5 วิธีง่ายๆ เซฟแบตมือถือให้อึดที่สุด ไว้ขอความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/hi/0/ud/323/1619583/save-pow.jpg5 วิธีง่ายๆ เซฟแบตมือถือให้อึดที่สุด ไว้ขอความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน

5 วิธีง่ายๆ เซฟแบตมือถือให้อึดที่สุด ไว้ขอความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน

แชร์เรื่องนี้

ในสถานการณ์น้ำท่วมในตอนนี้ของประเทศไทยต้องขอส่งกำลังใจไปให้พี่น้องชาวใต้และผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัดก่อนเลยนะครับ สถานการณ์ตอนนี้นอกจากน้ำที่ต้องเฝ้าระวังแล้ว เรื่อง "ไฟฟ้า" ก็เป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งถ้าไฟดับหรือตัดไฟเพื่อความปลอดภัย สิ่งเดียวที่จะเชื่อมต่อเรากับโลกภายนอกหรือทีมกู้ภัยได้ก็คือ "โทรศัพท์มือถือ"

วันนี้ทีมงาน Sanook Hitech เลยรวบรวมวิธีเอาตัวรอดง่ายๆ ที่จะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่มือถือของคุณให้อยู่ได้นานขึ้นข้ามวัน มาฝากกัน เริ่มได้เลย

 batch_8084

5 วิธีช่วยประหยัดไฟมือถือ

1. เปิด "โหมดประหยัดพลังงาน" ไว้เลย

หลายคนมักจะรอให้แบตเหลือ 20% แล้วค่อยเปิดโหมดนี้ แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน แนะนำให้ "เปิดทันที" ที่รู้ว่าไฟฟ้าจะดับครับ ฟีเจอร์นี้มีในมือถือทุกเครื่องอยู่แล้ว (Low Power Mode หรือ Battery Saver) มันจะช่วยลดการทำงานของระบบเบื้องหลังที่ไม่จำเป็นออกไป ซึ่งการเปิดนั้นสำหรับฝั่ง Android หลายรุ่นจะมีโหมด "ประหยัดพลังงานขั้นสุด" (Ultra Power Saving) ที่จะตัดทุกอย่างเหลือแค่หน้าจอขาวดำและแอปโทรศัพท์ ถ้าเปิดโหมดนี้ แบตแค่ 10% อาจจะอยู่ได้เป็นวันเลย

2. จัดการหน้าจอ ลดแสงและใช้โหมดมืด

จำไว้เสมอครับว่า "หน้าจอคือตัวกินไฟอันดับหนึ่ง" ยิ่งสว่าง ยิ่งซดแบต แนะนำให้ปิดระบบปรับแสงอัตโนมัติ แล้วรูดลดแสงหน้าจอลงให้ต่ำที่สุดเท่าที่เราจะพอมองเห็น และถ้ามือถือใครเป็นจอแบบ OLED (มือถือรุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่ใช่หมดแล้ว) การเปิด Dark Mode (ธีมสีมืด) จะช่วยประหยัดไฟได้จริง เพราะพิกเซลสีดำคือพิกเซลที่ไม่ใช้พลังงาน

3. พักการเชื่อมต่อ ตัดสัญญาณเมื่อไม่ได้ใช้

ในพื้นที่น้ำท่วม สัญญาณโทรศัพท์มักจะอ่อนหรือขาดๆ หายๆ รู้ไหมครับว่าจังหวะที่มือถือพยายาม "ค้นหาสัญญาณ" นี่แหละคือกินแบตมหาศาล! ดังนั้น ถ้ายังไม่ได้ติดต่อใคร ให้เปิด "โหมดเครื่องบิน (Airplane Mode)" พักไว้ก่อนเลยครับ เพื่อหยุดการค้นหาสัญญาณ พอจะใช้งานโทรออกหรือเช็กข่าวค่อยปิดโหมดนี้ วิธีนี้ช่วยเซฟแบตได้เยอะมากจริงๆ หรือถ้าไม่อยากเปิดโหมดเครื่องบิน ให้กดเป็น 4G, และปิดการเชื่อมต่อที่ไม่จำเป็น

 

4. งดไถฟีด งดดูคลิป พักโซเชียลไปก่อน

เข้าใจครับว่าช่วงรอคอยมันเครียด การดูคลิป TikTok หรือ Reel อาจช่วยแก้เหงาได้ แต่ไฟล์วิดีโอคือศัตรูของแบตเตอรี่ครับ ทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียงใช้พลังงานสูงมาก ในช่วงวิกฤต ให้เน้นใช้มือถือเพื่อ "การสื่อสารที่จำเป็น" เท่านั้น ปิดการแจ้งเตือนแอปช้อปปิ้งหรือเกมไปก่อน เพื่อไม่ให้หน้าจอสว่างวาบขึ้นมาบ่อยๆ เพื่อประหยัดไฟ

5. พิมพ์แชท ประหยัดกว่า โทรคุย

ถ้าสัญญาณเริ่มแกว่ง การโทรคุยแบบเสียง (Voice Call) จะใช้พลังงานในการส่งคลื่นสัญญาณมากกว่าการส่งข้อความครับ หากต้องการแจ้งพิกัดขอความช่วยเหลือ หรือบอกสั้นๆ ว่าปลอดภัยดี แนะนำให้ส่งเป็น SMS หรือข้อความแชท (LINE/Messenger) ทิ้งไว้จะดีกว่า เพราะใช้ดาต้าน้อยกว่า และโอกาสส่งผ่านในที่สัญญาณต่ำมีมากกว่าการพยายามโทรแล้วสายหลุด

นอกจาก 5 ข้อนี้แล้ว หากใครมีโน้ตบุ๊ก ที่แบตยังเหลือ คุณสามารถเอามือถือมาเสียบสายชาร์จไฟจากโน้ตบุ๊กได้นะครับ (เปรียบเสมือน Power Bank ก้อนใหญ่) ขอให้ทุกคนปลอดภัย และผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี และขอให้น้ำลงไวๆ นะ