ผลวิจัยเผยหูฟัง 81 รุ่นที่ทดสอบพบ "สารพิษ" ในหูฟังที่เสี่ยงอันตราย

ผลวิจัยเผยหูฟัง 81 รุ่นที่ทดสอบพบ "สารพิษ" ในหูฟังที่เสี่ยงอันตราย

ผลวิจัยเผยหูฟัง 81 รุ่นที่ทดสอบพบ "สารพิษ" ในหูฟังที่เสี่ยงอันตราย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทุกวันนี้หูฟังเป็นอีก Gadget ที่หลายคนพกพาและใช้่งานทุกกิจกรรมทั้งการทำงาน ออกกำลังกาย หรือพักผ่อน แต่ล่าสุดมีการเปิดเผยจากทางยุโรปออกมาเป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ และเป็นภัยที่ซ่อนในหูฟังอยู่ ซึ่งยุโรปมีโครงการชื่อว่า ToxFree Life for All ได้นำหูฟังกว่า 180 แบบมาค้นหาสารเคมีเจือปนเข้าร่างกาย

นักวิจัยได้ทำการสุ่มซื้อหูฟังทั้งหมด 81 คู่ ทั้งแบบ In-ear และ Over-ear จากตลาดในยุโรป (เช่น สาธารณรัฐเช็ก, ออสเตรีย) และจากแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดังอย่าง Shein และ Temu เพื่อนำไปวิเคราะห์ในห้องแล็บ

gettyimages-1318604223-170667

ผลปรากฏว่าแม้แต่แบรนด์ระดับ Flagship ที่เป็นผู้นำตลาดอย่าง Bose, Panasonic, Samsung และ Sennheiser ก็ถูกตรวจพบว่ามีสารเคมีอันตรายผสมอยู่ในวัสดุพลาสติกที่ใช้ผลิตหูฟังเช่นกัน

สารเคมีเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบคงที่ แต่สามารถ "แพร่กระจาย" เข้าสู่ร่างกายผ่านการสัมผัสผิวหนังได้ โดยเฉพาะเมื่อมีความร้อนและเหงื่อจากการออกกำลังกายเป็นตัวเร่ง

สารเคมีที่ตรวจพบ ปริมาณที่พบ อันตรายต่อร่างกาย
Bisphenol A (BPA) 98% ของตัวอย่าง รบกวนฮอร์โมน, เสี่ยงต่อโรคมะเร็ง, ส่งผลต่อพัฒนาการระบบประสาท
Bisphenol S (BPS) >75% ของตัวอย่าง สารทดแทน BPA ที่มีคุณสมบัติเลียนแบบฮอร์โมนเพศหญิง (Feminisation)
Phthalates พบในตัวอย่าง เป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์และลดความสามารถในการเจริญพันธุ์
Chlorinated Paraffins พบในตัวอย่าง เชื่อมโยงกับความเสียหายต่อตับและไต

นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญจาก Arnika ระบุว่าแม้จะไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพในทันทีทันใด แต่การสะสมในระยะยาวนั้นน่ากังวลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในกลุ่ม วัยรุ่น ที่มีการใช้งานหูฟังเป็นเวลานานต่อเนื่อง เนื่องจากสารรบกวนต่อมไร้ท่อ สิ่งเหล่านี้ไม่มีระดับที่เรียกว่า "ปลอดภัย" เพราะมันเข้าไปเลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกายเรา

แม้ว่าเทคโนโลยีหูฟังจะมีดีหลายหลายจุด แต่เรื่องของความโปร่งใสในการผลิตหูฟังว่าจะมีสิ่งเจือปนก็อาจจะต้องตรวจสอบก่อนที่จะส่งมอบให้กับลูกค้า ซึ่งตอนนี้บางแบรนด์ก็เริ่มมีการคิดได้แต่บางแบรนด์อาจจะยังไม่รู้ตัว คงต้องรอติดตามกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะถูกแก้ไขจริงจังแค่ไหน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล