AIS จับมือ Oracle ตั้ง Hyperscale Cloud ในประเทศ ปลดล็อกข้อจำกัดด้านข้อมูลเพื่อการพัฒนาแห่งชาติ
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/hi/0/ud/322/1614563/ais-hypercale.jpgAIS จับมือ Oracle ตั้ง Hyperscale Cloud ในประเทศ ปลดล็อกข้อจำกัดด้านข้อมูลเพื่อการพัฒนาแห่งชาติ

AIS จับมือ Oracle ตั้ง Hyperscale Cloud ในประเทศ ปลดล็อกข้อจำกัดด้านข้อมูลเพื่อการพัฒนาแห่งชาติ

แชร์เรื่องนี้

AIS Business เดินเกมรุกครั้งสำคัญเพื่อวางรากฐานการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ ประกาศเปิดตัว "AIS Cloud powered by Oracle Cloud Infrastructure" แพลตฟอร์ม Hyperscale Cloud ที่มี Data Center ตั้งอยู่ในประเทศไทย ชี้เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะปลดล็อกให้นักพัฒนา, ภาคธุรกิจ และภาครัฐ สามารถสร้างสรรค์ "AI สัญชาติไทย" ได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยไร้ข้อจำกัดด้าน Data Sovereignty

batch_line_album_aoshy_250626_4

ที่ผ่านมา หนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของการพัฒนา AI ในประเทศไทย คือการที่ข้อมูล (Data) ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของการฝึกฝน AI โดยเฉพาะข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของคนไทยหรือขององค์กร จำเป็นต้องถูกส่งไปประมวลผลบนคลาวด์ระดับโลกที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ ทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัย, ความเป็นส่วนตัว และการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูล

การเปิดตัวบริการคลาวด์ครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าแค่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการ "นำโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกเข้ามาตั้งในบ้าน" เพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรง

ทำไมโครงสร้างพื้นฐานในประเทศจึงสำคัญต่อ AI ไทย?

 batch_line_album_aoshy_250626
batch_line_album_aoshy_250626_2
batch_line_album_aoshy_250626_3

นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS กล่าวเน้นย้ำว่า "วันนี้ AIS ได้ก้าวไปอีกขั้นเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องมี AI เป็นของตัวเอง เพื่อเสริมความมั่นคงด้านเทคโนโลยีในอนาคต เพราะเราเชื่อว่า 'โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เป็นของคนไทย' คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ"

การมี Hyperscale Cloud ที่บริหารจัดการโดยคนไทยและตั้งอยู่ในประเทศ จะเปิดประตูสู่โอกาสมหาศาล:

  1. สำหรับนักพัฒนาและนักวิจัย: สามารถเข้าถึงเครื่องมือระดับโลกเพื่อสร้างและทดลองโมเดล AI ที่ซับซ้อน โดยใช้ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ของไทย (Local Datasets) ได้อย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย ซึ่งจะช่วยเร่งการเกิดนวัตกรรมและ Startup ด้าน AI ใหม่ๆ
  2. สำหรับภาครัฐและบริการสาธารณะ: เอื้อให้เกิดการพัฒนา AI เพื่อยกระดับบริการประชาชน เช่น ระบบการแพทย์ทางไกลอัจฉริยะ, การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวางผังเมือง หรือระบบความปลอดภัยสาธารณะ โดยที่ข้อมูลสำคัญของพลเมืองยังคงอยู่ภายในประเทศ
  3. สำหรับภาคอุตสาหกรรม: ธุรกิจในกลุ่มการเงิน, การแพทย์, และประกันภัย ซึ่งมีข้อบังคับด้านข้อมูลที่เข้มงวด สามารถนำ AI มาใช้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการส่งข้อมูลข้ามพรมแดน

สร้าง AI Ecosystem ที่สมบูรณ์ ไม่ใช่แค่บริการคลาวด์

AIS ไม่ได้มองแค่การให้บริการพื้นที่ประมวลผล แต่กำลังสร้าง Ecosystem ที่สมบูรณ์เพื่อรองรับการพัฒนา AI ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านการรับรองมาตรฐาน dSURE 3 ดาว จาก depa ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันสูงสุดด้าน Sovereign Cloud และการให้บริการ AIS NaaS (Network as a Service) ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อข้อมูลมหาศาลเข้าสู่คลาวด์เป็นไปอย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ AIS จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยกำลังมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมแล้ว สำหรับการก้าวสู่ยุคแห่งการสร้างสรรค์เทคโนโลยี AI ของตัวเอง เพื่อลดการพึ่งพาจากต่างชาติ และผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน