10 เรื่องต้องรู้ของ "AirTag 2" ก่อนตัดสินใจซื้อ!

10 เรื่องต้องรู้ของ "AirTag 2" ก่อนตัดสินใจซื้อ!

10 เรื่องต้องรู้ของ "AirTag 2" ก่อนตัดสินใจซื้อ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลังจากรอคอยมานานถึง 5 ปี ในที่สุด Apple ก็เผยโฉม AirTag 2 ออกมาแล้ว! แม้หน้าตาภายนอกจะดูคล้ายเดิมเปี๊ยบจนแทบแยกไม่ออก แต่ไส้ในบอกเลยว่า "ยกเครื่องใหม่" เพียบ วันนี้ Sanook Hitech สรุป 10 เรื่องเด่นที่คุณห้ามพลาดมาให้แล้ว ไปดูกันเลย!

10 ฟีเจอร์ใหม่ที่ AirTag 2 มีให้คุณได้ใช้งาน

 AirTag 2AirTag 2

1. ชิปใหม่ UWB Gen 2 ฉลาดขึ้น

เรื่องแรกและถือว่าเป็นการอัปเกรดครั้งนี้คือการเปลี่ยนมาใช้ชิป Ultra Wideband (UWB) รุ่นที่ 2 ของ Apple ซึ่งเป็นขุมพลังหลักที่ทำให้การระบุตำแหน่งแม่นยำและเสถียรกว่าเดิม

2. ค้นหาได้ไกลกว่าเดิม 1.5 เท่า

ด้วยอานิสงส์ของชิปใหม่ ฟีเจอร์ Precision Finding (การค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริง) สามารถทำงานได้ในระยะที่ไกลขึ้นถึง 1.5 เท่า ช่วยให้คุณหาของเจอได้ง่ายขึ้นแม้จะอยู่ห่างออกไป ไม่ต้องเดินวนหาใกล้ๆ เหมือนแต่ก่อน

3. ใช้ Apple Watch นำทางได้แล้ว!

ข่าวดีของคนใช้ Apple Watch! จากเดิมที่ต้องดูผ่าน iPhone เท่านั้น ตอนนี้คุณสามารถใช้ Precision Finding บนข้อมือ ได้เลย รองรับเฉพาะ Apple Watch Series 9 และ Apple Watch Ultra 2 ขึ้นไป (เพราะมีชิป UWB เหมือนกัน)

4. เสียงดังฟังชัดขึ้น 50%

Apple อัปเกรดลำโพงใหม่ให้ดังขึ้นกว่ารุ่นแรกถึง 50% นอกจากจะช่วยให้หาของที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังถือเป็นมาตรการป้องกันการติดตามตัว (Anti-stalking) ด้วย เพราะเสียงที่ดังขึ้นจะถูกกลบหรือปิดบังได้ยากกว่าเดิม

5. Bluetooth เวอร์ชั่นใหม่

นอกจากการค้นหาแบบละเอียดแล้ว การเชื่อมต่อทั่วไปก็ดีขึ้นด้วยมาตรฐาน Bluetooth ใหม่ ที่ขยายระยะสัญญาณให้กว้างไกลกว่าเดิม

6. ดีไซน์ภายในใหม่ 

เพื่อให้รองรับลำโพงที่ใหญ่ขึ้น Apple ได้จัดระเบียบชิ้นส่วนภายในใหม่หมด ซึ่งมีข่าวลือว่าการออกแบบนี้จะช่วยป้องกันการดัดแปลง เช่น การแอบถอดลำโพงออกเพื่อใช้ติดตามคน ได้ดียิ่งขึ้น แต่ก็แลกกับการแกะฝาหลังที่ยากขึ้น

7. น้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

AirTag 2 มีน้ำหนักอยู่ที่ 11.8 กรัม (0.42 ออนซ์) ซึ่งหนักกว่ารุ่นแรกประมาณ 7% แต่ก็ยังเบาอยู่ดี ทำให้การเพิ่มครั้งนี้ไม่ได้ทำให้เปิดอุปสรรค์แต่อย่างใด

8. ข้อความหลังเครื่องแบบใหม่

วิธีแยกแยะรุ่นง่ายที่สุดคือ "พลิกดูด้านหลัง" ครับ AirTag 2 จะสกรีนข้อความด้วย ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด และมีการระบุคุณสมบัติชัดเจนขึ้น เช่น IP67 (กันน้ำกันฝุ่น), NFC และคำว่า Find My ซึ่งรุ่นแรกไม่มีระบุไว้

9. วิธี Reset เปลี่ยนไป

ใครจะรีเซตเครื่องต้องใจเย็นๆ นะครับ วิธีการคือ: ถอดแบตเตอรี่ออก > รออย่างน้อย 5 วินาที > ใส่กลับเข้าไปใหม่ > ทำซ้ำแบบนี้ 4 รอบ! รุ่นเดิมถอดใส่ได้เลยไม่ต้องรอ

10. ต้องใช้ iOS 26.2.1 ขึ้นไป

และสุดท้าย ใครจะซื้อมาใช้ ต้องอัปเดต iPhone เป็น iOS 26.2.1 หรือใหม่กว่าเท่านั้น หากใช้ iOS เวอร์ชั่นเก่าจะไม่สามารถเชื่อมต่อได้ครับ

ข้อควรจำ & ราคา

แม้จะเก่งขึ้น แต่ Apple ยังย้ำชัดเจนว่า "ไม่ใช่สำหรับติดตามสัตว์เลี้ยงหรือเด็ก" (แม้คนจะชอบเอาไปใช้ก็ตาม) แบตเตอรี่ยังคงใช้ถ่านกระดุม CR2032 ที่หาซื้อง่าย อยู่ได้นานกว่า 1 ปีเหมือนเดิม ส่วนราคายังคงเท่าเดิมที่ $29 (ประมาณ 990 บาท) และแบบแพ็ค 4 ชิ้น $99 (ประมาณ 3,290 บาท) เริ่มส่งของวันพุธที่ 28 มกราคมนี้

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล