10 อาการบ่งชี้ “ติดมือถือ” จนสุขภาพพัง!

10 อาการบ่งชี้ “ติดมือถือ” จนสุขภาพพัง!

10 อาการบ่งชี้ “ติดมือถือ” จนสุขภาพพัง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เมื่อ “สมาร์ทโฟน” กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ที่ขาดไม่ได้ เพราะเป็นให้เราได้ทุกอย่าง ทั้งดูหนัง, ฟังเพลง, ถ่ายรูป, ท่องโลกโซเชียล ทำให้หลายคนเกิดอาการติดมือถือจนบางครั้งก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยไม่รู้ตัว และนี่คือ 10 อาการที่บ่งบอกได้ว่าสุขภาพของคุณกำลังถูกบั่นทอนจากการใช้สมาร์ทโฟนมากเกินไป

1. นอนไม่หลับ

แสงจากจอมือถือหรือแท็บเล็ตที่สว่างๆ ส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมน “เมลาโทนิน” ที่ช่วยควบคุมการนอนหลับ เนื่องจากการปล่อยฮอร์โมนดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับแสงสว่างเป็นสำคัญ การเล่นมือถือก่อนนอนจึงส่งผลต่อการนอนหลับไปด้วย

2. เกิดความเครียด

การใช้สมาร์ทโฟนอยู่ตลอดเวลา เท่ากับว่าเราต้องพร้อมที่จะรับโทรศัพท์ ตอบข้อความต่างๆ ที่แจ้งเตือนเข้ามาจากช่องทางต่างๆ ทั้งไลน์ อีเมล และโซเชียลมีเดียตลอดเวลาด้วยเช่นกัน จึงทำให้เกิดความเครียดได้โดยไม่รู้ตัว

3. จอประสาทตาเสื่อม

แสงสีฟ้าจากจอสมาร์ทโฟนสามารถทำลายจอประสาทตา (เรติน่า) จนนำไปสู่โรคจอประสาทตาเสื่อมได้  ซึ่งสูตรที่ใช้กันเพื่อดูแลสุขภาพตา คือ 20-20-20  โดยให้มองจอแค่ 20 นาที จากนั้นพักสายตามองที่อื่น 20 วินาที  และมองสิ่งที่อยู่ไกลจากตัวเอง 20 ฟุต เพื่อคลายความล้าจากการใช้สายตา

4. ปวดคอ

ส่วนใหญ่แล้วเวลาที่ก้มมองจอโทรศัพท์เพื่อพิมพ์ข้อความต่างๆ  คนเรามักจะก้มคอราว 60 องศา ซึ่งเป็นท่าที่ไม่เหมาะสม เพราะจะส่งให้เกิดอาการปวดคอได้หากก้มเป็นเวลานาน ๆ

5. พฤติกรรมก้าวร้าว

คนที่ติดการใช้มือถือและไม่ได้ใช้ในเวลาที่ต้องการ มักจะเกิดอาการหงุดหงิด ก้าวร้าว เพราะไม่ได้ดั่งใจ ซึ่งพบได้บ่อยในเด็ก ๆ ที่ติดเล่นเกมในสมาร์ทโฟน

6. เสียสมาธิ

การใช้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อกับโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้เสียสมาธิได้ เพราะแทนที่จะจดจ่อกับการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ลุล่วง ก็ต้องมาพะวงกับเสียงแจ้งเตือนต่าง ๆ ที่เข้ามาจนขาดสมาธิ

7. เหน็บชาที่แขน-มือ 

มีอาการ Cellphone Elbow คือ ปวดชาหรือเหน็บชาบริเวณปลายแขนและมือ จากการถือสมาร์ทโฟนด้วยท่าทางที่งอแขนเป็นมุมแคบกว่า 90 องศานานเกินไป ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขก็อาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเกิดข้องอติดแข็งที่นิ้วนางกับนิ้วก้อยได้

8. นิ้วล็อก

การใช้นิ้วใดนิ้วหนึ่งพิมพ์ข้อความหรือเล่นเกมในมือถือนานเกินไป ส่งผลให้เกิดอาการนิ้วล็อกได้ ซึ่งเกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นที่ใช้ในการงอนิ้วข้อมือตรงบริเวณโคนนิ้ว ทำให้เกิดอาการปวดบวม โดยส่วนใหญ่มักเป็นกับนิ้วหัวแม่มือที่ใช้งานมากกว่านิ้วอื่น ๆ

9. ซึมเศร้าและวิตกกังวล

คนที่ใช้มือถือจนติดมักจะมีอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวลตามมาได้ อันเนื่องมาจากการรอคอยหรือคาดหวังเสียงโทรศัพท์ หรือการตอบกลับข้อความต่างๆ และหากวันไหนลืมมือถือมาด้วยก็จะยิ่งรู้สึกเป็นกังวลมากขึ้น

10. ปวดศีรษะ

การใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน จะส่งให้ได้รับรังสีจากคลื่นโทรศัพท์ที่แผ่ออกมามากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งรังสีดังกล่าวส่งผลต่อระบบประสาทด้วยทำให้เกิดอาการข้างเคียงตามมา นั่นคือปวดศีรษะ ปวดไมเกรน หรือบางรายก็อาจจะมีอาการที่รุนแรงกว่านั้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook