เตือนภัย! เจนภาพคู่ดารา เสี่ยงผิด PDPA โทษหนักถึงติดคุก

เตือนภัย! เจนภาพคู่ดารา เสี่ยงผิด PDPA โทษหนักถึงติดคุก

เตือนภัย! เจนภาพคู่ดารา เสี่ยงผิด PDPA โทษหนักถึงติดคุก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อย่างที่รู้กันว่า Google Gemini เป็นอีกโปรแกรมที่หลายคนเลือกใช้ในการ ทำภาพให้สวนงามกับเทคโนโลยี Nano Banana ที่หลายคนเลือกใช้โดยเฉพาะการทำภาพแบบโพลารอยเป็นอารมณ์บางครั้ง ด้วยความสวยของภาพก็อาจจะทำให้บางคนเผลอใจนำชื่อ หรือภาพของศิลปินมาเจนภาพให้คู่กัน แม้จะเป็นเรื่องที่สนุก แต่อาจจะทำให้คุณเสี่ยงติดคุกโดยไม่รู้ตัว วันนี้ Sanook Hitech จะมาบอกว่าเรื่องนี้ผิดกฏหมายอะไร และทำไมต้องระวัง 

เจนภาพคู่ดาราผิดกฎหมายฉบับไหน? 

เรื่องการเจนภาพคู่กับดาราเป็นเรื่องที่หลายคนบอกว่าอยากทำเพราะมีโอกาสที่ยากที่จะถ่ายภาพคู่ แต่รู้หรือไม่ว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการละเมิด พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือที่รู้จักกันในชื่อ PDPA (Personal Data Protection Act) ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ได้ให้คำนิยามไว้อย่างชัดเจนว่า "ภาพถ่าย" ที่สามารถระบุตัวตนของบุคคลได้นั้น ถือเป็น "ข้อมูลส่วนบุคคล" (Personal Data) ประเภทหนึ่ง ดังนั้น ใบหน้าของดารา ศิลปิน หรือบุคคลใดๆ ก็ตาม ล้วนอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายนี้

screenshot2568-09-19at14.5 

การ "เจนภาพ" เข้าข่ายการละเมิดสิทธิ์อย่างไรบ้าง? 

แล้วทำไมแค่เจนภาพที่มีบุคคลอื่นมาใช้สร้างภาพด้วย AI จะเข้าข่ายการละเมิดสิทธิ์ในหลายขั้นตอน ดังนี้

  1. การเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูล: การนำภาพถ่ายของบุคคลอื่น (แม้จะเป็นบุคคลสาธารณะ) มาเป็น "ต้นแบบ" หรือ "คำสั่ง" (Prompt) ให้ AI สร้างภาพใหม่ ถือเป็นการนำข้อมูลส่วนบุคคลของเขามาใช้โดยไม่ได้รับ "ความยินยอม" (Consent) จากเจ้าของข้อมูล
  2. การดัดแปลงข้อมูล: ผลลัพธ์ที่ได้จาก AI แม้จะเป็นภาพที่สร้างขึ้นใหม่ แต่ก็มีพื้นฐานและเค้าโครงจากใบหน้าของบุคคลต้นฉบับ ซึ่งถือเป็นการ "ดัดแปลง" ข้อมูลส่วนบุคคล
  3. การเผยแพร่ข้อมูล: การโพสต์ภาพที่สร้างขึ้นมาลงบนโซเชียลมีเดีย ถือเป็นการ "เผยแพร่" ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกดัดแปลงนั้นสู่สาธารณะ

การกระทำทั้งสามขั้นตอนนี้ หากไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของภาพ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย PDPA อย่างชัดเจน

 โทษที่จะได้รับหากตัดสินว่าผิด

รายแรงกว่าเมื่อรู้ว่า สิ่งนี้คือสิ่งที่ผิดโดยตามกฏหมายแล้ว ถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ตาม มาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ซึ่งมีบทลงโทษที่รุนแรงกำหนดไว้ในกฎหมาย ดังนี้

  • โทษทางอาญา อาจต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ค่าเสียหายทางแพ่ง ผู้กระทำผิดยังต้องชดใช้ค่าเสียหายตามจริงให้แก่ผู้เสียหาย และศาลอาจกำหนดให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม สูงสุดเป็น 2 เท่าของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

 ดังนั้นเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดี และสามารถสร้างความบันเทิงและเพลิดเพลินได้ แต่ถ้าเกิดใช้ในทางที่ผิดอาจจะส่งผลรา้ยได้ ดังนั้นเราไม่ควรจะใช้ AI ในทางที่ไม่ดี หากอยากจะใช้งานควรจะขออนุญาตจากบุคคล หรือใช้ในทางสร้างสรรค์จะดีกว่าทำแบบนี้ที่มีไม่ควรอย่างยิ่ง 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล