
หลังจาก Xiaomi ประเทศไทยได้เปิดราคา Redmi Note 13 Pro 5G ที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้กับราคา 12,990 บาท แต่ได้ความจำเยอะมาก เห็นแบบนี้หลายคนก็อยากรู้ว่า เมื่อได้ทดลองใช้งานจริงๆ ของมือถือรุ่นนี้ผลออกมาจะเป็นอย่างไร ร่วมติดตามพบกับทุกด้านของมือถือรุ่นนี้กับ Sanook Hitech ได้เลยครับ

Redmi Note 13 Pro 5G การออกแบบของตัวเครื่องที่เห็นพบว่ามีความแอบคล้ายกับ Redmi Note 13 5G อยู่จนคิดว่าเป็นแฝด แต่ที่จริงแล้วหน้าจอของรุ่นนี้มีขนาด 6.67 นิ้วเป็นแบบ AMOLED ความละเอียดรวมกันแล้วที่ 1.5K เรียกว่าคมชัดพร้อมกับ Refresh Rate 120Hz เรียกว่าสูงการแสดงที่ออกมาจากการดูภาพพบว่า สีสันสวยงาม ให้กระจกกันรอยแบบ Gorilla Victus

ติดตั้งกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซลทางด้านบน และยังมาพร้อมกับเซนเซอร์และลำโพงสนทนา ส่วนล่างของหน้าจอเป็นปุ่มควบคุมระบบปฏิบัติการ Android ที่มีให้เลือกทั้งแบบปุ่ม และการปัด


รอบตัวเครื่องเหลี่ยมและคมจับได้ง่ายมากขึ้น โดยฝั่งซ้ายจะโชว์สีของตัวเครื่องเท่านั้น

ฝั่งขวามีปุ่มกด เปิด/ปิด และ ปุ่มเพิ่มลดระดับเสียง สำหรับการใช้งานพื้นฐานด้านการ Capture หน้าจอก็สามารถกดได้โดยการกดปุ่ม เปิด / ปิด และ ลดเสียงพร้อมกัน

ด้านบนมี IR Blaster สำหรับสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้า, ไมโครโฟน, ลำโพงตัวที่ 2 และของหายากจากมือถือยุคนี้ ช่องเสียบหูฟังครับ

ด้านล่างมี USB-C, ไมโครโฟน, ลำโพง และ ช่องใส่ซิมแบบ Dual SIM ข้อสังเกตคือเสียงที่เปล่งออกมาด้านบนจะเบากว่าด้านล่างครับ


พลิกมาด้านหลังวจะมีการออกแบบให้กล้องอยู่มุมซ้ายแต่ว่ามีกรอบล้อมรอบ และส่วนที่ไม่ใช่กล้องจะเรียบไปกับเครื่องทั้งหมด นอกจากนี้มีสีให้เลือกทั้งสีม่วง, เขียว และ ดำ

จุดเด่นที่มือถือรุ่นนี้ไม่ได้จอโค้งก็ทำให้น้ำหนักของตัวเครื่องลดลงมาเหลือ 187 กรัมเท่านั้น แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือมาตรฐานกันน้ำของรุ่นนี้ก็จะลดลงเหลือ IP54 เท่านั้น แม้จะน้อยไปนิด อย่างน้อยหน้าจอตัวนรี้เรียบเชื่อว่ามีคนชอบมากๆ อยู่แน่นอน


จากที่ได้ทดลองประสิทธิภาพแล้วก็ต้องบอกว่า Redmi Note 13 Pro 5G รุ่นใหม่นี้พบว่าเป็นขุมพลังยอดนิยมอีกตัวหนึ่ง คะแนนที่ออกมาแบบจัดเต็มเหมือนกันนะ
แต่ฟีเจอร์การเล่นเกมก็จะเหมือนกับ Xiaomi ทั่วไป คือมี Game Turbo ให้เลือกใช้งานและสามารถสั่งทำงานได้เต็มที่

ส่วนการเชื่อมต่อรุ่นนี้รองรับ 5G, Wi-Fi 5, Bluetooth 5.3 และมีรองรับกับ GPS ช่วยให้ระบบนำทางแสดงผลได้ดีอยู่


ด้วยขนาดแบตเตอรี่ 5000 mAh เท่ากันกับ Redmi Note 13 Pro+ 5G แต่ด้วยขุมพลังต่างกันก็ทำให้การใช้งานอยู่ได้นานเหมือนกัน ผลการทดสอบทำได้อยู่ที่เกิน 10 ชั่วโมง
ส่วนระบบชาร์จไฟจะรองรับกำลัง 67W เท่านั้น


Redmi Note 13 Pro 5G มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ HyperOS พื้นฐาน Android 14 จุดเด่นแบบสัมผัสได้คือความคล่องตัวลื่นไหล และใช้งานคล่องมือ ปรับแต่งได้เยอะ จะเอาแบบเก่าก็ได้หรือแบบปัจจุบันที่ทันสมัยก็ได้ แถมกินพื้นที่น้อยใช้งานลื่นไหลแบบสบายๆ เครื่องมือครบและสำคัญสุดคือ แบ่งเป็น 2 หน้าจอได้ง่ายดาย
ย้ายมาดูฟีเจอร์กล้อง เหมือนกับ Redmi Note 13 Series

(กล้องหน้า)


(กล้องหลัง)





หมายเหตุ : มีให้ดูต่อใน Gallery ด้านล่างครับ

จากที่ได้ทดลอง Redmi Note 13 Pro 5G ต้องบอกว่าใครที่กำลังมองหามือถือครบเครื่อง เน้นเรื่องเล่นเกม และกล้องในเวลาเดียวกัน เพราะต้องยอมรับว่า รุ่นนี้เล่นเกมดีกว่าตัวท็อป เพราะขุมพลัง Snapdragon 7s Gen 2 นี่เป็นอีกทางเลือกที่ดี และแถมได้กล้องความละเอียดสูงถึง 200 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพคมชัดและสวย
และราคาในประเทศไทย เคาะที่ 12,990 บาท คุณได้ทั้งความจำ 512GB เข้าไปอีก ยังไงก็คุ้ม สำหรับคนที่ต้องการใช้ความจำเยอะ และดีไซน์เรียบติดฟิล์มง่ายอีกตัวเลือกหนึ่ง แต่อาจจะต้องทำใจเรื่องมาตรฐานกันน้ำที่น้อยไปหน่อยเท่านั้นเอง ถ้าไม่คิดมาก มันก็ตอบโจทย์การใช้งานอยู่นะ
จุดเด่น
ข้อสังเกต
อัลบั้มภาพ 36 ภาพ