ประกันคุณภาพ VS ประกันอุบัติเหตุ ในมือถือ เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?

หากสังเกตในการซื้อมือถือช่วงในไม่กี่ปีมานี้เริ่มสังเกตได้ว่า จะมีการซื้อความคุ้มครองใหม่ที่เรียกว่าประกันอุบัติเหตุ สำหรับมือถือเพิ่มขึ้นมาซึ่งหลายๆ ครั้งบางคนอาจจะสับสนกับประกันคุณภาพของตัวเครื่อง ซึ่งรอบนี้ Sanook Hitech มาขยายความและทำความรู้จักเพื่อไม่สับสนกันอีกต่อไป
ประกันคุณภาพ VS ประกันอุบัติเหตุมือถือ ต่างกันอย่างไร
ด้วยความว่าชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าต่างกันอย่างไร แต่สำหรับสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกันหน่อยเพราะมันมีความหมายที่อาจจะสับสนได้เรามาเริ่มจาก

1. ประกันคุณภาพ (Quality Assurance / Warranty)
หรือที่เรียกกันติดปากว่า "ประกันศูนย์" คือการรับประกันจากผู้ผลิต (เช่น Apple, Samsung, Xiaomi) ว่าผลิตภัณฑ์ของตนมีคุณภาพตามมาตรฐานและจะทำงานได้ปกติภายใต้การใช้งานทั่วไป
- ผู้รับผิดชอบ: บริษัทผู้ผลิต (แบรนด์มือถือ)
- ค่าใช้จ่าย: ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ราคานี้จะรวมอยู่ในราคาเครื่องแล้ว
- ระยะเวลา: โดยทั่วไปคือ 1 ปี นับจากวันที่ซื้อเครื่อง
- ต้องซื้อเพิ่มหรือไม่: ไม่ต้อง เพราะเป็นสิทธิ์พื้นฐานที่มาพร้อมกับเครื่องใหม่ทุกเครื่องที่ออกจากโรงงาน
ขอบเขตความคุ้มครอง (ครอบคลุมอะไรบ้าง?) คุ้มครองความเสียหายที่ไม่ได้เกิดจากการกระทำของผู้ใช้ แต่เกิดจากความผิดพลาดในกระบวนการผลิตหรือชิ้นส่วนที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น:
- เครื่องเปิดไม่ติดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ปัญหาด้านซอฟต์แวร์ที่แก้ไขเบื้องต้นไม่ได้
- ลำโพงไม่ดัง, ไมโครโฟนเสีย, กล้องมีปัญหา
- ปุ่มกดหรือพอร์ตชาร์จใช้งานไม่ได้
- แบตเตอรี่เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วผิดปกติ (ที่ไม่ใช่การเสื่อมตามการใช้งานทั่วไป)
สิ่งที่ไม่คุ้มครอง
- อุบัติเหตุทุกชนิด! เช่น ทำตก, จอแตก, เครื่องบิ่น, ตกน้ำ
- ความเสียหายจากการใช้งานผิดประเภท หรือการดัดแปลงซอฟต์แวร์ (เช่น Root, Jailbreak)
- รอยขีดข่วน หรือความเสียหายภายนอกที่เกิดจากการใช้งาน
- เครื่องหาย หรือถูกขโมย

2. ประกันอุบัติเหตุ (Accident Insurance)
คือ "บริการเสริมที่ต้องซื้อเพิ่ม" เพื่อให้ความคุ้มครองในส่วนที่ประกันคุณภาพไม่ครอบคลุม โดยเฉพาะความเสียหายจากอุบัติเหตุ ตัวอย่างที่รู้จักกันดีคือ AppleCare+ หรือ Samsung Care+ รวมถึงบริการที่ผู้ให้บริการให้ซื้อเพิ่ม
- ผู้รับผิดชอบ บริษัทผู้ผลิต หรือบริษัทประกันภัยที่เป็นพันธมิตร
- ค่าใช้จ่าย ต้องซื้อเพิ่ม ราคาจะแตกต่างกันไปตามรุ่นมือถือและแพ็กเกจความคุ้มครอง
- ระยะเวลา มีให้เลือกหลากหลาย เช่น 1 ปี หรือ 2 ปี
- ต้องซื้อเพิ่มหรือไม่ ใช่ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความอุ่นใจเพิ่มเติม แต่อาจจะเพิ่มเติมแล้วแต่ค่ายผู้ผลิต หรือ ผู้ให้บริการ
ขอบเขตความคุ้มครอง (ครอบคลุมอะไรบ้าง?) คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้มักกังวลมากที่สุด เช่น:
- จอแตก หรือกระจกหลังแตก
- ความเสียหายจากของเหลว เช่น ทำตกน้ำ, ทำกาแฟหกใส่
- ความเสียหายอื่นๆ ที่เกิดจากอุบัติเหตุ
สิ่งที่ไม่คุ้มครอง
- ความเสียหายภายนอกที่ไม่กระทบต่อการทำงาน (เช่น รอยขีดข่วน) ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการ
- การสูญหายหรือถูกขโมย (จากปัจจุบันถ้าซื้อกับบริษัทประกัน หรือ ผู้ให้บริการบางรายจะรองรับคุ้มครองการสูญหาย)
- ความเสียหายที่เกิดจากความตั้งใจ
เมื่อรู้แบบนี้ต้องพูดสรุปคือ การซื้อประกันให้มือถือเป็นการผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ บางกรณีก็อาจจะครอบคลุมคุณภาพต่อไปได้ดังนั้นควรเลือกให้ดีว่า คุณเหมาะกับการซื้อประกันตัวเครื่อง หรือเอาแค่เคสกันกระแทกก็เพียงพอแล้ว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



