รู้จักกับ "SpO2" ฟีเจอร์ที่คนพูดถึงเยอะที่สุด แล้วสมาร์ทวอทช์-สมาร์ทแบนด์ ของคุณมีหรือยัง?

รู้จักกับ "SpO2" ฟีเจอร์ที่คนพูดถึงเยอะที่สุด แล้วสมาร์ทวอทช์-สมาร์ทแบนด์ ของคุณมีหรือยัง?
S! Hitech (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

ในเรื่องสถานการณ์ COVID-19 ทำให้หลายคนเริ่มสนใจสุขภาพไม่น้อยโดยเฉพาะเรื่องของค่า SpO2 จะเป็นอย่างไร และมีรุ่นไหนที่น่าสนใจบ้าง วันนี้ทีม Sanook Hitech ได้รวบรวมไว้ในบทความนี้ มาดูกันครับ อย่างน้อยหากคุณได้รู้เรื่องของ

untitled-2

ด้วยการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในตอนนี้ทำให้หลายๆ คนได้รู้จักกับฟีเจอร์การประมาณค่าระดับ SpO2 หรือปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือดที่มบนสมาร์ทวอทช์-สมาร์ทแบนด์ มาวัดเบื้องต้นเนื่องจากความเข้มข้นของออกซิเจนนี้สัมพันธ์โดยตรงกับความแข็งแรงของร่างกาย คุณจึงสามารถใช้สมาร์ทวอทช์อย่าง Galaxy Watch3  หรือสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมฟีเจอร์ SpO2 เพื่อวางแผนและตรวจสอบค่า Oxygen ในเลือดของคุณได้คร่าวๆ 

SpO2 คืออะไร

สำหรับ SpO2 คือค่าความอิ่มตัวของ Oxygen ในเลือดของคุณ บางคนอาจจะเรียกว่า Pulse Ox โดยค่านี้จะเป็นการวัดว่าอวัยวะต่างๆ ของรางการนำ Oxygen ในเลือดไปใช้งานได้เพียงพอแค่ไหน แลถ้าค่า SpO2 ต่ำจะทำให้ การได้รับ Oxygen ต่อการทำงานของร่างกาย เฉพาะอย่างยิ่งกับระบบประสาท และสมอง

ดังนั้น SpO2 เป็นอีกค่าหนึ่งที่สำคัญเพราะเป็นค่าหนึ่งที่สามารถบอกการทำงานของปอดได้นั่นเองและค่าที่ควรจะอยู่นั้นถึงเป็นค่าปกติคือ จะอยู่ที่ 95 – 100% ถือว่าร่างกายทำงานปกติ แต่บางครั้งก็อาจจะไม่ใช่ค่านี้เพราะว่ามันจะมีปัจจัยเรื่องความหนาของผิวเราเช่นเดียวกัน ดังนั้นหากไม่ต่ำกว่า 90 ถือว่าเป็นค่าที่ใช้ได้ครับ

ข้อสังเกตของสมาร์ทวอทช์-สมาร์ทแบนด์ ว่ามี SpO2 หรือไม่

batch_20210427_164234
batch_20210427_164250

ทีนี้เรามาดูเกี่ยวกับสมาร์ทวอทช์-สมาร์ทแบนด์ ของคุณมีฟีเจอร์นี้หรือไม่ วิธีสังเกตคือการสังเกตจากสเปกเครื่องเช่นนาฬิกาของ Samsung Galaxy Watch3  ทั้งหลายที่เป็นรุ่นใหม่ๆ จะมีการเพิ่มเจอร์ SpO2 แล้ว โดยจะรวมกับฟีเจอร์ของการวัดชีพจรนั่นเอง ส่วนบางตัวก็จะมีฟีเจอร์ SpO2 ที่แยกออกเช่นของ Garmin, Huawei, Fitbit, Xiaomi หรือ Amazfit เป็นต้น

อย่างไรก็ดีการวัดระดับ SpO2 ในสมาร์ทวอทช์-สมาร์ทแบนด์ ก็ยังคงเป็นเครื่องมือที่ช่วยบอกอาการเบื้องต้นได้ แต่ทางเลือกที่เหมาะสมในกรณีที่เกิดรู้สึกผิดปกติเกี่ยวกับทางร่างกายควรจะปรึกษากับทีมแพทย์ หรือ หน่วยงานที่เชียวชาญโดยเร็วที่สุดจะที่ดีสุดครับ