นักวิเคราะห์เผย ตลาดมือถือปี 2026 อาจจะหดตัว เพราะปัญหาชิปขาด แต่ยกเว้น Apple

นักวิเคราะห์เผย ตลาดมือถือปี 2026 อาจจะหดตัว เพราะปัญหาชิปขาด แต่ยกเว้น Apple

นักวิเคราะห์เผย ตลาดมือถือปี 2026 อาจจะหดตัว เพราะปัญหาชิปขาด แต่ยกเว้น Apple
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รายงานล่าสุดจาก IDC (ผ่าน Bloomberg) ระบุว่าโลกกำลังเผชิญกับภาวะ "หน่วยความจำขาดแคลนขั้นรุนแรง" ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายสมาร์ตโฟนทั่วโลกในปี 2026 ลดลงถึง 13% โดยมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการชิปมหาศาลในอุตสาหกรรม AI

ต้นตอของปัญหาไม่ได้เกิดจากโรคระบาดหรือสงครามการค้าเหมือนในอดีต แต่เกิดจากการเติบโตอย่างบ้าคลั่งของเทคโนโลยี AI เพราะ บริษัท AI ทั่วโลกกำลังกว้านซื้อหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) จำนวนมหาศาลเพื่อใช้ในเซิร์ฟเวอร์ดาต้าเซ็นเตอร์ โรงงานผลิตชิปเลือกให้ความสำคัญกับการผลิต HBM มากกว่าหน่วยความจำ DRAM ที่ใช้ในอุปกรณ์คอนซูเมอร์ทั่วไป เพราะได้กำไรสูงกว่า นอกจากนี้ทางIDC คาดการณ์ว่าสถานการณ์นี้จะไม่คลี่คลายจนกว่าจะถึงช่วงกลางปี 2027 เป็นอย่างน้อย ก็อาจจะทำให้การส่งมอบลดลง

วิกฤตครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตแต่ละรายไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายและอำนาจการต่อรองเช่น

 

กลุ่ม Android รุ่นประหยัด จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากต้นทุน DRAM ที่พุ่งสูงขึ้นจะทำให้ทำราคาถูกได้ยากขึ้น ขณะที่  Apple อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยกว่าเนื่องจากเน้นตลาดพรีเมียมที่มีกำไรสูง (Margin) ทำให้มีงบประมาณมากพอที่จะแย่งชิงซัพพลายหน่วยความจำมาได้ แม้แต่ Apple เองก็ต้องยอมจ่ายเงินให้ Samsung เพิ่มขึ้นถึง "สองเท่า" สำหรับชิปหน่วยความจำ LPDDR5X เพื่อใช้ใน iPhone 17 Series

Nabila Popal ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยอาวุโสของ IDC ระบุว่าวิกฤตครั้งนี้รุนแรงกว่าช่วงการแพร่ระบาดหรือสงครามภาษีที่เคยเจอมา และแม้ปัญหาจะคลี่คลายลงในอนาคต แต่ราคาหน่วยความจำอาจไม่กลับไปอยู่ในระดับเดียวกับปี 2025 อีกต่อไป ซึ่งนั่นอาจหมายถึง "จุดจบของมือถือราคาถูก" และการก้าวเข้าสู่ยุคสมาร์ตโฟนราคาสูงอย่างถาวร

ทำให้ตอนนี้ไม่แปลกใจว่าถ้ามือถือรุ่นใหม่เปิดตัวแพงกว่ารุ่นเก่าแบบเห็นได้ชัดเกือบทุกรุ่น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล