
Xiaomi ได้เปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีเทคโนโลยีฝั่งไว้ในตัวเยอะมากอย่าง Mi 11 ไปสักพักหนึ่ง โดยคาดว่ามือถือรุ่นนี้จะเริ่มจำหน่ายในประเทศไทย และทั่วโลกช่วงปลายเดือน กุมภาพันธ์ นี้ แต่ก่อนที่คุณจะเลือกเป็นเจ้าของ ทีม Sanook Hitech ขอนำเสนอการทดลองจริงกับมือถือรุ่นนี้ให้คุณได้รับชมกัน พร้อมแล้วเรามาดูกันเลย
ภายในกล่องของ Mi 11 จะมาพร้อมกับอุปกรณ์ที่มาครบไม่ว่าจะเป็น
เริ่มต้นกับหน้าจอที่มีส่วนโค้งทั้งหมด 4 มุมด้วยกันขนาดของหน้าจออยู่ที่ 6.81 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอ WQHD+ และเป็นแบบ AMOLED ที่ให้แสงสว่างเรียกว่าสู้กับแดดได้สบาย และกระจกเป็นแบบ Gorilla Glass Victus

ส่วนบนจะมีลำโพงสนทนา กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รวมไปถึงเซนเซอร์ต่างๆ ของหน้าจอเช่นเดียวกัน ส่วนติ่งของกล้องสามารถกดปิดได้โดยการเข้าไปที่ Setting (ตั้งค่า) > การแจ้งเตือนและศูนย์ควบคุม (Notification & Control Center)

ส่วนล่างจะเป็นปุ่มควบคุมของระบบ Android เบื้องต้นจะเป็นค่า การนำทางแบบปุ่ม แต่สามารถเข้าไปเปลี่ยนได้ที่ Setting (ตั้งค่า) > Home Screen (หน้าจอหลัก) > Navigation การนำทาง สามารถเปลี่ยนได้ 2 แบบคือ

นอกจากนี้ยังมีการทำปุ่มลัดและการปิดใช้งานปุ่มลัดอัตโนมัติอีกด้วย
รอบตัวเครื่องเฟรมทำจากอะลูมิเนียมอย่างดีฝั่งซ้ายไม่มีปุ่มกด แต่จะเว้นร่องให้กับเสาอากาศ

ส่วนฝั่งขวามาพร้อมกับปุ่มปรับระดับเสียง, ปุ่ม Power สำหรับไว้กดปิด หรือ กด 2 ครั้งเพื่อสั่งเข้ากล้องได้

ส่วนบนจะมีโลโก้ Harman/Kardon พร้อมกับลำโพงตัวที่ 2, ไมโครโฟน, IR Blaster สำหรับใช้ร่วมกับ Mi Remote

ส่วนล่างมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบคู่ ซึ่งต้องกับด้านถึงจะเจอช่องใส่ซิมที่ 2, USB-C, ไมโครโฟนหลัก และลำโพงตัวหลักที่มีขนาดใหญ่



พลิกมาด้านหลังถือว่าเป็นจุดเด่นเลยก็ว่าได้สำหรับ Mi 11 เพราะมีกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัวที่อยู่ด้านบน รายละเอียดไปดูในส่วนรีวิวกล้องได้ครับ แต่ทีนี้จะมาพูดถึงด้านหลังว่ามันหรูหราเพราะทำจากวัสดุกระจกเหมือนกับด้านหน้า รองรับ Wireless Charge, NFC ภายในตัวและสีฟ้าเป็นแบบสะท้อนแสงที่สวยงามมาก

ภาพรวมการออกแบบของ Mi 11

เมื่อได้สัมผัสมือถือรุ่นนี้ต้องบอกว่าจุดเด่นคือน้ำหนักของเครื่องเพียง 196 กรัม แต่ได้sหน้าจอที่ใหญ่และสวยงามเพราะมีส่วนโค้งที่กำลังดีใช้ได้เลยครับ เพียงแต่ว่าสิ่งที่ยังแนะนำอยู่คือการใส่เคสเพราะตัวเครื่องค่อนข้างลื่นพอสมควร
รายละเอียดสเปกของ Mi 11
ผลการทดสอบประสิทธิภาพ / การทดลองเล่นเกม

ผลการทดสอบประสิทธิภาพจาก AnTuTu = สุงสุดที่ทำได้ 696,238 คะแนน

ผลการทดสอบประสิทธิภาพจาก Geekbench 5 = 1,120 คะแนน (Single Core) | 3,507 คะแนน (Multi Core)

เรียกได้ว่าขุมพลัง Snapdragon 888 ทำได้ไม่ผิดหวังเรื่องความแรง เพราะแซงทุกเครื่องที่ทดสอบในช่วงปลายปี 2020 และ ต้นปี 2021 และในเรื่องของการเล่นเกมก็มีฟีเจอร์เกี่ยวกับการเล่นเกมทำให้เครื่องรุ่นนี้ เพิ่มประสิทธิภาพ, เคลียร์ RAM, ป้องกันการแจ้งเตือน ทำให้เล่นเกมได้สนุกมากขึ้น

การเชื่อมต่อไร้สาย / การนำทาง

การเชื่อมต่อของมือถือรุ่นนี้รองรับ 5G ทั้งแบบ SA/NSA สามารถใช้งานได้ครบทุกความถี่ในประเทศไทย นอกจากนี้ยังใช้ Wi-Fi 6 ได้ พร้อมกับ Bluetooth 5.1 นอกจากนี้ยังสามารถใช้นำทางได้อย่างดีเลยครับ เพราะรองรับ A-GPS, GPS มาแบบครบเครื่อง
การแสดงผลหน้าจอ / ระบบเสียงของเครื่อง


ด้านหน้าจอก็มาให้สุดตั้งแต่ ขนาด 6.81 นิ้ว ความละเอียด 3200x1440 พิกเซล หรือ WQHD+ ถ้าละเอียดมากอย่างเดียวคงไม่พอ Panel แบบ AMOLED ยังให้สีสันที่ตรงพร้อมกับ ความสว่าง 1,500 nits สู้แสงได้อย่างสบายๆ เลยครับ และมีค่า Refresh Rate สูงสุดที่ 120Hz ไม่มีปรับ Adaptive นะครับ



ส่วนระบบเสียงเป็นลำโพงคู่ทั้งบนและล่างมาพร้อมการปรับแต่งรูปแบบของเสียงที่มาแบบจัดเต็มเลยครับเพราะมีการปรับจูนโดย Harman / Kardon ให้ Profile ภายในมีทั้งหมด 3 รูปแบบด้วยกัน คุณภาพเสียงถือว่าดังกังวานอยู่พอสมควร แต่การปรับจูนนี้จะใช้ได้กับ ลำโพงตัวเครื่องเพราะถ้าเป็น Bluetooth จะไม่สามารถปรับแต่งโดย Harman / Kardon ได้
ระบบปฏิบัติการ / ฟีเจอร์ภายใน / ระบบความปลอดภัย


ระบบปฏิบัติการของ Mi 11 มาพร้อมกับ Android 11 และ MIUI 12 ยังมาพร้อมกับเครื่องมือครบเครื่อง แต่อาจจะยังมีการกินทรัพยากรบ้าง แต่ข่าวดีว่ามันจัได้ไปต่อกับ MIUI 12.5 ที่มีจุดเด่นคือ มันจะ Clean และสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องมากกว่า นอกจากนี้ยังมา Apps ติดเครื่องนอกน้อยลง และยังลบออกเพิ่มได้ด้วย

ฟีเจอร์หลักๆ ของ Mi 11 จะมาพร้อมกับลูกเล่นครบในแบบฉบับของ Xiaomi ยังเน้นเรื่องของการใช้งานจริงเช่น เครื่องอัดเสียง, เครื่องอัดภาพหน้าจอ, Mi Remote ไว้สำหรับสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องคิดเลข และ Application ของ Google หากไม่พอ สามารถโหลดเพิ่มด้วย Google Play Store

นอกจกานี้ในส่วนของ Gallery สามารถปรับแต่งภาพได้หลากหลาย โดยสามารถลบวัตถุออกจากภาพได้ผ่านฟีเจอร์ AI Easer 2.0 หรือจะปรับแต่งวิดีโอได้ในตัว

ส่วนระบความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบสแกนนิ้วแบบ Optical ที่ทำงานได้ไวมาก พร้อมกับระบบสแกนใบหน้าที่สามารถสแกนหน้าได้ 2 แบบ แต่ยังไม่รองรับการใส่หน้ากากอยู่ดี
เปิดกล้องลองถ่ายภาพด้วย Mi 11

สำหรับกล้องของ Mi 11 จะประกอบไปด้วย กล้องหลัง 3 ตัว และกล้องหน้า 1 ตัวได้แก่
ฟีเจอร์ของกล้อง Mi 11

หน้าตาเมนูกล้องยังไม่เหมือนกับ Xiaomi ทั่วไป แต่ลูกเล่นของกล้อง Mi 11 ที่มาครบเครื่องไม่ว่าจะเป็น โหมด โปรที่สามารถตั้งให้บันทึกเป็นแบบ RAW File และยังมีฟิลเตอร์เยอะมาก พร้อมกับ Telemacro จะมีความโดดเด่นในเรื่องการเก็บรายละเอียดที่ดีมากกว่า และมีละลายหลังได้ด้วย
ภาพตัวอย่างจาก Mi 11
ภาพกลางวัน / แสงปกติ
Ultra Wide
1x
2x
ระยะสูงสุด 30x
ภาพกลางคืน / แสงน้อย



ภาพโหมดปกติ
์Night Mode
ภาพรูปแบบอื่นๆ เช่น การถ่ายภาพอาหาร, ภาพ Macro, และอื่นๆ เป็นต้น





ฟีเจอร์การถ่ายวิดีโอของ Mi 11

นอกจากภาพนิ่งที่มีดีหลายเรื่อง มาดูกับวิดีโอกันบ้าง โดยมือถือรุ่นนี้ถ่ายวิดีโอได้ความละเอียดสูงสุด 8K 30 FPS, 4K 60 FPS, 1080P 240 FPS ลูกเล่นมาแบบเต็มๆ ทั้งสามารถถ่ายแบบปกติ, ใส่ฟิลเตอร์ เลือกความฟรุ้งฟริ้งได้ และยังมีโหมดที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็น
ผลงานกล้องหน้าของ Mi 11 ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล เป็นอย่างไร


มาดูกล้องหน้ากันดีกว่า กับความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 1080p เท่านั้น และมีลูกเล่นมาแบบครบ การปรับ Beauty Mode, ละลายหลังได้ด้วย
แบตเตอรี่ / ระบบชาร์จไฟ

สำหรับแบตเตอรี่ขนาด 4600 mAh แม้ว่าอาจจะมีขนาดน้อยกว่าคู่แข่ง เท่าที่ได้ทดลองใช้ในกลุ่มเรือธง แต่ก็มากกว่ารุ่นเรือธงของค่ายนี้ จากการทดลองประสิทธิภาพผ่าน PCMark ทำได้ 12:15 ชั่วโมง แต่เมื่อเทียบกับการใช้งานจริง ถ้าใช้งานไม่ได้มีการประมวลผลมาก หรือ Standby และใช้งาน Social Network ถือว่ารอดได้ทั้งวัน แต่เล่นเกม และมีประมวลผลหนัก ๆ จะอยู่ได้ราวๆ 7, 8 ชั่วโมงเท่านั้น

สำหรับระบบชาร์จไฟของ Mi11 จะมาพร้อมกับ Adapter ชาร์จไฟ 55W ติดกล่อง โดยที่ชาร์จนี้ใจดีจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์รองรับกำลังไฟ แบบเดียวกันตั้งแต่ Tablet หรือ Notebook ได้เช่นเดียวกัน ส่วนชาร์จไฟไร้สาย กำลัง 50W โดยจะต้องเป็นอุปกรณ์ของทาง Xiaomi และ ชาร์จไฟให้อุปกรณ์หรือ Reverse Charge 10W

เรียกได้ว่าเป็นมือถือที่หน้าตาอาจจะดูธรรมดาไปหน่อยแต่ว่าเมื่อได้ลองใช้งานแล้วก็จะพบว่ามันไม่ธรรมดาเพราะมีความหรูหราและสวยงามไปในตัวลูกเล่นต่างๆ ถือว่าใส่มาเยอะ เน้นความลื่นไหลมากขึ้นกว่าเดิม แม้ว่า RAM จะมีแค่ 8GB ฟังดูน้อยไปนิดหน่อยก็ตาม
แต่ Mi 11 ก็จะมาพร้อมกับความใหม่สุดของ Xiaomi ทุกด้านที่เรียกได้ว่าเป็นอีกมือถือที่น่าจับจองอีกตัวหนึ่ง เพียงแต่ราคาของมันนั้นมีดังนี้
ส่วนโปรโมชั่นของ Mi 11 จะมีรายละเอียดดังนี้

คู่แข่งที่จะเปรียบเทียบกันได้ของมือถือรุ่นนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Huawei P40, OPPO Find X2 และ Samsung Galaxy S21 ครับ ซึ่งตัวที่น่าชนสุดและออกมาปีเดียวกันเห็นทีจะเป็น Samsung ซึ่งคุณต้องลองไปเปรียบเทียบกันเอง แต่ถ้า โจทย์ของคุณระบุขุมพลัง Snapdragon 888 เพราะอยากลองความเร็ว ก็คงจะต้องเลือก Mi 11 เท่านั้นครับ
จุดเด่น
ข้อสังเกต
อัลบั้มภาพ 23 ภาพ