เล่นสงกรานต์น้ำเข้ามือถือ ทำยังไงดี? 5 สเต็ปกู้ชีพฉบับเร่งด่วน รีบเช็กก่อนเครื่องพัง

สงกรานต์ฉ่ำแต่ "มือถือ" ต้องรอด! เปิด 5 สิ่งที่ต้องทำเมื่อเครื่องเปียกน้ำ
เล่นสงกรานต์ให้สนุกสะใจ แต่ถ้าจู่ๆ มือถือคู่ใจดันพลาดท่า "ฉ่ำน้ำ" ไปด้วยก็อย่าเพิ่งสติหลุดจนทำอะไรไม่ถูกนะครับ! ไม่ว่าคุณจะใส่ซองกันน้ำมาดีแค่ไหน หรือพยายามระวังเพียงใด อุบัติเหตุอย่างเครื่องร่วงลงถังน้ำหรือโดนสาดโครมใหญ่จนน้ำซึมเข้าพอร์ตก็เกิดขึ้นได้เสมอ เพื่อไม่ให้มือถือสุดรักต้องกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ก่อนจบเทศกาล
และนี่คือ 5 สิ่งที่ต้องทำทันทีเมื่อมือถือตกน้ำหรือเปียกชุ่ม เพื่อลดความเสียหายและช่วยให้เครื่องกลับมาใช้งานได้ปกติอีกครั้ง
มือถือเปียกน้ำ ตกน้ำ ทำยังไงดี? 5 วิธีแแก้ไขเบื้องต้น
1. รีบคว้าเครื่องขึ้นจากน้ำให้ไวที่สุด
วินาทีชีวิตคือสิ่งสำคัญมากครับ ทันทีที่มือถือร่วงลงถังน้ำหรือพลาดท่าโดนสาดโครมใหญ่จนน้ำซึมเข้าซอง คุณต้องรีบหยิบมันขึ้นมาจากน้ำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งปล่อยให้เครื่องแช่น้ำนาน โอกาสที่น้ำจะซึมเข้าไปถึงแผงวงจรและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ด้านในก็ยิ่งสูงขึ้น แม้มือถือรุ่นใหม่จะมีมาตรฐานกันน้ำ IP67 หรือ IP68 แต่แรงดันน้ำจากการเล่นสงกรานต์นั้นรุนแรงกว่าปกติ การนำเครื่องขึ้นจากน้ำทันทีจึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดครับ
2. หากเครื่องดับห้ามเปิด หรือถ้าเครื่องเปิดอยู่ให้รีบปิด
นี่คือข้อห้ามที่สำคัญที่สุดที่คนมักพลาดกัน หากหยิบขึ้นมาแล้วเครื่องดับไปเอง ห้ามพยายามกดปุ่มเปิดเครื่องเพื่อเช็กอาการเด็ดขาด หรือถ้าตอนหยิบขึ้นมาแล้วเครื่องยังทำงานอยู่ ก็ให้รีบกดปิดเครื่อง (Shut Down) ทันทีเพื่อตัดการทำงานของวงจรไฟฟ้าทั้งหมด เพราะการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าไปในขณะที่แผงวงจรยังมีความชื้นอยู่ จะทำให้เกิดการลัดวงจรหรือเครื่องช็อต ซึ่งอาจสร้างความเสียหายรุนแรงจนบอร์ดไหม้และไม่สามารถซ่อมแซมได้อีกเลย
3. เช็ดซับภายนอกและถอดอุปกรณ์เสริมออกให้หมด
หลังจากปิดเครื่องเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้ผ้าแห้งที่ไม่มีขนอย่างผ้าไมโครไฟเบอร์มาซับน้ำภายนอกตัวเครื่องให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นให้ถอดเคส ซิมการ์ด และเมมโมรี่การ์ดออกมาวางแยกไว้ เพื่อให้ช่องพอร์ตต่างๆ เปิดกว้างให้อากาศถ่ายเทและระบายความชื้นได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่น้ำจะขังอยู่ตามซอกมุมเล็กๆ ภายในเครื่องที่มองไม่เห็นจากภายนอก
4. ใช้ตัวช่วยดูดความชื้นทั้งซองกันชื้นหรือข้าวสาร
เมื่อซับจนแห้งพอสมควรแล้ว ให้นำมือถือไปวางทิ้งไว้ในจุดที่จะช่วยดูดความชื้นที่หลงเหลืออยู่ภายในได้ดีที่สุด เช่น การนำใส่ถุงซิปล็อกพร้อมกับซองกันชื้น (Silica Gel) ที่เรามักเก็บมาจากซองขนม หรือหากหาไม่ได้จริงๆ การนำไปวางทิ้งไว้ในถังข้าวสารก็เป็นทางเลือกที่ช่วยดูดความชื้นได้เช่นกัน โดยควรทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วันเพื่อให้แน่ใจว่าความชื้นที่อยู่ลึกเข้าไปในตัวเครื่องระเหยออกไปจนหมดจริงๆ ก่อนจะเริ่มใช้งานอีกครั้ง
5. เปิดเครื่องเช็กอาการและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หลังจากทิ้งไว้จนมั่นใจว่าแห้งสนิทแล้ว ให้ลองเปิดเครื่องเพื่อเช็กอาการพื้นฐานดูว่าหน้าจอติดปกติไหม โทรเข้า-ออกได้หรือไม่ ลำโพงและไมโครโฟนยังใช้งานได้ดีหรือเปล่า รวมถึงลองทดสอบปุ่มกดและแอปพลิเคชันต่างๆ ว่ามีการตอบสนองที่ผิดปกติไหม หากทุกอย่างดูปกติก็อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจครับ เพราะคราบน้ำอาจทิ้งรอยกัดกร่อนไว้ภายในได้ ถ้ามีเวลาแนะนำให้ลองนำเครื่องไปให้ศูนย์บริการช่วยตรวจเช็กความเรียบร้อยอีกรอบจะชัวร์ที่สุดครับ
ข้อควรระวังเพิ่มเติม (ห้ามทำ!)
-
ห้ามใช้ไดร์เป่าผม: ลมร้อนจะทำให้กาวที่ยึดหน้าจอเสื่อมสภาพ และอาจเป่าน้ำให้ยิ่งมุดลึกเข้าไปในตัวเครื่อง
-
ห้ามชาร์จแบตเตอรี่: จนกว่าจะมั่นใจว่าแห้งสนิทจริงๆ (ประมาณ 2 วัน)
แม้เครื่องจะกลับมาใช้งานได้ปกติ แต่ความชื้นอาจทิ้งคราบออกไซด์ไว้ข้างในได้ ถ้ามีเวลาแนะนำให้ลองไปให้ศูนย์บริการเช็กอาการภายในอีกรอบจะชัวร์ที่สุดครับ! ขอให้สนุกกับสงกรานต์ปีนี้แบบไร้กังวลนะครับ!
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


