ลือสนั่น! Samsung อาจทิ้ง Snapdragon ใน Galaxy S26 Ultra หันมาใช้ชิป Exynos 2600 ทุกรุ่น

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือเกี่ยวกับเรือธงตัวต่อไปของ Samsung อย่าง Galaxy S26 Series ที่่กำลังจะเปิดตัวต้นปีหน้า โดยเฉพาะเรื่องขุมพลัง Exynos ตัวใหม่ 2600 ที่มีผลทดสอบให้ดูน่าตื่นเต้นกันไปแล้ว ล่าสุดนี้เรื่องนี้ยิ่งชัดเจน เมื่อมีรายงานจาก The Korea Herald ว่า Samsung Galaxy S26 Series ที่จะเปิดตัวในปี 2026 อาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยทุกรุ่น รวมถึงรุ่นท็อปอย่าง Galaxy S26 Ultra จะหันมาใช้ชิปเซ็ต Exynos 2600 ของ Samsung เองทั้งหมด

ทำไมถึงกล้าเปลี่ยน?
ที่ผ่านมา ผู้ใช้หลายคนมักมีความเชื่อว่าชิป Snapdragon มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า Exynos ทั้งในด้านความแรงและการจัดการความร้อน แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจมีเหตุผลที่น่าสนใจ เพราะ Exynos 2600 อาจไม่ใช่ชิป Exynos แบบเดิมๆ ที่เรารู้จักอีกต่อไป
ส่องสเปก Exynos 2600 กันหน่อย
ข้อมูลที่หลุดออกมาบ่งชี้ว่า Exynos 2600 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับชิปเรือธงค่ายอื่น ๆ ด้วยเทคโนโลยีที่อัดแน่นมาแบบจัดเต็ม เช่น
- สถาปัตยกรรม 2 นาโนเมตร (2nm): นับเป็นก้าวสำคัญของวงการ เพราะชิปเรือธงในปัจจุบันยังใช้เทคโนโลยี 3nm อยู่ การใช้กระบวนการผลิตที่เล็กลงหมายถึงประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น
- คะแนน Geekbench สุดแรง: ผลการทดสอบที่หลุดออกมาเผยให้เห็นคะแนน Single-Core ที่ 3,309 และ Multi-Core สูงถึง 11,256 ซึ่งไม่เพียงแต่แรงกว่า Snapdragon 8 Elite ในปัจจุบัน แต่ยังทำคะแนนเข้าใกล้ Single-Core ของชิปใน iPhone 16 Pro และแซงในด้าน Multi-Core อีกด้วย
- GPU ที่พัฒนาเองครั้งแรก: มีรายงานว่า Samsung ได้ดึงตัวอดีตผู้บริหารฝ่าย GPU ของ Huawei มาร่วมพัฒนา GPU ของตัวเองเป็นครั้งแรก จากเดิมที่เคยใช้ดีไซน์จาก AMD ซึ่งนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาด้านกราฟิกแบบก้าวกระโดดในอนาคต
- ระบบระบายความร้อนใหม่: อาจมาพร้อมระบบจัดการความร้อนที่เรียกว่า "Heat Path Block" เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

ความท้าทายครั้งใหญ่ ลบภาพจำเดิมได้หรือไม่?
เรื่องนี้ต้องมองกัน 2 ด้านคือเรื่องแรกในเชิงธุรกิจ หาก Samsung สามารถพัฒนาชิป Exynos 2600 ให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมหรือดีกว่า Snapdragon ได้จริง ก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะนำมาใช้กับสมาร์ทโฟนเรือธงของตัวเองทั้งหมด เพื่อลดต้นทุนและควบคุมการผลิตได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม คำถามที่สำคัญที่สุดคือ Samsung จะสามารถโน้มน้าวใจผู้บริโภคทั่วโลกให้เชื่อมั่นในประสิทธิภาพของ Exynos ได้หรือไม่? เพราะชื่อเสียงและแบรนด์ Snapdragon ที่สั่งสมมานานนั้นแข็งแกร่งมาก และประสิทธิภาพดีมาตลอด
แม้จะยังเป็นเพียงข่าวลือ แต่ก็เป็นสัญญาณที่น่าจับตามองว่า Samsung กำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับชิปเซ็ตของตัวเอง เราคงต้องรอจนถึงต้นปี 2026 เพื่อพิสูจน์ว่า Exynos 2600 จะสามารถลบภาพจำเดิมๆ และก้าวขึ้นมาเป็นชิปเรือธงระดับท็อปของวงการได้สำเร็จหรือไม่ ต้องให้เวลาเป็นเครื่องตัดสิน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี






