ลองฟัง Sennheiser HDB 630 หูฟังไร้สายที่คำว่า เทพ ยังไม่พอ!

Sennheiser อีกค่ายที่มีความโดดเด่นเรื่องของคุณภาพเสียงของหูฟังที่เรียกว่าจัดเต็มอีกรุ่นหนึ่งในรอบนี้ Sanook Hitech พาคุณมาลองสัมผัสกับความเป็นที่สุดในรุ่นใหม่อย่าง HDB 630 หูฟังที่ประกาศตัวว่าจะทลายกำแพงระหว่าง "ความสะดวกพกพา" และ "คุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์" จะเป็นอย่างไร และชอบไหมกับราคาค่าตัว 20,899 บาท มาดูกันได้เลย
ดีไซน์ของ Sennheiser HDB 630

สำหรับหูฟังรุ่นนี้ แวบแรกที่เห็นต้องยอมรับว่าออกแบบได้ดูสุขุมนุ่มลึกมาก เพราะเน้นโทนสีดำสนิท (Black) ตัดกับวัสดุบุหนังเกรดพรีเมียมอย่างดี ให้ความรู้สึกหรูหราสมราคา โดยยังคงเอกลักษณ์ความโดดเด่นที่ชัดเจนด้วยโลโก้ Sennheiser ที่ประทับอยู่ทั้ง 2 ฝั่งของหูฟัง

ในเรื่องของการสวมใส่ ตัวนวม (Earpads) มีขนาดใหญ่ครอบใบหูได้สนิท แต่เมื่อสวมใส่แล้วกลับให้ความรู้สึกสบาย น้ำหนักไม่ได้มากจนเกินไป ภายในบุด้วยฟองน้ำที่นุ่มนวล บวกกับแถบคาดศีรษะที่ทำจาก Protein Leatherette จาก IDEATEX™ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องผิวสัมผัสที่นุ่มและความทนทาน ทำให้ไม่รู้สึกปวดหรือล้าหูแม้จะใส่ฟังเพลงต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ด้านการควบคุม Sennheiser ออกแบบมาได้อย่างลงตัว มีปุ่มกดจริงแบบพอดีมือสำหรับการสั่งงานพื้นฐาน แต่ไฮไลต์อยู่ที่แผงด้านข้างขวาที่รองรับระบบสัมผัส (Touch Control) ซึ่งให้การตอบสนองที่เนียนนิ้วและแม่นยำมากพอสมควร เรียกได้ว่าทุกอณูของงานประกอบคือความพรีเมียมที่แท้จริง
สเปกจัดเต็ม

ความโดดเด่นของ Sennheiser HDB 630 คือ ทรานสดิวเซอร์ไดนามิกขนาด 42 มม. ที่ผลิตในโรงงานสุดทันสมัยที่เมืองทูลลามอร์ ประเทศไอร์แลนด์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเที่ยงตรงของเสียง (Fidelity) เน้นความใสและเป็นธรรมชาติ
แต่สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจกว่าหูฟังไร้สายทั่วไปคือ ในกล่องจะแถม USB-C Dongle (BTD 700) มาให้ด้วย! เจ้าดองเกิลตัวนี้สำคัญมาก เพราะมันจะช่วยปลดล็อกศักยภาพเสียงระดับ Hi-Res ให้กับสมาร์ทโฟนของคุณ
สิ่งที่พบเมื่อใช้งานนั้นมีดังนี้
- แก้ปัญหาเรื่อง Codec: ปัจจุบันมีมือถือเพียง 16% ที่รองรับ aptX Adaptive ในตัว แต่ถ้าคุณเสียบ BTD 700 เข้ากับช่อง USB-C ของมือถือ (หรือคอมพิวเตอร์) มันจะทำให้เครื่องนั้นส่งสัญญาณเสียงแบบ aptX Adaptive ไปที่หูฟังได้ทันที
- ความเสถียร: ให้การเชื่อมต่อที่นิ่งกว่า Bluetooth ปกติ และรองรับสัญญาณเสียงสูงสุดถึง 24-bit / 96 kHz
นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังอึดสะใจ ใช้งานได้นานสูงสุดถึง 60 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และมีระบบชาร์จไวแค่ 10 นาที ก็ฟังต่อได้ถึง 7 ชั่วโมง พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน Adaptive Noise Cancellation ให้คุณโลกส่วนตัวได้ทุกที่
ฟีเจอร์เด่น และการควบคุมผ่านแอป Smart Control Plus
ความฉลาดของ HDB 630 ไม่ได้มีแค่ฮาร์ดแวร์ แต่ซอฟต์แวร์ในแอป Smart Control Plus ก็จัดเต็มสำหรับสาย Pro ต้องชอบคือ
- Parametric Equalizer: ไม่ใช่แค่ปรับ EQ 5 แถบธรรมดา แต่สามารถปรับจูนความถี่ได้ละเอียด ยืดหยุ่น ระดับเดียวกับมืออาชีพ
- Crossfeed: ฟีเจอร์นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากหูฟังระดับตำนานอย่าง Sennheiser HE 1 ช่วยเกลี่ยเสียงซ้าย-ขวาให้นุ่มนวล เหมือนฟังจากลำโพงบ้าน ลดอาการล้าหูเมื่อฟังเพลงที่มีการแยกสเตอริโอชัดๆ เป็นเวลานาน
- Sound Personalization: สามารถปรับแต่งและแชร์พรีเซ็ตเสียงให้กันได้ (และในอนาคตจะแชร์ผ่าน QR Code ได้ด้วย)
ส่วน Application นี้จะใช้กับรุ่นอื่นๆ ได้ในอนาคตอันใกล้
ความรู้สึกหลังลองฟัง

จากการทดลองฟังต้องบอกว่าหูฟัง รุ่นนี้ถูกจูนมาในสไตล์ Audiophile อย่างแท้จริง สิ่งที่สัมผัสได้คือความ "ลื่นไหล" และ "ความเป็นธรรมชาติ" ของเสียงที่สูงมาก แตกต่างจากหูฟังเน้นเบสทั่วไป ดังนั้นใครที่ชอบเบสอาจจะไม่ได้เป็นหูฟังที่เหมากับคุณเท่าไหร่ แต่เป็นหูฟังที่ตอบสนองกับเรื่องเสียงไดนามิกที่เก็บรายละเอียดดี เวทีนั้นถ้าเปิดฟีเจอร์ Crossfeed จะรู้สึกกว้างและไม่อึดอัด
เรียกได้ว่าเป็นหูฟังไร้สายที่ให้คุณภาพเสียงเข้าใกล้หูฟังแบบมีสาย (Wired Audiophile) มากที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดตอนนี้ เหมาะสำหรับคนที่โหยหาดีเทลของเสียงดนตรี แต่ยังต้องการความสะดวกสบายในการพกพา

แถมอีกนิด การต่อกับ USB Dongle ให้เสียงดีกว่าแบบ Bluetooth ชัดเจนเลยครับ
สรุปและราคา

โดยรวมแล้ว Sennheiser HDB 630 ถือเป็นหูฟังที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างระหว่าง "ความสะดวกสบาย" และ "คุณภาพเสียงระดับสูง" ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยวัสดุที่พรีเมียม ใส่สบาย ฟีเจอร์ที่ให้มาครบจบโดยเฉพาะ Dongle BTD 700 ที่แถมมาให้เลย ไม่ต้องซื้อแยก ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับคนที่จริงจังเรื่องเสียง
Sennheiser HDB 630 วางจำหน่ายแล้วในราคา 20,899 บาท
อัลบั้มภาพ 12 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




![[CES 2026] Lenovo Legion รุ่นใหม่เปิดตัวครบ Lineup](http://s.isanook.com/hi/0/ud/324/1620726/leg(1).jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)


