5 สัญญาณ "อันตราย" แอร์ใกล้พัง เรียกช่างด่วนก่อนกลายเป็นเรื่องใหญ่!

5 สัญญาณ "อันตราย" แอร์ใกล้พัง เรียกช่างด่วนก่อนกลายเป็นเรื่องใหญ่!

5 สัญญาณ "อันตราย" แอร์ใกล้พัง เรียกช่างด่วนก่อนกลายเป็นเรื่องใหญ่!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อย่าปล่อยให้เรื่องแอร์ กลายเป็นเรื่องใหญ่! 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าถึงเวลาเรียกช่างด่วน

เชื่อว่าหลายคนคงเคยชินกับเสียงแอร์ที่ดังขึ้นเล็กน้อย กลิ่นอับจาง ๆ หรือความเย็นที่ไม่ฉ่ำเท่าวันแรกที่ติดตั้ง จนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผ่านการใช้งานมานาน แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างที่คิด เพราะมันคือ "สัญญาณเตือน" จากระบบภายในเครื่องที่กำลังบอกว่าต้องการการดูแล ก่อนที่ปัญหาจะบานปลายจนต้องเสียค่าซ่อมมหาศาล

วันนี้เราจะพาไปไขข้อสงสัยว่า สัญญาณแบบไหนที่บ่งบอกว่าแอร์ของคุณกำลังมีปัญหา และทำไมคุณถึงไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปครับ

1. แอร์ไม่เย็น หรือพ่นแต่ลมร้อนออกมา

นี่คือปัญหาสุดคลาสสิกที่หลายบ้านมักแก้ด้วยการกดรีโมทลดอุณหภูมิให้ต่ำลงเรื่อย ๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแล้ว ยังทำให้เครื่องทำงานหนักและสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุอีกด้วย เพราะอาการแอร์ไม่เย็นมักมีสาเหตุลึกไปถึงระบบภายใน เช่น เกิดการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ หรือคอมเพรสเซอร์เริ่มทำงานผิดปกติ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางและความเชี่ยวชาญของช่างในการตรวจเช็กและแก้ไขให้กลับมาเย็นฉ่ำเหมือนเดิม

2. ปัญหาน้ำแอร์หยดกวนใจ

อาการน้ำหยดลงมาจากตัวเครื่องคอยล์เย็น ส่วนใหญ่เกิดจากการที่แอร์ไม่ได้ผ่านการล้างทำความสะอาดมาเป็นเวลานาน จนทำให้มีคราบเมือกและฝุ่นสะสมไปอุดตันที่ถาดน้ำทิ้งหรือท่อน้ำทิ้ง แต่ในกรณีที่ร้ายแรงกว่านั้น อาจเกิดจากตัวถาดน้ำทิ้งเองมีการแตกร้าวหรือรั่วซึม ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นอกจากจะสร้างความรำคาญแล้ว ความชื้นที่สะสมยังอาจสร้างความเสียหายต่อผนัง ฝ้าเพดาน และเฟอร์นิเจอร์ในบ้านของคุณได้

3. เสียงดังผิดปกติขณะเครื่องทำงาน

หากคุณเริ่มได้ยินเสียงดังเป็นพัก ๆ หรือมีแรงสั่นสะเทือนที่ผิดปกติขณะเปิดใช้งาน นั่นคือเสียงสะท้อนว่าอุปกรณ์ภายในเครื่องเริ่มเสื่อมสภาพครับ ไม่ว่าจะเป็นน็อตยึดโครงสร้างที่หลวมตามอายุการใช้งาน หรือใบพัดลมที่มีรอยแตกหัก ซึ่งแรงสั่นสะเทือนเหล่านี้หากไม่รีบแก้ไข จะส่งผลให้อุปกรณ์ส่วนประกอบอื่น ๆ ภายในตัวเครื่องได้รับแรงกระแทกจนพังเสียหายตามไปด้วยในระยะยาว

4. แอร์ตัดการทำงานบ่อยจนผิดสังเกต

เมื่อคอมเพรสเซอร์แอร์หยุดทำงานเร็วและมีความถี่ที่ผิดปกติ ทั้งที่อุณหภูมิในห้องยังไม่เย็นทั่วถึง อาการนี้มักสะท้อนถึงความผิดปกติของเซ็นเซอร์จับอุณหภูมิที่เสื่อมสภาพ หรือระบบไฟฟ้าบางส่วนเริ่มมีปัญหา นอกจากจะทำให้บรรยากาศในห้องร้อน ๆ หนา ๆ ไม่เสถียรแล้ว ยังส่งผลเสียร้ายแรงต่ออายุการใช้งานของคอมเพรสเซอร์ที่ต้องฝืนเริ่มการทำงานใหม่ (Start) บ่อยเกินความจำเป็น

5. กลิ่นอับและกลิ่นไม่พึงประสงค์

กลิ่นเหม็นอับที่โชยออกมาพร้อมลมแอร์ คือสัญญาณของสุขอนามัยที่ไม่ดีครับ ต้นเหตุมักมาจากความชื้นสะสมภายในแผงคอยล์เย็นและถาดน้ำทิ้งจนกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อราและแบคทีเรีย หรือบางครั้งอาจมี "แขกไม่ได้รับเชิญ" อย่างมด แมลง หรือจิ้งจกเข้าไปติดอยู่ภายในจนเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งปัญหานี้นอกจากจะรบกวนการพักผ่อนแล้ว ยังส่งผลเสียโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจของทุกคนในครอบครัว

บทสรุป

การหมั่นสังเกตความผิดปกติของแอร์เพียงเล็กน้อย และเลือกใช้บริการจากช่างผู้เชี่ยวชาญอย่างตรงจุด ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานแอร์ให้ยาวนาน และมั่นใจได้ว่าอากาศในบ้านจะสะอาด บริสุทธิ์ และเย็นสบายอยู่เสมอครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก

  1. carrierthailand
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล