AIS หนุนระบบสื่อสารดิจิทัลเต็มสูบ! เชื่อมกำลังพลแนวหน้า 30,000 นาย ด้วยเครือข่ายคุณภาพสูงสุด
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/hi/0/ud/323/1618907/ais-3000.jpgAIS หนุนระบบสื่อสารดิจิทัลเต็มสูบ! เชื่อมกำลังพลแนวหน้า 30,000 นาย ด้วยเครือข่ายคุณภาพสูงสุด

AIS หนุนระบบสื่อสารดิจิทัลเต็มสูบ! เชื่อมกำลังพลแนวหน้า 30,000 นาย ด้วยเครือข่ายคุณภาพสูงสุด

แชร์เรื่องนี้

เอไอเอส (AIS) เดินหน้าตอกย้ำพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการใช้ศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัล สนับสนุนภารกิจของกระทรวงกลาโหม ภายใต้โครงการ “เอไอเอสเชื่อมกำลังใจ แด่ทหารไทยในแนวหน้า” โดยการมอบระบบสื่อสารและบริการโครงข่ายคุณภาพสูงให้กับ กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนและในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศกว่า 30,000 นาย

การสนับสนุนครั้งนี้มีเป้าหมายหลัก 2 ด้าน คือ

 

  1. ยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่: เสริมความคล่องตัวและความมั่นคงของระบบสื่อสารในการปฏิบัติภารกิจเพื่อพิทักษ์อธิปไตยของชาติ บนเครือข่ายที่ AIS ยืนยันว่าครอบคลุมที่สุดในประเทศ
  2. ส่งต่อกำลังใจจากครอบครัว: ช่วยให้กำลังพลที่ต้องอยู่ห่างไกลบ้านสามารถติดต่อกับครอบครัวได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่องผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความร่วมมือนี้ว่า การสนับสนุนจากภาคเอกชนอย่าง AIS ถือเป็นพลังสำคัญที่ไม่เพียงแต่เพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน แต่ยังเป็นการส่งต่อกำลังใจอันล้ำค่าแก่ผู้เสียสละที่ทำงานเพื่อความมั่นคงของชาติอย่างแท้จริง ซึ่งกระทรวงกลาโหมจะเร่งดำเนินการจัดสรรระบบสื่อสารดังกล่าวไปยังกองบัญชาการและเหล่าทัพ เพื่อส่งมอบให้กำลังพลในพื้นที่ชายแดนโดยเร็วที่สุด

ด้าน นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ หัวหน้าฝ่ายงานรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เอไอเอส กล่าวว่า ในฐานะผู้ให้บริการโครงข่ายอัจฉริยะ (Intelligent Network) AIS ตระหนักถึงความสำคัญของการเสียสละของทหารแนวหน้า จึงได้ขยายโครงข่ายเพื่อรองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และมุ่งมั่นที่จะเดินหน้ายกระดับความครอบคลุมและความมั่นคงของโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กำลังพลและครอบครัวอุ่นใจบนแพลตฟอร์มการสื่อสารที่มั่นคงและไร้รอยต่อของ AIS

ความร่วมมือครั้งนี้เน้นย้ำถึงบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลในการยกระดับทั้งด้านความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สำคัญของประเทศได้อย่างยั่งยืน