CEO บอกเอง! ปีนี้ Nothing เรือธงคือ! Nothing Phone (3) แต่...

CEO บอกเอง! ปีนี้ Nothing เรือธงคือ! Nothing Phone (3) แต่...

CEO บอกเอง! ปีนี้ Nothing เรือธงคือ! Nothing Phone (3) แต่...
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ในขณะที่หลายแบรน์พูดถึง มือถือเรือธง! กันยกใหญ่ สำหรับแบรนด์อินดี้ขวัญใจเด็กแนวอย่าง Nothing ที่ล่าสุด Carl Pei ซีอีโอฝีปากกล้า ได้ออกมาอัปเดตทิศทางของบริษัทในปี 2026 ผ่านคลิปวิดีโอ Community Update ล่าสุด ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ทำเอาแฟนคลับต้องปรับอารมณ์กันแทบไม่ทัน ทั้งข่าวร้ายสำหรับคนที่รอเรือธงรุ่นใหม่ และข่าวดีสำหรับสายความคุ้มค่า

 nothing-phone-3Nothing Phone (3)

ปีนี้มือถือเรือธงคือ Nothing Phone (3)

Carl Pei ประกาศชัดเจนในคลิปว่า "ปีนี้ Nothing Phone (3) คือเรือธงของปีนี้" นั่นหมายความว่าเราจะไม่ได้เห็น Nothing Phone (4) ในปี 2026 นี้แน่นอน

โดยเขาให้เหตุผลที่น่าสนใจว่า "เราไม่อยากปล่อยมือถือเรือธงออกมาทุกปีเพียงเพราะคนอื่นเขาทำกัน" แต่ Nothing ต้องการให้การอัปเกรดแต่ละครั้งมีความหมายและเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนจริงๆ ดังนั้น Nothing Phone (3) ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ จะยังคงสถานะเป็น "Flagship" ของแบรนด์ลากยาวไปตลอดทั้งปี 2026 

อ่านรีวิว : รีวิว Nothing Phone (3) มือถือเรือธงสุดมินิมอล แต่ฟีเจอร์เยอะเกินคาด

 screenshot2026-01-30130530Carl Pei (CEO Nothing)

อัปเดตเรื่อง "Nothing Phone (4a)" 

แม้จะไม่มีรุ่นพี่ใหญ่ แต่ปีนี้ Nothing จะเทหมดหน้าตักไปที่ซีรีส์ A ซึ่งเป็นรุ่นขายดีที่สุด แทน โดยเตรียมเปิดตัว "Nothing Phone (4a)" ที่ Carl Pei เคลมว่าจะไม่ใช่แค่มือถือรุ่นประหยัดลดสเปกอีกต่อไป แต่จะเป็นการ "Level Up" ประสบการณ์ใช้งานให้ใกล้เคียงเรือธงมากที่สุดไม่ว่าจะเป็น

  • วัสดุและดีไซน์: จะมีการใช้วัสดุพรีเมียมมากขึ้น และการออกแบบที่มีการทดลองสีสันใหม่ๆ 
  • กล้องและจอ: อัปเกรดแบบยกเครื่อง (Complete Evolution) ทั้งคุณภาพหน้าจอและประสิทธิภาพกล้อง
  • ประสิทธิภาพ: ตั้งเป้าให้เป็น A-Series ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยทำมา

แต่ราคาจะขึ้น!

อีกประเด็นที่น่ากังวลคือเรื่องของ "ราคาแรม (RAM)" ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจในตลาดโลก (ผลพวงจากความต้องการ Server ที่ประมวลผลให้ AI ทำงาน) Carl Pei ยอมรับตรงๆ ว่าต้นทุนการผลิตสูงขึ้นมาก และอาจส่งผลให้สินค้าของ Nothing ในปีนี้ "จำเป็นต้องปรับราคาขึ้น" เพื่อแลกกับการได้สเปกที่ดีขึ้น เช่นการขยับไปใช้ UFS 3.1

ดังนั้นแล้วเรียกว่าการที่ไม่ได้ปล่อยรุ่นออกมาเยอะ เพราะ Nothing ต้องการที่จะ "รอ" นวัตกรรมที่ส่งผลดีในระยะยาว ดังนั้นการขยับให้ Nothing Phone (4a) จะทำให้ดูพรีเมียมตามราคาจนเรียกว่า พลิกโฉม Mid-Range ที่ดูน่ามองก็เป็นอีกโจทย์ที่น่าติดตาม แล้วคุณคิดว่าอย่างไร

ปล. แอดเห็น Nothing Phone (3a) ลดราคาใครสอยรีบสอยกันนะ!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล