เผยยอดขายมือถือปี 2025 พบ Apple ยังนำอยู่ เตือน! ปีนี้มือถือแพง

เผยยอดขายมือถือปี 2025 พบ Apple ยังนำอยู่ เตือน! ปีนี้มือถือแพง

เผยยอดขายมือถือปี 2025 พบ Apple ยังนำอยู่ เตือน! ปีนี้มือถือแพง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปิดจบปี 2025 ไปอย่างสวยงามสำหรับวงการสมาร์ตโฟนครับ! ข้อมูลล่าสุดจาก Counterpoint Research เผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ยอดส่งมอบมือถือทั่วโลกขยับขึ้นเล็กน้อย 1% แต่ถ้านับรวมทั้งปี ตลาดโตขึ้น 2% ซึ่งถือเป็นข่าวดีเพราะนี่คือการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันแล้ว

โดยยอดขายปี 2025 ปลายนั้นไม่พลิกโผ! Apple ผงาดขึ้นครองแชมป์ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 20% หรือพูดง่ายๆ ว่า "มือถือทุกๆ 5 เครื่องที่ขายได้ในปี 2025 จะมี 1 เครื่องที่เป็น iPhone"

แถม Apple ยังโชว์ฟอร์มโหดด้วยการเติบโตถึง 10% (เยอะที่สุดในกลุ่ม Top 5) โดยมีปัจจัยหนุนจาก

  • iPhone 17 Series: รุ่นใหม่ที่กระแสแรงในช่วงปลายปี
  • iPhone 16: รุ่นเก่ายังเก๋า! ขายดีถล่มทลายในญี่ปุ่น อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • COVID Upgrade Cycle: ผู้ใช้จำนวนมหาศาลที่ซื้อมือถือช่วงโควิด ถึงเวลาเปลี่ยนเครื่องใหม่พอดีในปีนี้

ส่วนอันดับ 2 แม้จะเสียแชมป์ แต่ Samsung ก็ไม่ได้แย่ครับ ยอดขายโตขึ้น 5% ถือว่าแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น โดยปีนี้ซัมซุงได้แรงหนุนจาก:

  • พรีเมียม: Galaxy S25 Series และ Z Fold7 ทำยอดขายได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า
  • ระดับกลาง: Galaxy A-Series ยังคงเป็นเดอะแบกที่กวาดรายได้เป็นกอบเป็นกำ

sale-2025-q4 

ส่วนอันดับที่เหลือมีดังนี้

  • อันดับ 3 Xiaomi: ครองส่วนแบ่ง 13% อย่างเหนียวแน่น โดยมีตลาดหลักคืออเมริกาใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • อันดับ 4 vivo: พลิกแซง Oppo ขึ้นมาได้สำเร็จ (โต 3%) โดยได้อานิสงส์จากตลาดอินเดีย
  • อันดับ 5 Oppo: ร่วงลง 4% เนื่องจากเจอศึกหนักในบ้านเกิดอย่างจีนและเอเชียแปซิฟิก

แม้จะยังไม่ติด Top 5 แต่ที่น่าจับตามองสุดๆ คือ Nothing และ Google ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 31% และ 25% ตามลำดับ พิสูจน์แล้วว่าดีไซน์ที่แตกต่างและ Software ที่คลีน ยังมีที่ยืนในตลาดเสมอ

ปี 2026 เตรียมใจเจอ "ของแพง"

แม้ตัวเลขของปี 2025 แล้วแต่ก็ยังมีขว่าร้ายเมื่อคุณ Tarun Pathak ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Counterpoint เตือนว่า "ปี 2026 ตลาดมือถืออาจจะซึม" โดยคาดการณ์ยอดขายลดลง 3% เนื่องจากวิกฤตใหญ่ 2 เรื่องคือ

  1. ชิปหน่วยความจำขาดแคลน (DRAM/NAND Shortages): ผู้ผลิตชิปหันไปทุ่มกำลังผลิตให้ AI Data Centers แทน ทำให้ชิปมือถือขาดตลาด
  2. ต้นทุนพุ่ง: เมื่อของขาด ราคาชิ้นส่วนก็แพงขึ้น ส่งผลให้ราคามือถือเริ่มปรับตัวสูงขึ้นแล้ว
ดังนั้นแล้วใครเล็งมือถือรุ่นใหม่ปี 2026 อาจจะต้องทำใจเรื่องราคาที่อาจจะดีดตัวขึ้นนะครับ ส่วน Apple ปีนี้มาแรงจริงๆ ต้องรอดูว่า Samsung จะแก้เกมยังไงกับ Galaxy S26 ที่กำลังจะมาถึง! แต่จะจริงหรือไม่คงต้อรอติดตามกันให้ดี
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล