ManageEngine ปักธงไทย! ประกาศขยายการลงทุนครั้งใหญ่ ชู AI เป็นจุดหลัก

ManageEngine ปักธงไทย! ประกาศขยายการลงทุนครั้งใหญ่ ชู AI เป็นจุดหลัก

ManageEngine ปักธงไทย! ประกาศขยายการลงทุนครั้งใหญ่ ชู AI เป็นจุดหลัก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ManageEngine หน่วยธุรกิจด้านการบริหารจัดการไอทีระดับองค์กรในเครือ Zoho Corporation ประกาศเดินหน้าขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและเสริมความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศ โดยมีแผนขยายฐานธุรกิจ, เสริมขีดความสามารถด้าน AI, และนำเสนอโซลูชันที่ปลอดภัยและยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองการเติบโตขององค์กรไทยและสอดรับกับข้อกำหนดกฎหมาย

คุณอรุณ คูมาร์ รองประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ ManageEngine เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 5 ตลาดที่สำคัญที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบริษัท ปัจจุบันมีลูกค้าองค์กรแล้วกว่า 500 ราย ครอบคลุมทั้งภาคการเงิน, การปกครอง, สาธารณสุข และการศึกษา บริษัทตั้งเป้าที่จะเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีในระยะยาว เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากนโยบาย Cloud-First ของรัฐบาล, โครงการสมาร์ตซิตี้, และกฎระเบียบด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เข้มข้นขึ้น

 arun-kumar

ชูนโยบาย "Transnational Localism" พร้อมลงทุนด้านบุคลากร

เพื่อสนับสนุนเป้าหมายในระยะยาว ManageEngine ได้นำกลยุทธ์ “transnational localism” มาปรับใช้ โดยผสมผสานแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับโลกเข้ากับการมีส่วนร่วมในระดับประเทศอย่างลึกซึ้ง ภายใต้แนวทางนี้ บริษัทได้เร่งสรรหาบุคลากรชาวไทยในตำแหน่งสำคัญๆ และมีแผนร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และ AI รุ่นใหม่

นวัตกรรม AI และการให้ความสำคัญกับอธิปไตยของข้อมูล (Data Sovereignty)

คุณอรุณเน้นย้ำว่า อธิปไตยของข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎหมายอย่าง PDPA ของไทยเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญสูงสุด ManageEngine บริหารจัดการศูนย์ข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองกว่า 80 แห่งทั่วโลก "เราวางระบบและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานของเราเอง ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงโมเดลภาษา AI ขนาดใหญ่ เพื่อให้ลูกค้าได้รับการควบคุมข้อมูลอย่างเต็มที่และมั่นใจได้ในความปลอดภัย" คุณอรุณกล่าว

แพลตฟอร์ม AI ของ ManageEngine ซึ่งผ่านการวิจัยและพัฒนากว่าทศวรรษ ประกอบด้วยกรอบการทำงาน 3 ชั้น

  •  AI เชิงบริบท (Contextual AI): สำหรับการทำนายและตรวจจับความผิดปกติ

  •  AI เพื่อการสื่อสาร (Conversational AI): ผ่านผู้ช่วยเสมือนที่ใช้เทคโนโลยี NLP

  •  AI เชิงปฏิบัติการอัตโนมัติ (Agentic AI): ช่วยให้ระบบไอทีทำงานได้โดยอัตโนมัติ

ลูกค้าสามารถเลือกว่าจะใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ของตนเอง หรือโมเดลที่ ManageEngine พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์

 batch_arun_manageengine

รับมือภัยคุกคามไซเบอร์ด้วยแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์

ท่ามกลางภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายให้องค์กรไทยกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเป้าหมายหลักที่ภาคการศึกษา, หน่วยงานรัฐ และภาคการเงิน ManageEngine ได้ออกแบบแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์เพื่อลดความซับซ้อนและกระจัดกระจายของระบบไอที โดยรวมการตรวจสอบและการดำเนินงานไว้ในที่เดียว ครอบคลุมทั้งสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดและมัลติคลาวด์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยไปพร้อมกัน

สำหรับแผนในอนาคต บริษัทเตรียมเปิดศูนย์ข้อมูลระดับภูมิภาคแห่งใหม่ในสิงคโปร์เร็วๆ นี้ และกำลังพิจารณาจัดตั้งสำนักงานและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย, มาเลเซีย และเวียดนามต่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล