รีวิว LG StanbyME 2 จอไร้สายที่สามารถถอดดูได้ทุกที

LG เป็นอีกแบรนด์เครื่องใช้ไฟ้าที่มาพร้อมกับนวัตกรรม แต่สำหรับคนที่เห็นจอ LG มากมายอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์กับคนที่ต้องเดินไปเดินมาภายในบ้าน วันนี้ Sanook Hitech จะมาพรีวิว LG StanbyME 2 ไม่ได้แค่เปลี่ยนเลขรุ่น แต่เป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่แก้ Pain Point เดิมได้ตรงจุด มาดูกันว่าจอแบบนี้ดีแค่ไหน
ดีไซน์โดดเด่นอย่างไร?

สิ่งแรกที่คุณเห็นคือดีไซน์เพราะ LG ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความมินิมอลที่วางตรงไหนของบ้านก็สวย และไม่ได้จำกัดการใช้งานเพราะคุณไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ขาตั้งล้อลากอีกต่อไป แต่สามารถ "ถอดหน้าจอ" ออกมาวางบนโต๊ะทำงาน วางบนตัก หรือถือไปนอนดูบนเตียงได้เหมือนแท็บเล็ตยักษ์ขนาด 27 นิ้ว (น้ำหนักจอประมาณ 4 กิโลกรัม ถือว่าหนักนิดหน่อยแต่มั่นคง)

หรือคุณสามารถติดตั้งกับตัวขาตั้งยังคงมาพร้อมล้อลากที่ลื่นไหล เข็นไปได้ทั่วบ้าน ส่วนตัวจอก็ปรับได้อิสระสุดๆ ทั้งหมุนแนวตั้ง-แนวนอน (Rotate), ปรับก้ม-เงย (Tilt) และปรับระดับความสูง-ต่ำได้ตามสรีระการใช้งาน และยังมี Port ต่างๆ ครบโดยเฉพาะด้านบนเป็น USB-C เพื่อสามารถเสียบอุปกรณ์เสริมได้
ด้านหลังออกแบบเรียบง่าย ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ มากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า
ฟีเจอร์ภายในของ LG StanbyME 2

ไม่ใช่แค่สวย แต่ไส้ในก็อัปเกรดมาให้เก่งขึ้นเยอะ เริ่มจากรุ่นนี้ขยับความละเอียดขึ้นเป็น QHD (2,560 x 1,440) บนจอสัมผัสขนาด 27 นิ้ว ภาพคมกริบ รายละเอียดชัดเจนขึ้นมาก รองรับ Dolby Vision ทำให้ดูหนังใน Netflix หรือ Disney+ ได้อรรถรสกว่าเดิม พร้อมชิปใหม่ α8 AI Processor สมองกลตัวใหม่ที่ใช้ AI เข้ามาช่วยปรับแต่งภาพและเสียงให้สมจริงขึ้นโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้แม้ลำโพงจะซ่อนอยู่อย่างแนบเนียน แต่ด้วยฟีเจอร์ AI Sound Pro ทำให้จำลองเสียงรอบทิศทางได้ดีขึ้น รองรับระบบเสียง Dolby Atmos ในตัว ทั้งหมดนี้รันบนระบบ webOS 24ใช้งานง่ายเหมือนสมาร์ตทีวี LG ทั่วไป มีแอปสตรีมมิ่งครบครัน และรองรับการสะท้อนหน้าจอทั้ง AirPlay 2 (สำหรับสาวก Apple) และ Chromecast (สำหรับ Android) ในตัว
แบตเตอรี่ของ LG StanbyME 2

จากเดิมที่ดูหนังยาวๆ อาจจะต้องลุ้น รุ่นนี้ขยับความจุแบตเตอรี่ให้ใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุดประมาณ 4 ชั่วโมง เพียงพอสำหรับการดูหนังจบ 1-2 เรื่อง หรือเข็นไปดูบอลข้างสระน้ำได้จนจบแมตช์โดยไม่ต้องเสียบปลั๊ก
สรุปหลังลอง
LG StanbyME 2 คือการกลับมาที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาก การเพิ่มความละเอียดเป็น QHD ทำให้จอน่ามองขึ้น และฟีเจอร์ "ถอดจอ" ทำให้มันกลายเป็น Gadget ที่ใช้งานได้หลากหลายสถานการณ์จริงๆ ไม่ว่าจะใช้เป็นนจอไลฟ์สไตล์ที่ทำงานสามารถใช้ทำงาน หรือใช้รับชมความบันเทิงส่วนตัว ในราคาเปิดตัว 39,990 บาท
ดังนั้นถ้าใครเป็นคนที่ชอบแต่งบ้าน, ชาวคอนโด/หอพักที่มีพื้นที่จำกัด, หรือคนที่อยากเสพความบันเทิงได้ทุกมุมบ้านแบบไร้สาย นี่ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลยครับ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



