รู้จักกับเบน เพ็ญจันทร์ ฮีโร่ผู้อยู่เบื้องหลังความอิ่มท้องของคนเมือง ในภาวะวิกฤติ COVID-19

รู้จักกับเบน เพ็ญจันทร์ ฮีโร่ผู้อยู่เบื้องหลังความอิ่มท้องของคนเมือง ในภาวะวิกฤติ COVID-19

รู้จักกับเบน เพ็ญจันทร์ ฮีโร่ผู้อยู่เบื้องหลังความอิ่มท้องของคนเมือง  ในภาวะวิกฤติ COVID-19
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ท่ามกลางภาวะวิกฤติโควิด-19 ระลอกใหม่นี้ ฟู้ดเดลิเวอรี่ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่กลายเป็นเรื่องจำเป็นไปแล้ว เนื่องจากเป็นทางเลือกที่สะดวกและปลอดภัย ดังนั้นเรามักจะพบพี่ๆ คนขับมอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าผ่านตาอยู่บ่อยๆ ในเดือนแห่ง Pride Month นี้ เราจะมาแนะนำให้รู้จักกับคุณเบน ฮีโร่สาวหล่อของ Gojek ที่มีอุปกรณ์คู่กายเป็นจักรยาน คอยให้บริการเสิร์ฟอาหารส่งตรงถึงที่บ้านด้วยความรวดเร็วและมีคุณภาพ แถมยังเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวเอง

เพ็ญจันทร์ “เบน” ไกรสุวรรณ อายุ 36 ปี เกิดและโตที่กรุงเทพฯ จบปริญญาตรีด้านธุรกิจการท่องเที่ยวจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา แรกเริ่มเคยทำงานบริษัทเป็นเวลา 4 ปี จากนั้นลาออกเพื่อไปเรียนต่อด้านภาษา ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นไกด์ คุณเบนเล่าว่า “แต่เดิมเบนเป็นไกด์มีรายได้ที่มั่นคงถึงห้าหมื่นหรือหกหมื่นบาทต่อเดือน แต่พอมีโควิดธุรกิจทัวร์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก รายได้ลดฮวบแบบครึ่งต่อครึ่ง เลยหันมาเป็นคนขับเดลิเวอรี่แทน ถึงรายได้จะไม่เท่าเดิมแต่ก็ไม่ได้ขัดสนอะไร 

 

“เบนขับกับ Gojek มาตั้งเดือนมีนาคมปีที่แล้ว รวมเวลาก็ประมาณปีกว่าๆ สาเหตุที่เลือกขับกับที่นี่ก็เพราะธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ในขณะนี้ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ  และ Gojek เป็นบริษัทใหญ่ที่ให้โอกาสทุกๆ คน อย่างเช่นเบนที่ไม่มีใบขับขี่ก็สามารถเป็นพาร์ทเนอร์ได้ โดยเลือกขี่จักรยานแทน แถมทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำมันหรือค่าซ่อมรถด้วย

“สิ่งที่ได้มาเพิ่มจากการทำอาชีพนี้คือความอิสระ การเป็นพาร์ทเนอร์คนขับกับ Gojek ให้อิสระเราในการทำงาน สามารถเลือกเวลาทำงานและจัดการบริหารชีวิตตัวเองได้ พูดง่ายๆ ก็คือเป็นนายตัวเอง ซึ่งจะแตกต่างจากงานเก่าๆ ที่เคยทำมาตรงที่ว่าเราไม่จำเป็นต้องคอยฟังคำสั่งใคร แค่บริการลูกค้าให้ดีที่สุดตามนโยบายของบริษัทก็พอแล้ว

ส่วนเรื่องรายได้ของอาชีพนี้ก็ขึ้นอยู่กับความขยันและความมีวินัยของตัวเอง ต้องจัดตารางในการทำงานให้สอดคล้องกับยอดรายได้ที่เราตั้งเป้าไว้ ยิ่งขยันมากก็ได้เบี้ยมาก แถมสามารถออกไอเดียในการทำงานได้เอง ไม่มีใครคอยมาตีกรอบ เป็นอาชีพที่มีอิสระตรงกับความต้องการ”

เมื่อพูดถึงความภาคภูมิใจเธอบอกว่า “ทุกวันนี้ภูมิใจที่เราเป็นเรา รู้สึกมีความสุขที่ได้เป็นตัวของตัวเอง ได้ดูแลครอบครัว มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และช่วยเหลือคนในสังคม คนส่วนใหญ่คิดว่างานคนขับเหมาะกับผู้ชายมากกว่าเพราะต้องออกกลางแจ้งเยอะ ต้องเทียวไปเทียวมาวันละหลายรอบ

แต่จริงๆ แล้วคนขับที่เป็นผู้หญิงและเพศทางเลือกเองก็มีไม่น้อยเหมือนกัน เพราะเป็นงานอิสระ ไม่จำกัดความหลากหลายทางเพศ แถมพอได้มาทำงานนี้ก็ทำให้ได้มิตรภาพ ได้เพื่อนๆ คนขับเพิ่มมาตั้งห้าหกคน หนึ่งในนั้นก็มีคนที่เป็นเพศที่สามด้วย” 

 batch_photo_3(1)

นอกจากนี้ คุณเบนยังได้ทิ้งท้ายในเรื่องของคนที่กำลังตกงานและการดูแลตัวเองในช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาดด้วย โดยเธอฝากไว้ว่า “ขอให้ทุกคนอดทน ต้องอดทนลูกเดียวแล้วสู้ไปด้วยกัน ยังไงฟ้าหลังย่อมสวยงามเสมอ ความยากลำบากที่เผชิญอยู่นี้ไม่จีรัง ยังไงก็ต้องมีวันสิ้นสุดลง ขอแค่อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ และขอให้เพื่อนๆ คนไทยทุกคนระมัดระวังตัวเอง อย่าลืมใส่แมสก์เวลาไปข้างนอก หมั่นล้างมือบ่อยๆ พกเจลล้างมือติดตัวไปด้วย และทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอจะได้สุขภาพแข็งแรง”

ถึงแม้ฮีโร่เหล่านี้จะไม่ได้สวมผ้าคลุม แต่ก็แพ็คอุปกรณ์เสริมต่างๆ มาเต็มเหนี่ยว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแจ็คเก็ต หมวกกันน็อค กล่องใส่อาหาร แมสก์ปิดปาก และเจลล้างมือ พวกเขายังคงมุ่งมั่นส่งมอบความอิ่มให้แก่ชาวกรุงเทพฯ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้บริการของ Gojek ใครที่สนใจสามารถสมัครเป็นพาร์ทเนอร์กับ Gojek ได้ที่ GoPartner โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการสมัคร และสามารถเริ่มงานได้ภายใน 2 วันทำการ

ข่าวประชาสัมพันธ์

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook