เปิดตัว AirPods Max 2 มาพร้อมชิป H2 ตัดเสียงเงียบขึ้น 1.5 เท่า พร้อมฟีเจอร์แปลภาษาสด

เปิดตัว AirPods Max 2 มาพร้อมชิป H2 ตัดเสียงเงียบขึ้น 1.5 เท่า พร้อมฟีเจอร์แปลภาษาสด

เปิดตัว AirPods Max 2 มาพร้อมชิป H2 ตัดเสียงเงียบขึ้น 1.5 เท่า พร้อมฟีเจอร์แปลภาษาสด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Apple เปิดตัว AirPods Max 2 หูฟังครอบหูรุ่นใหม่ที่ต่อยอดจากรุ่นเดิม โดยยังคงดีไซน์พรีเมียมไว้เหมือนเดิม แต่มีการอัปเกรดภายในครั้งใหญ่ด้วยชิป H2 ที่ช่วยเพิ่มทั้งคุณภาพเสียง ระบบตัดเสียงรบกวน และความสามารถด้าน AI ให้ฉลาดขึ้นกว่าเดิม เรามาดูกันว่าจะมีอะไรที่แตกต่างจากเดิมบ้างมาดูกัน

อะไรใหม่ที่พบได้ใน AirPods Max 2

batchapple-airpods-max-2-colo

จุดเด่นของ AirPods Max 2 คือการใช้ชิป H2 รุ่นใหม่ ซึ่งช่วยให้ระบบ Active Noise Cancellation (ANC) ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย Apple ระบุว่าสามารถตัดเสียงรบกวนได้ดีกว่ารุ่นก่อนสูงสุดประมาณ 1.5 เท่า

  • ลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม เช่น เสียงเครื่องยนต์หรือเสียงรถไฟ
  • โหมดฟังเสียงภายนอกให้ความเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • ระบบไมโครโฟนใหม่ช่วยให้การสนทนาชัดเจนขึ้น

คุณภาพเสียงของ AirPods Max 2 ยังเพิ่มความสามารถด้านเสียงสำหรับคนที่ต้องการคุณภาพระดับสูง โดยรองรับ Lossless Audio เมื่อเชื่อมต่อผ่านสาย USB-C รองรับเสียงคุณภาพ 24 บิต ที่ 48 kHz พร้อมกับฟีเจอร์ลดความหน่วงของเสียง (Low Latency) เหมาะสำหรับการตัดต่อเสียง เล่นเกม หรือใช้งานด้านดนตรี

ด้วยพลังของชิป H2 ทำให้ AirPods Max 2 รองรับความสามารถใหม่จาก Apple Intelligence ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น

  • Live Translation แปลภาษาสดระหว่างการสนทนา
  • ระบบตรวจจับการพูดคุยและลดเสียงเพลงอัตโนมัติ
  • แยกเสียงพูดให้ชัดขึ้นระหว่างการโทร
  • ใช้ Digital Crown สั่งถ่ายภาพหรือวิดีโอจากระยะไกลได้

batchapple-airpods-max-2-acti

สีสันและราคา

AirPods Max 2 ยังคงเอกลักษณ์ของหูฟังครอบหูระดับพรีเมียม พร้อมเพิ่มสีใหม่ให้เลือก ได้แก่ Midnight, Starlight, Orange, Purple และ Blue นอกจากนี้ยังใช้วัสดุรีไซเคิลในหลายส่วนประกอบ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

AirPods Max 2 มีราคาจำหน่ายในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 18,990 บาท และเตรียมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้

แต่ในภาพรวมแล้วต้องบอกว่า การอัปเกรด AirPods Max 2 ครั้งนี้ถือว่าเน้นทั้งด้านคุณภาพเสียงและความสามารถอัจฉริยะจาก AI มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบตัดเสียงรบกวนที่ดีขึ้น รองรับ Lossless Audio ผ่าน USB-C และฟีเจอร์ Live Translation ที่ช่วยให้การสื่อสารข้ามภาษาเป็นเรื่องง่ายขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการหูฟังระดับพรีเมียมที่ครบทั้งเสียงและเทคโนโลยี แต่ทรงเหมือนรุ่นแรกนะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล