ตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์ ช่วยประหยัดไฟได้จริงไหม?

ในช่วงที่ค่าไฟสูงขึ้น เพราะเข้าถึงหน้าร้าน หลายคนเริ่มมองหาวิธีใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้คุ้มค่ามากขึ้น หนึ่งในฟังก์ชันที่มีอยู่ในรีโมตแอร์แทบทุกรุ่น แต่คนมักมองข้าม คือ การตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์อัตโนมัติ ซึ่งไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความสะดวก แต่ยังช่วยลดการใช้ไฟโดยไม่จำเป็น และมีส่วนช่วยประหยัดค่าไฟในแต่ละเดือนได้จริง
หากใช้อย่างถูกวิธี ฟังก์ชันนี้ยังช่วยให้ห้องเย็นพอดีในเวลาที่ต้องการ ลดความหนาวเกินจำเป็นตอนดึก และช่วยให้แอร์ทำงานไม่หนักเกินไปในระยะยาว
ทำไมการตั้งเวลาแอร์ถึงช่วยประหยัดไฟ
หลักสำคัญของการประหยัดไฟคือการลดเวลาทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ให้น้อยลง โดยยังคงความสบายในการใช้งานไว้ได้
- ลดเวลาทำงานที่ไม่จำเป็น การตั้งให้แอร์ปิดก่อนตื่นนอนหรือก่อนออกจากห้อง 30–60 นาที ช่วยลดการใช้ไฟได้ทันที เพราะความเย็นในห้องยังคงอยู่ต่ออีกระยะหนึ่ง
- เหมาะกับจังหวะการนอน ช่วงหลับลึก ร่างกายต้องการความเย็นน้อยลง หากปล่อยให้แอร์ทำงานเต็มที่ทั้งคืน อาจทำให้ห้องเย็นเกินไปและเปลืองไฟโดยไม่จำเป็น
- ช่วยถนอมเครื่องปรับอากาศ เมื่อแอร์ทำงานน้อยลง ความร้อนสะสมในระบบก็ลดลง ส่งผลดีต่ออายุการใช้งานของคอมเพรสเซอร์และตัวเครื่อง
วิธีตั้งเวลาแอร์แบบเข้าใจง่าย
แม้รีโมตแอร์แต่ละยี่ห้อจะมีหน้าตาไม่เหมือนกัน แต่หลักการใช้งานโดยทั่วไปจะมี 2 แบบ คือ Timer OFF และ Timer ON
1. ตั้งเวลาปิดแอร์ (Timer OFF)
เหมาะสำหรับคนที่เปิดแอร์นอนตอนกลางคืน และไม่อยากให้แอร์ทำงานยาวจนถึงเช้า
- เปิดแอร์และตั้งอุณหภูมิตามต้องการ
- กดปุ่ม Timer OFF บนรีโมต
- เลือกเวลาที่ต้องการให้เครื่องปิด เช่น 6 ชั่วโมง
- กดปุ่ม SET หรือยืนยันการตั้งค่า
2. ตั้งเวลาเปิดแอร์ (Timer ON)
เหมาะสำหรับการตั้งให้ห้องเย็นล่วงหน้าก่อนกลับถึงบ้าน หรือก่อนเวลาตื่นนอน
- ตรวจสอบว่าแอร์อยู่ในสถานะพร้อมใช้งาน
- กดปุ่ม Timer ON
- เลือกเวลาที่ต้องการให้แอร์เริ่มทำงาน
- กดยืนยันการตั้งค่า
ข้อดีของการใช้ Timer Mode
| รายละเอียด | ผลลัพธ์ที่ได้ |
|---|---|
| ประหยัดไฟ | ช่วยลดเวลาทำงานของคอมเพรสเซอร์ได้ประมาณ 1–2 ชั่วโมงต่อวัน |
| นอนสบายขึ้น | ช่วยให้ห้องไม่เย็นเกินไปในช่วงเช้ามืด |
| ยืดอายุแอร์ | ลดภาระการทำงานหนักของเครื่องและช่วยให้แอร์เสื่อมช้าลง |
อันนี้จริงถ้าจะประหยัดไฟกับแอร์นั้นสามารถทำได้ง่ายๆ เช่นตั้งเวลาปิดแอร์ล่วงหน้าประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนเวลาตื่นจริง เพราะอากาศในห้องยังคงเย็นต่อได้อีกระยะหนึ่ง และควรล้างแอร์เป็นประจำทุก 6 เดือน เพื่อให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่กินไฟเกินจำเป็น
อีกวิธีที่ช่วยได้คือการตั้งอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เช่น 25–26 องศาเซลเซียส ร่วมกับการใช้พัดลมช่วยกระจายความเย็น จะทำให้แอร์ทำงานเบาลงและช่วยประหยัดไฟได้มากขึ้นด้วยนะ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




