เมื่อ โรคหัวใจ แต่กำเนิด คือบทเพลงยาวของชีวิต และ รามาธิบดี คือวงออร์เคสตรา...

เนื่องในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งตรงกับ วันโรคหัวใจแต่กำเนิดโลก (World Congenital Heart Disease Day) วงการแพทย์ไทยได้โชว์ศักยภาพการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อแก้ปัญหา "โรคหัวใจแต่กำเนิด" ซึ่งเป็นภาวะที่ซับซ้อนและติดตัวผู้ป่วยไปตลอดชีวิต โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ (ACHD) โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้นำเสนอโมเดลการรักษาที่ผสานทั้งนวัตกรรมอุปกรณ์การแพทย์ (Hardware) และระบบการจัดการดูแล (Software) ไว้อย่างน่าสนใจ

การอัปเกรดลิ้นหัวใจแบบ "ไม่ต้องผ่าตัดเปิดอก"
หนึ่งในความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ (MedTech) ที่สำคัญที่สุดของศูนย์ ACHD คือเทคโนโลยี Transcatheter Pulmonary Valve Replacement (TPVR) หรือการใส่ลิ้นหัวใจปอดผ่านสายสวน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนวิธีการรักษาแบบเดิมที่ต้องผ่าตัดใหญ่ซ้ำหลายครั้งตลอดชีวิต
- Invasive Less: เปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมผ่านทางหลอดเลือดโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก และไม่ต้องหยุดการทำงานของหัวใจ
- Faster Recovery: ลดระยะเวลาพักฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ป่วยบางรายสามารถกลับบ้านได้ภายในไม่กี่วัน
- Life-cycle Management: ลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดซ้ำสะสม ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่
เมื่อทีมแพทย์ทำงานเหมือน "วงออร์เคสตรา"
ความซับซ้อนของโรคหัวใจในผู้ใหญ่ (ACHD) ไม่ได้อยู่แค่ที่ตัวอุปกรณ์ แต่คือการเชื่อมโยงองค์ความรู้ (System Integration) ของแพทย์หลายสาขา ศูนย์ ACHD รามาธิบดีจึงใช้วิธีการทำงานแบบ Multidisciplinary Team
- Cross-Functional Collaboration: การประชุมร่วมกันของกุมารแพทย์หัวใจ, อายุรแพทย์หัวใจ, แพทย์สายสวน, ศัลยแพทย์ และพยาบาลเฉพาะทาง เพื่อตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละช่วงชีวิต
- Continuous Care Pipeline: ปิดช่องว่างรอยต่อระหว่างระบบการรักษาจาก "เด็ก" สู่ "ผู้ใหญ่" เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยหลุดออกจากระบบการรักษาเมื่อมีการย้ายสิทธิหรือเปลี่ยนช่วงวัย
การเข้าถึงนวัตกรรมอย่างเท่าเทียม
แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปไกล แต่ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจยังคงเป็น Barrier สำคัญในการเข้าถึงนวัตกรรมและยาขั้นสูงของผู้ป่วยหลายราย ทีมแพทย์รามาธิบดีจึงเน้นย้ำว่า การตัดสินใจรักษาควรเกิดจาก "ความเหมาะสมทางการแพทย์" ไม่ใช่ "ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ"
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี





