รีวิว Nothing Phone (3a) Lite หลังลองใช้จริง ดีไซน์เท่เหมือนเดิม ยังมีเรื่องที่ต้องปรับ

หลังจากที่ Nothing สร้างกระแสฮือฮาด้วยดีไซน์โปร่งใสไฟวิบวับมาหลายรุ่น ล่าสุดก็ได้คลอดน้องเล็กอย่าง "Nothing Phone (3a) Lite" ออกมาเพื่อเจาะตลาดคนงบน้อยที่อยากเท่ หลังจากทีมงานได้ลองใช้มาสักพักใหญ่ๆ วันนี้ Sanook Hitech จะมาเล่าให้ฟังแบบหมดเปลือกครับว่า "รุ่นลดสเปก" ตัวนี้ ยังคง DNA ความเจ๋งไว้ได้ไหม และมีอะไรที่ขัดใจบ้าง
ดีไซน์ที่ได้สัมผัส
แวบแรกที่หยิบขึ้นมา ต้องยอมรับว่า Nothing ยังคง "เก่ง" เรื่องงานดีไซน์ครับ แม้รุ่น Lite จะลดวัสดุจากกระจกมาเป็นพลาสติกโพลีคาร์บอเนต ทั้งฝาหลังและเฟรมเครื่อง แต่ผิวสัมผัสกลับทำออกมาได้ดี ไม่รู้สึกลื่นมือหรือดูก๊องแก๊ง โดยมาพร้อมกับหน้าจอ 6.77 นิ้ว ความละเอียด FHD+ พร้อมกับกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล

รอบตัวเครื่องจะมีความบางที่เด่นชัดปุ่มกดและพอร์ตครบ
- ฝั่งซ้าย : ปุ่มเพิ่ม / ลดระดับเสียง
- ฝั่งขวา : ปุ่ม Power / Essential Button
- ด้านบน : ไมโครโฟน
- ด้านล่าง : ถาดใส่ซิมแบบ Dual Nano SIM, USB-C, ไมโครโฟน และ ลำโพงตัวเครื่อง

ความเท่คือฝาหลังแบบโปร่งใส (Transparent) ที่โชว์โครงสร้างภายใน และแน่นอนว่า Glyph Interface (ไฟ LED ด้านหลัง) ยังมีมาให้ แต่อาจจะลดจำนวนเส้นลงเหลือแค่ 3 จุดหลักๆ รอบกล้อง ซึ่งส่วนตัวมองว่า "แค่นี้ก็พอแล้ว" สำหรับการแจ้งเตือนหรือเปิดโชว์เพื่อนครับ น้ำหนักเครื่องเบามาก ถือเล่นโซเชียลนานๆ ไม่เมื่อยมือเลย
ประสิทธิภาพ / แบตเตอรี่

ในแง่การใช้งานจริง ชิปเซ็ตระดับกลางที่ใส่มาคือ Dimensity 7300 Ultra ที่มีประสิทธิภาพดีประมาณหนึ่ง แต่เมื่อทำงานร่วมกับ Nothing OS ได้เนียนตามากครับ อนิเมชันการเปิด-ปิดแอปดูลื่นไหล ไม่มีอาการกระตุกให้เห็นในการใช้งานทั่วไป
- การเล่นเกม: เกมฮิตอย่าง ROV หรือ PUBG เล่นได้สบายที่กราฟิกระดับกลาง แต่ถ้าเป็น Genshin Impact อาจจะมีเหนื่อยหน่อย เครื่องอุ่นไวพอสมควร
- แบตเตอรี่: ให้มา 5,000 mAh ถือว่าอึดใช้ได้ครับ ใช้งานทั่วไปอยู่ได้ครบวันแบบไม่ต้องพก Power Bank กลับถึงบ้านเหลือประมาณ 20-30% ส่วนชาร์จไวก็มาตรฐาน ไม่เร็วปรู๊ดปร๊าดแต่ก็ไม่ช้าจนหงุดหงิด
ฟีเจอร์เด่น และ "เรื่องที่เจอแล้วยังไม่ใช่"

