5 รุ่นเด็ด "Ledger" ตู้เซฟสินทรัพย์ดิจิทัล ทำไมต้องมี

5 รุ่นเด็ด "Ledger" ตู้เซฟสินทรัพย์ดิจิทัล ทำไมต้องมี

5 รุ่นเด็ด "Ledger" ตู้เซฟสินทรัพย์ดิจิทัล ทำไมต้องมี
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ในยุคที่สินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นกระแสหลัก สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการ "ทำกำไร" คือการ "รักษา" สินทรัพย์เหล่านั้นให้ปลอดภัยที่สุด นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “Ledger” แบรนด์เทคโนโลยียูนิคอร์นจากฝรั่งเศส ผู้ผลิต Hardware Wallet อันดับ 1 ของโลก ที่วันนี้บุกตลาดไทยอย่างเป็นทางการผ่านความร่วมมือกับ RTB Technology ตัวแทนจำหน่ายที่การันตีของแท้ 100% หมดห่วงเรื่องเครื่องหิ้วหรือของปลอม

Ledger Hardware Wallet คืออะไร?

หากเปรียบเทียบง่ายๆ Ledger Hardware Wallet ก็คือ “ตู้เซฟนิรภัยส่วนตัว” ในโลกดิจิทัล โดยหน้าที่หลักๆ แล้วคือการใช้เก็บรักษา Private Key (กุญแจส่วนตัว) แบบออฟไลน์ หรือที่เรียกว่า Cold Storage

และยังสามารถช่วยตัดความเสี่ยงจากการถูกแฮกผ่านอินเทอร์เน็ต ลดโอกาสการถูกโจรกรรมข้อมูล และที่สำคัญคือทำให้คุณมีอำนาจในการถือครองสินทรัพย์แบบ Self-Custody (ดูแลด้วยตัวเอง) โดยไม่ต้องฝากความหวังไว้กับตัวกลางอย่าง Exchange ต่างๆ

5 รุ่นใหม่จาก Ledger รุ่นไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

การกลับมาครั้งนี้ Ledger ขนทัพรุ่นใหม่มาถึง 5 รุ่น ครอบคลุมตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงนักลงทุนระดับโปร มาดูกันว่าแต่ละรุ่นมีทีเด็ดอย่างไรบ้าง

2.pic_ledgerstax

1. Ledger Stax  

รุ่นท็อปสุดที่ฉีกกฎเดิมๆ ด้วยหน้าจอสัมผัส E Ink แบบโค้งมนรอบเครื่องขนาด 3.7 นิ้ว ดีไซน์สวยล้ำสมัย ที่มีตั้งแต่ อ่านง่าย สบายตาด้วยหน้าจอ E Ink ปรับแต่งหน้าจอ Lock Screen ด้วยรูป NFT หรือภาพโปรดได้ (โชว์ภาพแม้ปิดเครื่อง) รองรับการชาร์จไร้สาย Qi และมาพร้อม Ledger Recovery Key และนักสะสม NFT, ผู้ที่ชื่นชอบแกดเจ็ตดีไซน์ล้ำ และต้องการความสะดวกสูงสุดในการใช้งาน

ในราคาอยู่ที่ 16,800 บาท

3.pic_ledgerflex

2. Ledger Flex

รุ่นรองท็อปที่ยังคงความทันสมัยด้วยหน้าจอ E Ink แบบสัมผัส มาในราคาย่อมเยาลงมา โดดเด่นที่หน้าจอชัดเจน ตรวจสอบธุรกรรมง่ายด้วยเทคโนโลยี Clear Signing เชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth ได้ทั้ง iOS และ Android แบตเตอรี่อึด 200mAh มีให้เลือกถึง 4 สี (Graphite, BTC Orange, Neptune Blue, Oxidate Green) รุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการหน้าจอสัมผัสและการเชื่อมต่อไร้สายที่คล่องตัว

ในราคาอยู่ที่ 10,480 บาท

4.pic_ledgernanogen5

3. Ledger Nano Gen5

รุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Nano ที่อัปเกรดมาใช้หน้าจอสัมผัส Secure Signer ขนาด 2.8 นิ้ว ผสานความปลอดภัยเข้ากับการใช้งานที่ง่ายขึ้นด้วยหน้าจอสัมผัส เปลี่ยนรูปหน้าจอล็อกสกรีนได้ และยังรองรับ Ledger Recovery Key เพื่อกู้คืนข้อมูลได้ง่ายๆ รุ่นนี้จะเหมาะกัผู้ที่ชอบรูปทรงกะทัดรัดแบบ Nano แต่อยากได้ฟีเจอร์หน้าจอสัมผัสที่ทันสมัย

แต่ในราคา 7,540 บาท

5.pic_ledgernanox

4. Ledger Nano X

รุ่นยอดนิยมตลอดกาลที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานระหว่างเดินทาง เชื่อมต่อ Bluetooth กับมือถือได้ทันที (ทั้ง iOS/Android) มีแบตเตอรี่ในตัว พกพาสะดวก จัดการเหรียญได้มากกว่า 5,500 สกุล มีสีสันให้เลือกเยอะมากถึง 7 สี ซึ่งเหมาะกับนักเทรดสายลุยที่ต้องทำธุรกรรมผ่านมือถือบ่อยๆ ไม่อยากพกสายต่อ

ในราคา 6,280 บาท

6.pic_ledgernanosplus

5. Ledger Nano S Plus

น้องเล็กแต่สเปกแรง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น หรือใช้เป็นเครื่องสำรอง มีการใช้ชิปความปลอดภัย Secure Element มาตรฐานสูง (CC EAL6+) หน้าจอชัดเจน เชื่อมต่อผ่านสาย USB-C (ไม่มีแบตเตอรี่ในตัว) เหมาะกับมือใหม่หัดเก็บ Cold Storage หรือคนที่เน้นเก็บยาวๆ ไม่ค่อยได้เคลื่อนย้าย

เพราะราคานั้นเริ่มต้นที่ 2,060 บาท

7.pic_ledger-black-fridaypro

โปรโมชั่นพิเศษ!

ฉลองการเปิดตัว (วันนี้ - 21 ธ.ค. 2568) RTB จัดหนักกับดีลสุดคุ้มที่คุณไม่ควรพลาด

ลดโหด 50%: สำหรับรุ่น Ledger Nano X ลดเหลือเพียง 3,140 บาท (จากปกติ 6,280 บาท)

แจกฟรี Bitcoin Voucher

  • ซื้อ Ledger Flex (ลงทะเบียนตามเงื่อนไข) รับฟรี $70 USD Bitcoin Voucher
  • ซื้อ Ledger Stax (ลงทะเบียนตามเงื่อนไข) รับฟรี $80 USD Bitcoin Voucher

ช่องทางจำหน่าย 

สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ทั้งหน้าร้านและออนไลน์

  • หน้าร้าน: Dot Life (.Life) สาขาพารากอน/เซ็นทรัลเวิลด์, Tech House by Dotlife, King Power, B2S เมกาบางนา
  • ออนไลน์: Bitkub Academy, NocNoc, Lazada (Ledger LazMall), Shopee (Ledger by RTB) และเว็บไซต์ RTB Technology
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล