เจาะลึกทิศทางตลาด Smart Home ไทยและเทคโนโลยีเบื้องหลังการขับเคลื่อนสู่ยุค AI กับ MediaTek

ตลาดบ้านอัจฉริยะ หรือ Smart Home ในประเทศไทยกำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่เคยมองว่าเป็นเรื่องของความหรูหราสะดวกสบาย ปัจจุบันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ในครั้งนี้ Sanook Hitech ได้มีโอกาสเจาะลึกมุมมองจาก MediaTek ผู้นำด้านนวัตกรรมชิปเซ็ตระดับโลก ถึงปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาด Smart Home ของไทย เทคโนโลยี Wi-Fi 7 ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมการเชื่อมต่อ และอนาคตของ Edge AI ที่จะทำให้บ้านของเราไม่ได้เป็นแค่บ้านที่สั่งการผ่านแอปพลิเคชัน แต่เป็นบ้านที่ "คิด" และ "เข้าใจ" ผู้อยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง
Lucas Chen, Senior Product Manager of the IoT Business Unit at MediaTek
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาด Smart Home ไทยในยุคโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
Q: อะไรคือปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดเพียงหนึ่งเดียวที่กระตุ้นตลาด Smart Home ในประเทศไทยให้เติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน?
MediaTek: แรงขับเคลื่อนหลักของตลาด Smart Home ในประเทศไทยปัจจุบันมาจากปัจจัยสำคัญเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ การขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ขับเคลื่อนโดยภาครัฐ ซึ่งมุ่งยกระดับประเทศให้ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการขนาดใหญ่อย่าง Smart City โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ที่กำลังวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่จำเป็นGetty Images
สภาพแวดล้อมนี้เอื้อต่อการนำชิปเซ็ตขั้นสูงมาใช้งาน ซึ่งการผลักดันจากภาครัฐจะช่วยเร่งให้เกิดการผสานรวม AI เข้ากับ IoT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักที่ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตของ MediaTek เพื่อมอบการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อและฟังก์ชันการทำงานอันชาญฉลาดยิ่งขึ้นทั่วทั้งระบบนิเวศภายในบ้าน ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย ความบันเทิง และระบบสาธารณูปโภค
Q: ผู้บริโภคคนไทยให้ความสำคัญกับเรื่องความสะดวกสบาย การรักษาความปลอดภัย หรือการจัดการพลังงาน เมื่อซื้ออุปกรณ์อัจฉริยะรุ่นใหม่ ๆ?
MediaTek: แม้ความสะดวกสบายจะเป็นความคาดหวังพื้นฐานของคนไทยรุ่นใหม่ แต่สิ่งสำคัญที่พวกเขามองหาเมื่อลงทุนซื้ออุปกรณ์อัจฉริยะคือ การรักษาความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น และ การจัดการพลังงาน ซึ่งส่งผลต่อความคุ้มค่าในระยะยาว
ข้อมูลการตลาดชี้ให้เห็นว่ากลุ่ม "การรักษาความปลอดภัยและการควบคุมการเข้าถึง" เป็นหมวดหมู่ที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาด Smart Home ของไทย โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) สูงถึง 27.26% ในช่วงปี 2569 ถึง 2575 นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังให้ความสนใจกับประเด็นความยั่งยืนมากขึ้น ทำให้โซลูชันการจัดการพลังงานกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค
เทคโนโลยีเบื้องหลังการเชื่อมต่อไร้รอยต่อ
Q: ชิปเซ็ตช่วยให้เกิดการผสานรวมระบบนิเวศภายในบ้านแบบไร้รอยต่อได้อย่างไร ไม่ใช่แค่การรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะแต่ละเครื่องเข้าไว้ด้วยกันแค่นั้นหรือ?
MediaTek: ชิปเซ็ตของ MediaTek สร้างการผสานรวมที่เหนือกว่าแค่การรวมอุปกรณ์ แต่เป็นการสร้างการเชื่อมต่อแบบ Ubiquitous Connectivity และ Unified Intelligence ที่อุปกรณ์เอดจ์ (Edge Devices) โซลูชัน IoT เช่น ตระกูล Filogic ทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญโดยผสานรวมความสามารถของ Wi-Fi, Bluetooth และ Thread เข้าไว้ในชิป SoC เพียงตัวเดียว ช่วยให้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ต่าง ๆ สื่อสารกันได้โดยตรง ลดปัญหาการกระจายตัวของอุปกรณ์
การผสานรวมแพลตฟอร์มเช่นนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของไทยในการยกระดับ Data Governance เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่น ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ได้เน้นย้ำ เราจึงได้เพิ่มคุณสมบัติด้านความปลอดภัยและระบบการจัดการข้อมูลที่แข็งแกร่งสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการเชื่อมต่อทั้งหมด สอดรับกับการที่ DEPA บรรจุ IoT ไว้ในแผนพัฒนาทักษะปี 2568 ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการสร้างระบบนิเวศอัจฉริยะที่เน้นการบูรณาการ
Q: ผู้บริโภคคนไทยจะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ ในบ้านจากเทคโนโลยี Wi-Fi 7 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT จำนวนมาก?
MediaTek: คนไทยจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ยกระดับขึ้นอย่างชัดเจนด้วย Wi-Fi 7 โดยเฉพาะการแก้ปัญหาคอขวดของเครือข่ายเมื่อมีอุปกรณ์ IoT จำนวนมาก ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือประสิทธิภาพจากฟีเจอร์ Multi-Link Operation (MLO) ซึ่งช่วยให้อุปกรณ์ใช้ย่านความถี่หลายย่าน (2.4 GHz, 5 GHz และ 6 GHz) ได้พร้อมกันในการรับส่งข้อมูล
เทคโนโลยีนี้สามารถหลีกเลี่ยงย่านความถี่ที่หนาแน่นได้แบบไดนามิก ช่วยลดค่าความหน่วง (Latency) ได้อย่างมาก ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับบ้านยุคใหม่ที่ใช้งานแอปพลิเคชันหนัก ๆ เช่น Cloud Gaming, การสตรีมระดับ 4K และระบบกล้องวงจรปิดหลายตัวพร้อมกัน ความจุเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นนี้จะรองรับความต้องการทั้งด้านความสะดวกสบายและการประหยัดพลังงาน ทำให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นตั้งแต่หลอดไฟไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่จะทำงานได้อย่างไร้ที่ติโดยไม่ดึงสัญญาณกันเอง
ก้าวต่อไปสู่ยุค AI และ Ambient Computing
Q: เมื่อตลาด Smart Home เติบโตเต็มที่ จะมีนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ ที่ชิปเซ็ต IoT ของ MediaTek จะช่วยขับเคลื่อนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า?
MediaTek: เรามองเห็นนวัตกรรมสำคัญ 3 ประการที่จะเกิดขึ้นใน 3-5 ปีข้างหน้า
- Edge AI และ Autonomous Intelligence: ผ่านแพลตฟอร์ม Genio 720 และ Genio 520 ที่มาพร้อมหน่วยประมวลผล NPU ประสิทธิภาพสูง รองรับโมเดล Generative AI อย่าง Llama และ Gemini ทำให้ระบบในบ้านรับรู้ความต้องการผู้ใช้ได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์
- ความปลอดภัยขั้นสูงและการทำงานข้ามอุปกรณ์: ชิปเซ็ต Filogic MT7903 จะรองรับมาตรฐาน Matter อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อการเชื่อมต่อข้ามแบรนด์ และช่วยแบ่งเบาภาระงานของ Thread Border Router ให้ทำงานได้โดยใช้พลังงานต่ำ
- Ambient Computing: อุปกรณ์ต่าง ๆ จะเข้าใจและปรับตัวเข้ากับผู้ใช้ได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมการสร้างเครือข่าย VPN ระหว่าง Wi-Fi ที่บ้านและมือถือ 5G เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
Q: มีเกณฑ์มาตรฐานทางเทคโนโลยีหรือเทรนด์ใดเป็นพิเศษหรือไม่ ที่จะมากำหนดนิยามของบ้านอัจฉริยะในอนาคต?
MediaTek: มี 3 มาตรฐานหลักที่จะกำหนดอนาคต ได้แก่
- On-Device Generative AI: ช่วยให้อุปกรณ์ทำงานได้เอง ลดความหน่วง และรักษาความเป็นส่วนตัวได้ดีขึ้นเพราะข้อมูลไม่ต้องส่งออกไปนอกบ้าน
- มาตรฐาน Matter/Thread: การปฏิบัติตามมาตรฐานนี้จะขจัดปัญหาการทำงานแยกส่วน (Fragmentation) ทำให้ผู้ใช้เลือกใช้อุปกรณ์จากหลายแบรนด์ร่วมกันได้
- Open Standard Module (OSM): การเปิดให้นักพัฒนาเข้าถึงผ่านแพลตฟอร์มมาตรฐานจะช่วยเร่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมและแอปพลิเคชัน Smart Home ที่ปรับให้เหมาะกับบริบทของแต่ละประเทศ เช่น ประเทศไทย ได้
ความก้าวหน้าเหล่านี้จะยกระดับ Smart Home จากเดิมที่เป็นเพียง "ความสะดวกสบายที่สั่งการด้วยเสียง" ไปสู่ "ระบบอัจฉริยะที่อยู่รอบตัว" (Ambient Intelligence) หรือบ้านที่สามารถคาดการณ์ความต้องการและปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมของผู้ใช้ได้แบบเรียลไทม์
บทสรุป
จากการพูดคุยในครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าทิศทางของ Smart Home ในประเทศไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ แต่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของความอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI และมาตรฐานการเชื่อมต่อยุคใหม่อย่าง Wi-Fi 7 และ Matter
การที่ผู้ผลิตชิปเซ็ตอย่าง MediaTek ให้ความสำคัญกับทั้งประสิทธิภาพการประมวลผล (Edge AI), การเชื่อมต่อที่เสถียร (Connectivity), และความปลอดภัย (Security) สอดรับกับนโยบายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้บ้านอัจฉริยะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนและปลอดภัยสำหรับคนไทยในอนาคตอันใกล้นี้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



