พรีวิว Nothing Headphone (a) หูฟังไร้สาย สีสันมีให้เลือก สเปกดี

ลัดฟ้ามาเชียงใหม่รอบนี้ Nothing มีการเปิดตัวทั้งหมด 3 สิ่งใหม่เริ่มแรกกับ Nothing Headphone (a) หูฟัง Headphone (a) ใหม่ที่เรียวกว่าคุณภาพดีไม่แพ้กับ Headphone (1) แต่ว่ามีอะไรที่แตกต่างจากเดิมบ้าง Sanook Hitech พาคุณมาดูแบบเจาะลึกกัน
ดีไซน์ของ Nothing Headphone (a)

เริ่มต้นกับดีไซน์ของ Nothing Headphone (a) จะคล้ายกับ Nothing Headphone (1) ตัวท็อป แต่สิ่งที่แตกต่างคือจะเป็นกรอบที่จะมีให้เลือกทั้งสีขาว, ดำ, ชมพู ส่วนสีเหลืองอาจจะมาในแบบ Limited Edition ที่ต้องรอติดตามกันต่อไป

โดยตัวนวมนั้นจะให้ผิวสัมผัสที่ดีนิ่มนวล และยังมีสีดำที่บอกเลยว่าเย็นพอสมควร เว้นแต่ถ้าใส่ออกแดดยังไงก็รู้สึกว่ายังอบอยู่นิดนึง ปุ่มกดต่างๆ มีอยูทางขวาทั้งหมดคือ
- ด้านใน คือปุ่ม Pairing
- ด้านหลัง ปุ่มปรับเสียง, Play / Pause และปุ่มเลื่อนเพลง
- ด้านหน้า จะมีปุ่มฟังก์ขชั่น
- ด้านล่าง USB-C, ปุ่ม Power สำหรับเปิดตัวเครื่อง
นอกจากนี้ยังมีการกันเหงื่อได้ในระดับ IP52 เท่านั้น ส่วนน้ำหนัก 310 กรัม ก็ใช้คำว่า ก็ถือว่าหนักพอสมควร แต่ก็ไม่ต่างจากกลุ่มราคาเดียวกันนะ
ฟีเจอร์เด่นของ Nothing Headphone (a)


ความโดดเด่นของ Nothing Headphone (a) มีหลายส่วนตั้งแต่ คุณภาพเสียงที่แม้ว่าไม่ได้มี KEF มาปรับจูนสิ่งที่แลกมาคือความสุขุมของเดิมที่จะดูเป็นผู้ดีอังกฤษมากไปหน่อย ไม่มีเบสกระแทก ในรุ่นนี้มีให้หมด
เรื่องคุณภาพเสียงต้องบอกว่าเอาใจวัยรุ่นได้ดีกว่า ถ้าอยากให้เสียงดีระดับไม่ต้องการเบสมากระแทกหูมาก ก็ต้อง Headphone (1) เท่านั้น ยังดีที่ Nothing Headphone (a) ยังรองรับ Hi-Res Audio และ LDAC ก็จะทำให้เสียงมีพลังที่ดีเหมือนเดิม กับ Driver ขนาดใหญ่ถึง 40 มิลลิเมตร แถมยังตัดเสียงรบกวนได้ดีทำได้ในระดับ Adpative โดยการหักเหเสียงผ่านไมโครโฟนรอบตัว และยังไม่เสียคุณภาพของเสียงที่คุยสายไป
และย้ำอีกรอบหลังจากลองฟังแล้วจะหยุดต้องกดปุ่มด้านหลังก่อนถึงจะหยุด ถ้าถอดหูฟังออกทันทีจะไม่หยุดเพลงให้นะครับ อันนี้ใครซื้อต้องสังเกตข้อนี้ด้วย

ถ้าอยากปรับตั้งค่าหูฟังรุ่นนี้ สามารถทำได้ผ่าน Nothing X ปรับได้ตั้งแต่ Equalizer ที่ปรับได้ตั้งแต่แบบปกติที่ไม่ต้องรู้อะไร, ปรับแบบระดับโปรที่รู้ความถี่ หรือจะให้หูฟังของคุณบอกว่าเสียงที่ควรฟังเป็นแบบไหนก็ทำได้ และยังมีระบบ Low Latency ให้เล่นเกมได้แบบหน่วงน้อยและต่อเชื่อมได้พร้อมกัน 2 อุปกรณ์
แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุดถึง 135 ชั่วโมง (เมื่อปิด ANC) หรือใช้ได้ยาวนานถึง 5 วันต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว รองรับ Hi-Res Audio Wireless และ LDAC พร้อมระบบ Adaptive ANC ที่ปรับระดับการตัดเสียงรบกวนได้ตามสภาพแวดล้อมครับ
สรุปหลังทดลองใช้งาน

ด้วยความที่ได้ทดบลองแบบสั้นๆ ต้องรวบรัดตัดความว่า Nothing Headphone (a) มีความใกล้เคียงกับหูฟัง Headphone (1) ในด้านการออกแบบ แต่จะดูวัยรุ่นมากกว่าเพราะมีสัน คุณภาพเสียงที่ออกไปทางวัยรุ่นมากกว่า ทั้งเรื่องเนื้อเสียงที่ออกมาจะเน้นจังหวะที่สนุกสนาน ลดความสุขุมลง และยังไม่ทิ้งเรื่องการใช้งานง่ายผ่านการกดที่มือเดียว
เห็นแบบนี้ต้องลุ้นราคาว่าจะเป็นอย่างไรกันต่อไปว่าดีไหม
อัลบั้มภาพ 25 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี







