ชไนเดอร์ฯ เปิดกลยุทธ์ปี 2568 เน้น "ดิจิทัล+ไฟฟ้า = ยั่งยืน" ในไทย

ชไนเดอร์ฯ เปิดกลยุทธ์ปี 2568 เน้น "ดิจิทัล+ไฟฟ้า = ยั่งยืน" ในไทย

ชไนเดอร์ฯ เปิดกลยุทธ์ปี 2568 เน้น "ดิจิทัล+ไฟฟ้า = ยั่งยืน" ในไทย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ ที่หลายคนอาจคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ด้านไฟฟ้า ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2568 โดยเน้นหนักเรื่อง "ความยั่งยืน" (Sustainability) และการใช้ "เทคโนโลยีดิจิทัล" เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน

boy25898(1)

นายมงคล ตั้งศิริวิช ผู้บริหาร ชไนเดอร์ฯ ประจำไทย ลาว และเมียนมา ชี้ว่าโลกกำลังเผชิญ 3 เมกะเทรนด์ใหญ่ที่กระทบเราทุกคนและธุรกิจอย่างจัง:

  1. โลกร้อน (Climate Change): ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในเอเชียโดยตรง ทั้งความเสี่ยง ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และความเสียหายต่อทรัพย์สิน
  2. ดิจิทัล + AI บูม: อันนี้กระทบสายไอทีเต็มๆ! การเติบโตของ AI ทำให้ ความต้องการพลังงานในการประมวลผลของดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) พุ่งสูงขึ้นมหาศาล คาดการณ์ว่าอาจเกิน 10 เท่า! นี่คือความท้าทายใหญ่เรื่องพลังงานที่ต้องจัดการ
  3. เปลี่ยนผ่านพลังงาน: ทุกคนมองหาพลังงานสะอาด แต่การเปลี่ยนผ่านก็มีข้อจำกัด การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงสำคัญมาก

ชไนเดอร์ฯ เสนอทางออก "เทคโนโลยีดิจิทัล + ระบบไฟฟ้า = ยั่งยืน"

ชไนเดอร์ฯ เชื่อว่าการผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับระบบไฟฟ้าคือคำตอบ โดยมีโซลูชั่นและแนวทางที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • สำหรับสายไอทีและดาต้าเซ็นเตอร์: มีโซลูชั่นครบวงจร ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น ซอฟต์แวร์บริหารจัดการ (เช่น EcoStruxure) ที่ช่วยให้ดาต้าเซ็นเตอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ใช้พลังงานน้อยลง ลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงจาก AI ได้
  • สำหรับอาคารและโรงงาน: เทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะ (Smart Building) และระบบอัตโนมัติที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 40%
  • สำหรับบ้านทั่วไป: มีระบบจัดการพลังงานในบ้านอัจฉริยะ (Home Energy Management - HEMS) ที่ใช้ AI ช่วยบริหารการใช้ไฟฟ้า การเก็บพลังงาน (เช่น จากโซลาร์เซลล์) ทำให้เจ้าของบ้านควบคุมค่าไฟได้ดีขึ้น
  • แพลตฟอร์ม EcoStruxure: เป็นเหมือนสมองกลที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ต่างๆ เก็บข้อมูล วิเคราะห์ และให้คำแนะนำเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้องค์กรไปถึงเป้าหมาย Net Zero ได้

boy25873

สถานการณ์ในไทย ตั้งเป้าสูง แต่การลงมือยังตามไม่ทัน

ผลสำรวจล่าสุด (Green Impact Gap) ที่ชไนเดอร์ฯ ทำร่วมกับ Milieu Insight ในไทย พบข้อมูลน่าคิด:

  • บริษัทไทยถึง 98% ตั้งเป้าหมายด้านความยั่งยืน (สูงมาก!)
  • แต่มีเพียง 48% ที่ลงมือทำตามแผนอย่างจริงจังเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
  • เกิดเป็น "ช่องว่าง" (Gap) ถึง 50% ระหว่างความตั้งใจกับการปฏิบัติจริง
  • อย่างไรก็ตาม 83% ของธุรกิจไทยมองว่าความยั่งยืนเป็นเรื่องสำคัญ และ 39% เห็นว่าช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้

ยกย่ององค์กรไทยที่ลงมือทำจริง:

ชไนเดอร์ฯ ได้มอบรางวัล Sustainability Impact Awards 2024 ให้กับ 5 องค์กรไทยที่เป็นแบบอย่างในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ได้แก่:

  • การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
  • บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (CP Group)
  • บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด (True IDC) (เป็นที่รู้จักกันดีในวงการไอที)
  • บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท คอมพลีท อิเล็คทริเคิล โซลูชั่นส์ จำกัด

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กำลังบอกเราว่า เทคโนโลยีที่เราใช้กันทุกวันนี้ โดยเฉพาะ AI กำลังทำให้เราต้องการพลังงานมากขึ้นมหาศาล (โดยเฉพาะในดาต้าเซ็นเตอร์) การใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดเพื่อจัดการพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนสำหรับทุกธุรกิจและทุกคนในยุคนี้ และชไนเดอร์ฯ ก็พร้อมนำเสนอเครื่องมือและโซลูชั่นเพื่อช่วยให้องค์กรในไทยก้าวไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น แม้ว่าตอนนี้จะยังมีช่องว่างระหว่างเป้าหมายกับการลงมือทำอยู่ก็ตาม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล