Google เปลี่ยนโลโก้ Gemini ใหม่ให้มีสีสันมากขึ้น
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/hi/0/ud/322/1614839/gemini.jpgGoogle เปลี่ยนโลโก้ Gemini ใหม่ให้มีสีสันมากขึ้น

Google เปลี่ยนโลโก้ Gemini ใหม่ให้มีสีสันมากขึ้น

แชร์เรื่องนี้

หลังจากที่ Google Gemini เป็นที่รู้จักในฐานะบริการ Gen AI ของตัวเอง ล่าสุดนี้ก็มีการปรับโลโก้ใหม่ ให้ดูหลากหลายสีมากขึ้น แต่ไม่ได้มีการปรับแค่นั้น แต่มีการปรับหน้าในการใช้งานใหม่ รอบนี้เรามารู้จักกับ 2 สิ่งนี้กันให้มากขึ้นกัน

 gemini-rainbow-star-x-logo

โลโก้ใหม่ ที่บอกถึงความเรียบง่ายแต่ก็สีสีสัน

โลโก้ใหม่ของ Gemini ซึ่งเห็นได้ชัดเจนที่สุดจากหน้า "About" ของเว็บไซต์ มาพร้อมกับโทนสีใหม่ที่เน้นสีน้ำเงินเป็นหลัก และมีการไล่ระดับสี (Gradient) ไปเป็นสีแดงที่ด้านบน สีเหลืองที่ด้านซ้าย และสีเขียวที่ด้านล่างอย่างสวยงาม

จุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงคือ Google ได้ปรับดีไซน์ "แฉก" ของดาวประกาย (Sparkle) ให้มีความโค้งมนและดูเป็นมิตรมากขึ้น จากเดิมที่ค่อนข้างแหลมคม ซึ่งการออกแบบใหม่นี้ช่วยแก้ปัญหาเดิมที่เมื่อย่อโลโก้ให้มีขนาดเล็ก แฉกที่แหลมคมจะดูเหมือนเป็นเส้นบางๆ ทำให้รายละเอียดหายไป ปัจจุบันโลโก้ใหม่เริ่มปรากฏบนเว็บไซต์แล้ว แต่ยังไม่ถูกอัปเดตบนแอปพลิเคชันมือถือ (Android, iOS) หรือเว็บแอป

screenshot2568-07-03at09.4 

ปรับ UI/UX ใหม่ เลือกโมเดลง่ายกว่าเดิม

อีกหนึ่งการอัปเดตที่สำคัญและเริ่มใช้งานแล้วบน Android และเวอร์ชันเว็บ คือการปรับปรุงหน้าเลือกโมเดล AI ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) ให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน แทนที่จะแสดงแค่ชื่อโมเดล Google ได้เปลี่ยนมาเน้นที่ความสามารถและการใช้งานที่เหมาะสมของแต่ละตัวเลือก ดังนี้

  • 2.5 Flash: สำหรับ "ความช่วยเหลือรอบด้านที่รวดเร็ว" (Fast all-around help)

  • 2.5 Pro: สำหรับ "การใช้เหตุผล, คณิตศาสตร์ และโค้ด" (Reasoning, math & code)

  • Personalization (preview): สำหรับการทำงานที่ "อิงจากประวัติการค้นหาของคุณ"

ทิศทางในอนาคต

นอกจากการเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางในระยะยาวของ Google ที่ดูเหมือนว่าจะมุ่งหน้าไปสู่การมีโมเดลหลักเพียงตัวเดียวที่สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ ลดภาระของผู้ใช้ที่ไม่จำเป็นต้องมาเลือกรุ่น Flash หรือ Pro ด้วยตนเองในอนาคต

ในขณะเดียวกัน ฟีเจอร์ "Personalization" ที่เชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ ของ Google เช่น Search history, Gmail และบริการอื่น ก็น่าจะกลายเป็นฟีเจอร์พื้นฐานที่สามารถใช้งานได้กับทุกโมเดล ไม่ใช่โมเดลแยกอีกต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางก่อนหน้านี้ที่ Google ได้ย้ายฟีเจอร์อย่าง Deep Research จากหน้าเลือกโมเดลไปรวมไว้ในกล่องพร้อมท์ (Prompt box) โดยตรง เพื่อให้การใช้งานราบรื่นและเป็นธรรมชาติมากที่สุด 

สำหรับฟีเจอร์ทั้งหมดลองได้แล้ววันนี้แต่สำหรับคนที่ใช้รุ่น Pro อาจจะสังเกตได้ว่าเปลี่ยนมาสักพักแล้วยกเว้นแบบ Personallization ที่เพิ่งจะมี

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :9to5google