เตรียมพร้อมกับงาน Samsung Galaxy Unpacked: Get ready to unfold พบกัน 11 สิงหาคมนี้ 3 ทุ่ม

เตรียมพร้อมกับงาน Samsung Galaxy Unpacked: Get ready to unfold  พบกัน 11 สิงหาคมนี้ 3 ทุ่ม
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วทั้งวิธีการทำงานไปจนถึงเทคโนโลยีการสื่อสารที่ล้ำสมัย ทำให้สมาร์ทโฟนยุคใหม่จำเป็นต้องมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย และต้องเอื้อต่อการใช้ชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในทุกขณะ

gsmarena_003a

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก ขอเชิญทุกคนร่วมเปิดประตูสู่ยุคต่อไปของนวัตกรรมสมาร์ทโฟน ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตทุกช่วงเวลาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าที่เคย ผ่านสมาร์ทโฟนซัมซุง กาแลคซี่ รุ่นล่าสุด ที่จะเผยโฉมภายในงาน Galaxy Unpacked แบบไลฟ์สตรีมผ่านช่องทาง https://news.samsung.com/th/ ในวันที่ 11 สิงหาคม 2564 เวลา 21.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

ทั้งนี้คาดว่าในงานทาง Samsung จะทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง

Samsung Galaxy Z Fold3

มือถือพับได้รุ่นใหม่ที่มีการรวมร่างของ Galaxy Note เข้าไป รองรับปากกา S Pen แน่นอน มาพร้อมกับจอด้านนอกขนาด 6.23 นิ้ว และ จอด้านในขนาด 7.55 นิ้ว ขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 888 มาพร้อมกับ RAM 12GB และระบบปฏิบัติการ Android 11 และมีกล้องทั้งหมด 5 ตัวแบ่งออกเป็นด้านหลังทั้งหมด 3 ตัวความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีระบบ Auto Focus ที่เลนส์ Ultrawide

กล้องด้านใน 16 ล้านพิกเซลแบบซ่อนในหน้าจอ และ 10 ล้านพิกเซลสำหรับด้านนอกและที่สำคัญคือสีและ Option ให้เลือก และที่สำคัญคือถูกลงกว่ารุ่นเดิมด้วยครับ

Samsung Galaxy Z Flip3

zflip4

 

สำหรับรุนต่อไปมาคือ Galaxy Z Flip3 ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 3300 mAh ขุมพลัง Snapdragon 888 ระบบการชาร์จไฟ 25W แบบสายและ 15W แบบไร้สาย ทั้งนี้ด้านหน้าจะได้หน้าจอใหญ่ขึ้นเป็น 1.9 นิ้ว และมีหน้าจอด้านในขนาด 6.7 นิ้ว มีค่า Refresh Rate 120Hz และนอกจากนี้ยังมีดีไซน์และสีสันสวยเหมือนเดิม

Samsung Galaxy Buds 2

buds2

มาดูกันที่หูฟังรุ่นเล็กตัวใหม่ที่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีสามารถฟังเพลงได้ดีกว่าเดิม และมีสีสันให้เลือกเยอะมากขึ้น พร้อมกับระบบ Noise Cancellation แต่ไม่มีระบบ Active Noise Canceling มาให้ด้วยครับ

Samsung Galaxy Watch 4

watch4

ปิดท้ายด้วย Samsung Galaxy Watch4 ที่มาพร้อมกับ 2 ดีไซน์และมีสเปกที่ดูดีขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับระบบปฏิบัติการ Wear OS ครอบทับด้วย One UI ใหม่ที่จะแก้ปัญหาเดิมได้แทบจะหมด แถมมีให้เลือกระหว่างรุ่นปกติและรุ่น Classic ทั้งนี้ราคาอาจจะไม่ได้แตกต่างจากรุ่นเดิม

ทั้งนี้ต้องรอดูกันต่อไปว่า ทั้งหมดนี้จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างไร