ผลสำรวจชี้ คนขี่มอเตอร์ไซค์ไทยต้องการแอปนำทางที่ปลอดภัยและแม่นยำกว่าเดิม

ผลสำรวจชี้ คนขี่มอเตอร์ไซค์ไทยต้องการแอปนำทางที่ปลอดภัยและแม่นยำกว่าเดิม

ผลสำรวจชี้ คนขี่มอเตอร์ไซค์ไทยต้องการแอปนำทางที่ปลอดภัยและแม่นยำกว่าเดิม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

HERE Technologies เปิดเผยผลการศึกษาระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ APAC เรื่อง “Inside the Two-Wheeler Landscape in APAC: Key Trends and Rider Behaviors” พบว่าระบบนำทางมีบทบาทสำคัญต่อผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์และผู้ทำงานส่งสินค้า ที่ต้องพึ่งพาเส้นทาง เวลา และความแม่นยำในการเดินทางทุกวัน

ข้อมูลจากรายงานระบุว่า ผู้ขับขี่ในไทยไม่ได้ใช้แอปนำทางเพียงเพื่อความสะดวกเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างรายได้ ลดความผิดพลาดในการเลือกเส้นทาง และบริหารงานจัดส่งที่มีข้อจำกัดด้านเวลา ท่ามกลางสภาพจราจรในเมืองที่ซับซ้อนมากขึ้น

สำรวจผู้ขับขี่กว่า 2,400 คน รวมไทย 401 คน

การศึกษาครั้งนี้จัดทำโดย HERE Technologies และดำเนินการวิจัยโดย Point Consulting โดยสำรวจผู้ขับขี่มากกว่า 2,400 ราย ครอบคลุม 6 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไทย และเวียดนาม

สำหรับประเทศไทย มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 401 ราย ครอบคลุมกลุ่มผู้เดินทางประจำ ผู้ขับขี่เพื่อการพักผ่อน คนทำงานในระบบกิก พนักงานส่งสินค้า และผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

ผู้ขับขี่ไทยต้องการระบบนำทางที่ฉลาดกว่าเดิม

ผลสำรวจสะท้อนว่า ผู้ขับขี่ในไทยต้องการระบบนำทางที่ช่วยให้การทำงานประจำวันมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยฟีเจอร์ที่ต้องการมากที่สุด ได้แก่

  • 32% ต้องการการวางแผนเส้นทางหลายจุดแวะที่ชาญฉลาดขึ้น หรือ Multi-stop Routing
  • 24% ต้องการคำแนะนำเส้นทางที่ช่วยส่งเสริมความปลอดภัยในการขับขี่
  • 18% ต้องการการคาดการณ์เวลาเดินทางถึงที่หมาย หรือ ETA ที่แม่นยำขึ้น

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าผู้ขับขี่ไม่ได้ต้องการแค่ “เส้นทางที่เร็วที่สุด” แต่ต้องการเส้นทางที่เหมาะกับงานจริง ปลอดภัยขึ้น และคาดการณ์เวลาได้แม่นยำกว่าเดิม

ระบบนำทางกลายเป็นผู้ช่วยเรียลไทม์ของไรเดอร์

รายงานระบุว่า ผู้ขับขี่ไทยใช้งานระบบนำทางเสมือนผู้ช่วยในการเดินทางแบบเรียลไทม์ ทั้งผ่านแอปพลิเคชันนำทาง อุปกรณ์ GPS และอุปกรณ์ติดตั้งสมาร์ตโฟนบนรถจักรยานยนต์

ด้านความพึงพอใจ พบว่า 42% ของผู้ขับขี่ระบุว่ามีความพึงพอใจมากต่อการใช้งานระบบนำทาง และประเทศไทยมีคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ยอยู่ที่ 8.18 คะแนน

ถนนชำรุดและรถใหญ่ ยังเป็นความเสี่ยงหลักบนถนนไทย

แม้ระบบนำทางจะช่วยให้เดินทางได้ดีขึ้น แต่ผู้ขับขี่ในไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงบนถนนหลายด้าน โดยผลสำรวจพบว่า

  • 71% ของผู้ขับขี่รู้สึกไม่ปลอดภัยจากปัญหาถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ หรือพื้นผิวถนนชำรุด
  • 69% ระบุว่ารถบรรทุกขนาดใหญ่และรถโดยสารสาธารณะเป็นอันตรายหลักบนท้องถนน

ประเด็นนี้สะท้อนว่าเส้นทางที่ดีสำหรับผู้ขับขี่สองล้อไม่ได้วัดจากระยะทางหรือเวลาที่สั้นที่สุดเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงสภาพถนน ความปลอดภัย และประเภทของยานพาหนะที่ใช้เส้นทางร่วมกันด้วย

ระบบนำทางไม่แม่น ส่งผลถึงรายได้

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือข้อจำกัดของระบบนำทางส่งผลต่อการทำงานโดยตรง โดยผู้ขับขี่ไทยที่เข้าร่วมสำรวจระบุว่า

  • 56% เคยเจอความล่าช้าจากการนำทางที่ไม่มีประสิทธิภาพ
  • 55% ระบุว่าการคาดการณ์เวลาเดินทางมีความคลาดเคลื่อน

สำหรับไรเดอร์หรือผู้ส่งสินค้า ความผิดพลาดของเส้นทางไม่ใช่แค่เสียเวลา แต่อาจกระทบคะแนนรีวิว ความตรงต่อเวลา จำนวนรอบงานต่อวัน และรายได้โดยตรง

HERE ชี้ ระบบนำทางต้องช่วยประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า

อภิจิต เซนกุปตา ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียของ HERE Technologies ระบุว่า ผู้ขับขี่ชาวไทยต้องเผชิญกับความซับซ้อนของการจราจร สภาพอากาศ และสภาพถนนในแต่ละวัน ดังนั้นระบบนำทางที่ช่วยรับมือความเสี่ยงล่วงหน้าจึงมีคุณค่ามากกว่าการประหยัดเวลาเพียงไม่กี่นาที

โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ระบบนำทางเชื่อมโยงกับรายได้ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการทำงานประจำวัน การนำทางแบบเรียลไทม์ที่คำนึงถึงความเสี่ยงจึงมีบทบาทสำคัญต่อผู้ขับขี่มากขึ้น

จากผลสำรวจนี้ จะเห็นได้ว่าระบบนำทางสำหรับรถจักรยานยนต์ในไทยควรพัฒนาไปไกลกว่าการบอกเส้นทางแบบเดิม โดยฟีเจอร์ที่น่าจะมีความสำคัญมากขึ้น ได้แก่

  • วางแผนเส้นทางหลายจุดแวะแบบชาญฉลาด
  • คำนวณเวลาเดินทางแบบเรียลไทม์และแม่นยำขึ้น
  • แจ้งเตือนถนนชำรุดหรือพื้นที่เสี่ยง
  • แนะนำเส้นทางที่ปลอดภัยสำหรับรถจักรยานยนต์
  • ปรับเส้นทางตามสภาพจราจรและสภาพอากาศ
  • รองรับงานส่งของหลายจุดในหนึ่งรอบ 

ดังนั้นความสำคัญจากผลศึกษาของ HERE Technologies ชี้ให้เห็นว่า ระบบนำทางกำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในไทย โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์และผู้ส่งสินค้า เพราะมีผลต่อทั้งรายได้ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการทำงาน หากการเดินทางบนท้องถนนมีความซับซ้อนมากขึ้นการมีระบบนทางที่ดีก็สามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้เช่นเดียวกัน

ในวันที่เมืองมีความซับซ้อนมากขึ้น ระบบนำทางที่ดีจึงไม่ควรแค่พาไปถึงจุดหมายเร็วที่สุด แต่ควรช่วยเลือกเส้นทางที่ปลอดภัย คาดการณ์เวลาได้แม่นยำ และรองรับการทำงานหลายจุดแวะได้ดีขึ้น เพื่อให้ผู้ขับขี่ทำงานได้มั่นใจและลดความเสี่ยงบนท้องถนนมากกว่าเดิม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล