4 วิธีเลือกที่ชาร์จไฟในรถอย่างไรไม่ให้มือถือพังก่อนเวลาอันควร

4 วิธีเลือกที่ชาร์จไฟในรถอย่างไรไม่ให้มือถือพังก่อนเวลาอันควร

ปัจจุบันหลายคนใช้งานมือถือในรถยนต์บ่อยขึ้นจนมีเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทำให้อุปกรณ์ภายในรถสามารถเชื่อมต่อกับมือถือได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะที่ชาร์จในรถ คำถามที่หลายคตั้งค่อ การชาร์จไฟในรถทำให้มือถือพังได้จริงหรือ และเรามีวิธีป้องกันอย่างไรให้มือถือไม่เสียก่อนเวลาอันควร Sanook Hitech เรามีคำตอบครับ 

istock-1335756331

ควรดูที่สเปกการรับไฟและราคาให้สมดุล 

เรื่องแรกที่จะมาพูดกันก่อนเลยคือราคาของอุปกรณ์ชาร์จอย่างที่ชาร์จไฟในรถมักจะมีให้เลือกแบบหลากหลาย ซึ่งราคาก็แตกต่างกันตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน แนะนำว่า ที่ชาร์จเช่นยี่ห้อผู้ผลิตมือถือ หรือจะเป็น Belkin, UGREEN, Anker, Aukey, Commy เหล่านี้มักได้รับความนิยม แต่ควรกำลังไฟในการรับ ปกติแล้วจะเป็น 5V-2.1 - 2.4A หากเป็นกำลังไฟเท่านี้ถือว่ารับได้ แต่ถ้ามันมีราคา 199 บาท แนะนำไม่ควรเลือกเพราะราคาถูกเกินไปนั่นเอง 

เลือกที่ชาร์จในรถให้เหมาะสมกับการชาร์จไฟในรถ 

นอกจากการเลือกจากสเปกแล้ว การดูที่เสียบภายในรถก็เป็นอีกวิธีที่สามารถบอกได้ว่าที่ชาร์จนั้นจะรองรับใช้งานต่อได้หรือไม่ หากมีฝุ่น หรือ สิ่งที่ดูสกปรกเกินไปควรจะเข้าศูนย์บริการและทำความสะอาดอยู่เสมอ เพราะหากไม่ได้ทำความสะอาด ก็อาจจะทำให้ขั้วที่รับนั้นไม่สามารถจ่ายไฟให้เราได้อย่างพอดี 

ตรวจสอบว่าปลั๊กที่เสียบกับรถยนต์ต้องเสียบให้แน่น ตลอด 

เมื่อเลือกปลั๊กไฟเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้ายังกังวลว่าเราจะเสียบปลั๊กไม่นานแล้ว ให้คุณลองกดเต้ารับให้ลึกที่สุดของรถจะได้เช็คว่าระบบของการรับไฟจากรถเข้าไปที่ Adapter นั้นถูกต้องและจะได้ไม่เกิดปัญหา 

สายชาร์จที่ใช้ควรจะเลือกให้ได้มาตรฐานของมือถือ 

นอกจากปลั๊กชาร์จไฟแล้วยังมีเรื่องของสายชาร์จ จะต้องอยู่ในสภาพที่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่นต้องไม่มีรอยขาด หรือ รอยพับที่เกิดจากการใช้งานเป็นต้นเพื่อให้รับไฟได้กำลังอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมที่สุด 

เคล็ด(ไม่)ลับ หากชาร์จไฟในรถประจำและต้องการเต็มให้เร็วควรใช้ Power Bank แทน

เนื่องจากปลั๊กไฟของรถนั้นบางคันอาจจะให้กำลังไม่ได้เสมอกันขึ้นอยู่กับกำลังเครื่องและกำลังแบตเตอรี่ที่รับได้หากเราเสียบอุปกรณ์และรถมีภาระของไฟมากก็อาจจะเกิดเหตุไฟกระชากจนทำให้อุปกรณ์ที่รับไฟนั้นเกิดความเสียหายได้ หากจะเป็นต้องชาร์จอยู่เรื่อยๆ แนะนำลองพก Power Bank แทนจะดีกว่า และอย่าทิ้ง Power Bank ไว้ในรถหากจอดรถในสถานที่ใดๆ ก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดระเปิดเพราะแบตเตอรี่ถือว่าเป็นวัตถุอันตราย และทนความร้อนสูงไม่ได้ 

อย่างไรก็ดีการชาร์จไฟไม่ว่าจะเป็นมือถือหรืออุปกรณ์ใดๆ ภายในรถจะได้รับความเสี่ยงอยู่แล้วควรเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสม ถ้ามีระบบตัดไฟเองได้หรือกันไฟกระชากได้ก็จะช่วยเหลือเราได้เยอะมากครับ ครั้งหน้าทีม Sanook Hitech จะนำ Gadget อะไรมานำเสนออีก ติดตามต่อได้ในครั้งต่อไปครับ