการค้นหา :contentReference[oaicite:0]{index=0}

No AI Search คืออะไร?

No AI Search คือหน้าค้นหาของ DuckDuckGo ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการผลการค้นหาแบบดั้งเดิมมากขึ้น โดยไม่มีคำตอบที่สร้างด้วย AI ไม่มีหน้าตาแบบแชตบอต และลดการแสดงรูปภาพ AI ลง

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าผู้ใช้ต้องการค้นหาเว็บแบบ “ขอลิงก์ ข้อมูล และแหล่งที่มา” มากกว่าการให้ AI สรุปคำตอบให้ก่อน ฟีเจอร์นี้คือทางเลือกที่ DuckDuckGo กำลังผลักดันอย่างจริงจัง

duckduckgo 

ยอดเข้าใช้งานพุ่งหลัง Google ดัน AI Search

DuckDuckGo เปิดเผยกับ MacRumors ว่าหลัง Google ประกาศฟีเจอร์ AI Search ใหม่ในงาน I/O จำนวนผู้เข้าชมหน้า No AI Search เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยแตะระดับมากกว่า 3 เท่าในวันที่ 28 พฤษภาคม และค่าเฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคมสูงกว่าระดับปกติประมาณ 84%

ตัวเลขนี้สะท้อนว่าผู้ใช้บางกลุ่มอาจไม่ได้ต้องการให้ AI เข้ามาอยู่ในทุกส่วนของการค้นหาเสมอไป โดยเฉพาะคนที่ต้องการควบคุมการอ่านข้อมูลด้วยตัวเอง หรืออยากเห็นแหล่งข้อมูลต้นทางมากกว่าคำตอบที่ระบบสรุปมาให้

DuckDuckGo ออกส่วนขยายให้ตั้ง No AI เป็นค่าเริ่มต้น

เพื่อรองรับกระแสนี้ DuckDuckGo ได้โปรโมตส่วนขยายใหม่สำหรับ Chrome และ Firefox ที่ช่วยตั้งค่า No AI Search เป็นการค้นหาเริ่มต้นได้ทันที

แม้ DuckDuckGo จะสามารถตั้งเป็นเสิร์ชเอนจินเริ่มต้นบนอุปกรณ์ Apple ได้ แต่ยังไม่สามารถตั้งหน้า No AI Search เฉพาะทางให้เป็นค่าเริ่มต้นโดยตรงบนระบบของ Apple ได้ จึงต้องพึ่งส่วนขยายบนเบราว์เซอร์บางรุ่นแทน 

ประเด็นที่น่าสนใจคือ DuckDuckGo ไม่ได้ต่อต้าน AI แบบสุดทาง เพราะตัวแพลตฟอร์มเองก็มีเครื่องมือ AI เช่นกัน แต่สำหรับผู้ใช้ที่เลือกประสบการณ์ No AI เครื่องมือเหล่านี้จะถูกปิดไว้ แนวทางนี้ทำให้ DuckDuckGo พยายามวางตำแหน่งตัวเองเป็นเสิร์ชเอนจินที่ให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะใช้ AI หรือไม่ใช้ AI แตกต่างจากแนวโน้มของเสิร์ชเอนจินรายใหญ่ที่เริ่มนำ AI มาแทรกเป็นค่าเริ่มต้นมากขึ้น

DuckDuckGo ยังมีแผนเพิ่มการตั้งค่า No AI Search เข้าไปในส่วนขยายเดิมของตัวเองสำหรับ Chrome, Firefox, Edge และ Opera ในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้ผู้ใช้เลือกประสบการณ์ค้นหาแบบไม่ใช้ AI ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม 

คนต้าน AI Search แรงเพราะ?

กระแส No AI Search สะท้อนปัญหาที่ผู้ใช้บางกลุ่มเจอกับการค้นหาในยุค AI เช่น คำตอบจาก AI อาจสรุปผิด ไม่แสดงที่มาอย่างชัดเจน หรือแสดงข้อมูลที่ไม่ตรงกับเจตนาการค้นหาของผู้ใช้

นอกจากนี้ บางคนยังต้องการเห็นผลลัพธ์จากหลายเว็บไซต์เพื่อเปรียบเทียบเอง มากกว่าการอ่านคำตอบที่ AI คัดและเรียบเรียงให้แล้ว เพราะในบางกรณี การค้นหาไม่ได้ต้องการ “คำตอบเดียว” แต่ต้องการแหล่งข้อมูล มุมมอง และบริบทที่หลากหลาย

ไม่ได้มีแค่ DuckDuckGo ที่เลือกทาง No AI

MacRumors ระบุว่ายังมีเสิร์ชเอนจินสายความเป็นส่วนตัวรายอื่นที่ลดบทบาทผลลัพธ์ AI เช่น Kagi ซึ่งเป็นเสิร์ชเอนจินแบบเสียเงิน โดยจะไม่แสดงข้อมูล AI ให้เห็นชัดเจน เว้นแต่ผู้ใช้เลือกใช้เครื่องมือ AI เอง

Kagi มีค่าบริการเริ่มต้น 5 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับจำนวนการค้นหาจำกัด และ 10 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับการค้นหาแบบไม่จำกัด จุดขายคือไม่มีโฆษณา และไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้ไปขาย :contentReference[oaicite:4]{index=4}

การที่ DuckDuckGo No AI Search มียอดใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้จำนวนหนึ่งเริ่มมองหาทางเลือกในการค้นหาที่ไม่ต้องมี AI เข้ามาแทรกทุกครั้ง โดยเฉพาะหลัง Google เดินหน้าปรับ Search ให้ฉลาดขึ้นและเชื่อมโยง AI เข้ากับบริการต่าง ๆ มากขึ้น

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่า AI Search ไม่ดี แต่สะท้อนว่าประสบการณ์ค้นหาที่ดีควรให้ “สิทธิ์เลือก” กับผู้ใช้ บางครั้งเราอาจอยากได้ AI ช่วยสรุปให้เร็วขึ้น แต่บางครั้งเราก็อาจต้องการผลค้นหาแบบเดิมที่เห็นเว็บไซต์ แหล่งข้อมูล และตัดสินใจเองได้มากกว่า 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล