
OPPO ประเทศไทยได้เปิดตัว OPPO Reno 7Z 5G ถือว่าเป็นรุ่นเล็กสุดของตระกูล OPPO Reno 7 Series ที่เปิดตัวในประเทศไทย ในสเปกที่คุ้มค่ากับราคาที่เปิดมาแล้วที่ 12,990 บาท ทั้งนี้มีรายละเอียดของเครื่องที่น่าสนใจไม่เบา แถมยังมีพรีเซนเตอร์อย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ ครั้งนี้ทีม Sanook Hitech ได้พามาทดลองสั้นๆ ให้คุณได้อ่านกัน

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับสเปกของเครื่องกันก่อนดีกว่า
เริ่มต้นกับหน้าจอของเครื่องมีขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ โดยมาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ติดตั้งมุมซ้ายมือ โดยมีมือถือรุ่นใหม่ได้หน้าจอแบบ OLED ที่สวยงามมาก



รอบตัวเครื่องเหลี่ยมสันที่ไม่ได้หนาจนเกินไปจับแล้วกำลังดีช่วยทำให้การถ่ายภาพทำได้ง่ายเพราะแค่จับอย่างเดียวก็สามารถให้คุณเกาะกับมือได้อย่างสะดวก โดยแยกเป็นฝั่งซ้ายมีปุ่มเปิด / ปิด, ฝั่งขวามีช่องใส่ซิมการ์ด / MicroSD และยังมีปุ่มปรับระดับเสียงมาให้อีกด้วย




ส่วนด้านบนจะไม่มีอะไรนอกจากไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และด้านล่างจะมีช่องเสียบ USB-C, ช่องเสียบหูฟัง, ไมโครโฟน และ ลำโพงตัวเครื่อง

พลิกมาด้านหลังกับการออกแบบที่เน้นเรื่องของการโชว์สีสันเพราะมีการทำให้ด้านหลังด้านในแบบ Reno Glow ทำให้สีสันที่ใส่จะเป็นประกายออกมา พร้อมกับกล้องหลังคู่ที่มีวงแหวนไฟข้างใต้เพื่อแจ้งเตือนทั้งการชาร์จไฟ และ ข้อความแจ้งเตือนต่างๆ โดยมีให้เลือก 2 สีคือ Rainbow Spectrum และ Cosmic Black และด้วยน้ำหนักที่เบาทำให้เวลาถือแล้วค่อลงตัวมากพอสมควรเลยครับ

สำหรับ OPPO Reno7Z 5G มาพร้อมกับ Android เวอร์ขั่น 11 อยู่แต่ได้ Color OS 12 ที่เรียกได้ว่าสดใหม่ คาดว่าจะอัปเกรดเป็น Android 12 ในไม่ช้านี้ จุดเด่นคือการทำงานรวดเร็วเครื่องมือทั่วไปมีให้ครบเช่นเคยและการใช้งานไม่ยาก แถมยังมีการปิด / เปิด ระบบไฟแจ้งเตือนที่เลนส์กล้องได้อีกด้วย



ทั้งนี้ลูกเล่นอาจจะไม่ได้โดดเด่นเยอะ เพราะทั้งหมดมันอยู่ที่กล้องครับ เห็นราคาไม่แรงระดับหมื่นต้นๆ ก็ยังมีโหมด AI Color Portrait ให้เลือกในโหมดรูปคน (Portrait) มีเพิ่มความพิเศษทั้งหน้าและหลังคือ การทำให้พื้นหลังเป็นสีขาวดำแต่วัตถุหรือคนเป็นสีอยู่ และการละลายหลังแบบ Boken ทำให้ถ่ายกลางคืนที่มีดวงไฟก็สวยขึ้น (Bokeh Flare Portrait) แถมยังมีการ Retouch ทำให้หน้าเราสวยและปรับแต่งสีได้ทั้งผู้ชายและหญิง
ส่วนเรื่องวิดีโอนั้นจะต้องทำใจคือฟีเจอร์ละลายหลังไม่มีเลยสักอย่าง แต่ยังดีที่ระบบเข้าใกล้และออกมันทำงานได้รวดเร็วมากแต่ว่าไม่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว
ส่วนระบบชาร์จไฟต้องชื่นชมกับมือถือรุ่นนี้ว่า มันสามารถทำได้ค่อนข้างรวดเร็วถึง 33W และแสดงปริมาณไฟว่าจะเต็มหรือไม่ที่ด้านหลังด้วยครับ แต่แบตเตอรี่ขนาด 4500 mAh เป็นอีกตัวแปรหนึ่งน้ำหนักเครื่องที่เบากว่านั่นเอง

ต้องบอกว่ามือถือรุ่นใหม่ล่าสุดจะเน้นเรื่องเครื่องประสิทธิภาพที่ดีไม่เบาเลยครับ เน้นเรื่องการถ่ายรูปบุคคลที่จัดเต็มอย่างมากและยังเน้นประสิทธิภาพที่สามารถเล่นเกมได้ดีอีกด้วยในราคา 12,990 บาท และสามารถซื้อกับผู้ให้บริการเริ่มต้น 4,790 บาท ถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพง เท่าไหร่ และยังได้รับกระเป๋าและบัตร VIP มูลค่ารวมกว่า 7,490 บาทอีกด้วยสำหรับ Pre-Order


แต่ก็ยังมีการเปิดตัว Smart Watch อย่าง OPPO Watch Free ตัวเล็กฟีเจอร์จัดเต็มในราคา 2,999 บาท และ OPPO Enco Air 2 ใหม่ล่าสุดที่มีราคาประหยัดเพียง 1,999 บาท เช่นเดียวกัน

สำหรับครั้งหน้าทีม Sanook Hitech จะพาคุณไปชมและรีวิว Gadget อะไรต่อนั้นต้องติดตามกันในโอกาสถัดไปครับ
อัลบั้มภาพ 31 ภาพ