เมื่อมือถือรุ่นนี้ใช้ Nothing OS 3.5 สิ่งที่ชอบที่สุดคือ Widgets สไตล์ Dot Matrix บนหน้าจอ Home Screen ครับ มันทำให้มือถือดูคลีนและไม่เหมือนใคร รวมถึงฟีเจอร์ Flip to Glyph (คว่ำหน้าจอเพื่อปิดเสียงและใช้ไฟเตือน) ก็ยังใช้งานได้ดี
สิ่งที่ทำให้หงุดหงิดใจที่สุดในรุ่น Lite ตัวนี้คือ "Bloatware" หรือแอปที่ติดตั้งตัวเองมาให้ ครับ "ตอนเปิดเครื่องมาครั้งแรก ตกใจมากที่มีแอปเกมแปลกๆ หรือแอปที่เราไม่ได้โหลดโผล่ขึ้นมาเอง เหมือนมี App Manager ทำงานอยู่เบื้องหลัง แถมบางทีมีการแจ้งเตือนชวนโหลดแอปเพิ่มอีกต่างหาก"
แม้ Nothing จะขึ้นชื่อเรื่องความคลีน (Clean Android) แต่ดูเหมือนในรุ่นราคาประหยัด จะมีการพ่วงพวกนี้มาเพื่อลดต้นทุน ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์แบรนด์พอสมควร แต่ข่าวดีคือ ล่าสุดมีอัปเดตให้เราเข้าไปปิดหรือลบพวก App Manager นี้ออกได้แล้วครับ ก็กดลบออกด้วยล่ะกัน ส่วนการอัปเดตไปต่อทำได้แค่ 2 เวอร์ชั่น จุดนี้มองว่า สั้นเกินไปนะ
กล้องเป็นอย่างไร?

กล้องหลัง 50 ล้านพิกเซลคู่กับกล้องมุมกว้าง 8 ล้านพิกเซลและกล้อง 2 ล้านที่ไว้สำหรับการถ่ายเข้าใกล้ฟีเจอร์กล้องเรียบง่ายแต่ผลงานนั้นถือว่าทำได้ดเพราะสามารถเก็บ สีสันออกแนวสมจริง ไม่ได้สดเด้งเหมือนค่ายอื่น คอนทราสต์จัดจ้านสไตล์ Nothing ถ่ายตึก ถ่าย Street สวยมาก กลางคืนมี Night Mode ช่วยได้เยอะ แต่ยังมี Noise ให้เห็นบ้าง และชัตเตอร์แอบหน่วงนิดนึง

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล เซลฟี่ได้ดี เก็บรายละเอียดผิวหน้าได้คมชัด แต่อย่าหวังโหมดบิวตี้ฟรุ้งฟริ้งเวอร์วังอยู่
(ตัวอย่างภาพน่ิ่ง)






สรุปหลังทดลองใช้

Nothing Phone (3a) Lite เป็นมือถือที่ "หล่อเลือกได้" ในงบประหยัดครับ ถ้าคุณซื้อเพราะหน้าตา UI และไฟ Glyph คุณจะไม่ผิดหวังเลย มันถือแล้วดูแพงกว่าราคาไปมาก
แต่... คุณต้องยอมรับข้อเสียเรื่อง "แอปขยะ" ที่ติดมาตอนแรก ซึ่งลบออกได้ และสเปกกล้องกับเกมที่อาจจะไม่ได้หวือหวาที่สุดในเรตราคานี้ ถ้าคุณรับได้ นี่คือมือถือที่ถือแล้วเท่ที่สุดในงบเกือบหมื่นที่ 7,999 - 8,999 บาท
อัลบั้มภาพ 24 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี







