Google Gemini ปรับดีไซน์ใหม่บน Android ใช้ง่ายและมีคำแนะนำเยอะ

Google Gemini ปรับดีไซน์ใหม่บน Android ใช้ง่ายและมีคำแนะนำเยอะ

Google Gemini ปรับดีไซน์ใหม่บน Android ใช้ง่ายและมีคำแนะนำเยอะ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ข่าวดี ผู้ใช้แอป Google เวอร์ชันเบต้าบางราย เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงด้าน User Interface (UI) ของหน้าหลัก Gemini บน Android โดย Google กำลังทดสอบดีไซน์ใหม่เล็กน้อยที่มุ่งเน้นไปที่การทำให้หน้าจอสะอาดตาขึ้น และปรับปรุงประสบการณ์เริ่มต้นใช้งาน สำหรับผู้ใช้ใหม่ ที่ลงตัว

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มี 2 ส่วนหลักที่น่าสนใจ

 screenshot2025-07-29181244

1. ปรับดีไซน์ Prompt Bar ให้คลีนขึ้น ซ่อนฟีเจอร์ขั้นสูงในเมนู "Tools"

ของเดิม: ผู้ใช้จะเห็น "Feature Chips" หรือปุ่มฟังก์ชันขั้นสูง เช่น Deep Research และ Canvas แสดงอยู่เหนือแถบพิมพ์ Prompt โดยตรง ของใหม่: ปุ่มฟังก์ชันเหล่านี้ถูกย้ายไปรวมกันอยู่ในเมนู "Tools" ซึ่งเป็นไอคอนใหม่ที่ปรากฏอยู่ข้างปุ่มบวก (+)

มุมมองเชิง UI/UX: การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้หน้าจอหลักดูสะอาดและเรียบง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลดความรกของ Interface ลง อย่างไรก็ตาม ก็อาจเป็นดาบสองคมที่ทำให้การมองเห็น (Discoverability) ของฟีเจอร์ขั้นสูงเหล่านี้ลดลงสำหรับผู้ใช้ใหม่ที่อาจไม่รู้ว่ามีเครื่องมือทรงพลังซ่อนอยู่

 l-t1

2. ยกเครื่อง "Guide" แนะนำการใช้งานให้ฉลาดและน่าสนใจกว่าเดิม

ของเดิม: หน้าจอจะแสดง Prompt แนะนำเป็นประโยคคำสั่งกว้างๆ เช่น "บอกฉันทีว่าคุณทำอะไรได้บ้าง" หรือ "ช่วยฉันวางแผนหน่อย" ของใหม่: เปลี่ยนเป็นไกด์แนะนำที่แบ่งเป็น 3 หมวดหมู่หลัก คือ Write (เขียน), Build (สร้าง), และ Research (ค้นคว้า) เมื่อแตะเข้าไปในแต่ละหมวด จะพบกับตัวอย่าง Prompt ที่เป็นรูปธรรมและน่าสนใจยิ่งขึ้น เช่น:

  • Write (ใช้ฟีเจอร์ Canvas): "เขียนอีเมลเชิญเพื่อนบ้านมางานปาร์ตี้" หรือ "เขียนสรุปหนังสือ Catch-22 สำหรับเด็ก"

  • Build (ใช้ฟีเจอร์ Canvas): "สร้างเกมยิงอุกกาบาต" หรือ "สร้างเว็บไซต์สำหรับพอร์ตโฟลิโอถ่ายภาพของฉัน"

  • Research (ใช้ฟีเจอร์ Deep Research): "ค้นคว้าและวางแผนทริปญี่ปุ่นสำหรับสายกิน" หรือ "ค้นคว้าประโยชน์ต่อสุขภาพของการแช่น้ำเย็น"

มุมมองเชิง Onboarding: นี่คือการปรับปรุงที่สำคัญ เพราะมันไม่ได้แค่ "บอก" ว่า AI ทำอะไรได้ แต่ "แสดงให้เห็น" (Show, don't tell) ถึงศักยภาพที่แท้จริงผ่านตัวอย่างที่จับต้องได้ ช่วยให้ผู้ใช้ใหม่เข้าใจความสามารถของ Gemini ได้รวดเร็วและลึกซึ้งกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้การเปลี่ยนแปลงดีไซน์ดังกล่าวยัง ไม่ได้ปล่อยออกมาในวงกว้าง (Not widely rolled out) แต่เริ่มปรากฏให้เห็นสำหรับผู้ใช้ที่อยู่ในโปรแกรม Google app beta บางรายเท่านั้น และดูเหมือนจะเป็นการทดสอบแบบ A/B Testing ที่ผูกกับบัญชี Google เป็นรายบุคคล ไม่ใช่การอัปเดตแอปเวอร์ชันใหม่โดยตรง ดังนั้นใครที่อยากลองอาจต้องรออีกสักพักกว่าจะเข้าสู่เวอร์ชัน Stable ครับ

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล