ปัญหาสายชาร์จ iPhone พังง่ายจะหมดไป เมื่อ Apple จดสิทธิบัตรสายชาร์จแบบใหม่ พัฒนาความแข็งแรงทนทาน

ปัญหาสายชาร์จ iPhone พังง่ายจะหมดไป เมื่อ Apple จดสิทธิบัตรสายชาร์จแบบใหม่ พัฒนาความแข็งแรงทนทาน
แบไต๋

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้ใช้งาน iPhone หลาย ๆ ท่านคงต้องประสบกับปัญหากวนใจอย่างหนึ่ง จากการใช้งานที่ไม่ได้เกี่ยวกับตัวเครื่อง เมื่อพูดแบบนี้หลายคนคงนึกออกกันแล้วว่ามันคือปัญหาอะไร ซึ่งปัญหาที่ว่านั่นก็คือ ปัญหาสายชาร์จที่ไม่ทนทานนั่นเอง

มันมักจะปริขาดหลุดลุ่ย หลังจากผ่านการใช้งานไปสัก 1 ถึง 2 ปี จนขดลวดทองแดงข้างในปรากฏออกมาให้เห็น หรือมันอาจจะเกิดการงอหรือหักภายในจนไม่สามารถชาร์จอุปกรณ์ของคุณได้เลย (บางครั้งอาจสังเกตได้ว่าสายชาร์จมีการเปลี่ยนสีจากสีขาวกลายเป็นสีเหลืองอีกด้วย) จึงทำให้ต้องเสียเงินเปลี่ยนสายชาร์จอยู่บ่อย ๆ ซึ่งราคาก็ไม่ได้เป็นมิตรเอาซะเลย ครั้นจะเปลี่ยนไปใช้สินค้าที่ไม่ได้มาจาก Apple ก็เสี่ยงในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยระหว่างการชาร์จ รวมไปถึงสุขภาพของแบตเตอรี่อีกด้วย

1522337-20210211060019-7f41ce6
1522337-20210211060020-6fa877f

แต่ดูเหมือนว่าทาง Apple เองก็กำลังหาวิธีที่จะพัฒนาสายชาร์จให้มีความแข็งแรง ทนทานขึ้น เมื่อ AppleInsider ได้เผยว่า Apple ได้ยื่นจดสิทธิบัตรสายชาร์จในชื่อ ‘Cable with Variable Stiffness’ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2021 ที่ผ่านมา โดยมีใจความหลักอยู่ที่การเพิ่มความหนาของสายชาร์จด้วยวัสดุหลายชั้นนั่นเอง

รายละเอียดสิทธิบัตรที่ทาง Apple ได้ยื่นจดกับกรมทรัพย์สินทางปัญญานั้น ระบุเอาไว้ว่า นวัตกรรมสายชาร์จแบบใหม่ของ Apple จะมีการเพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวสายมากขึ้นถึง 3 ชั้น โดยเส้นแรก (ชั้นใน) จะเป็นสายเคเบิลที่หยืดหยุ่นได้ดี เส้นนอกสุดจะเป็นสายเคเบิลที่มีความแข็งแรงทนทานมากกว่าเส้นแรก และเส้นที่สำคัญที่สุด จะสอดอยู่ระหว่างเส้นในและเส้นนอก (ดูจะเป็นเส้นลำดับที่สอง) ที่นอกจากจะมีความแข็งแรงแล้ว ยังสามารถโค้งงอได้หลายระดับ เป็นกรรมวิธีที่จะทำให้สายมีความยืดหยุ่นและทนทานขึ้นตลอดทั้งเส้น

ซึ่งข้อดีของการนำนวัตกรรมดังกล่าวมาพัฒนาคุณภาพของสายชาร์จไม่เพียงแต่จะเสริมสร้างความพึงพอใจให้แก่เหล่าผู้ใช้งานแล้ว แต่ยังเป็นการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ลงได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ Apple จะยื่นจดสิทธิบัตรนวัตกรรมการพัฒนาสายชาร์จแบบใหม่ที่เพิ่มความทนทานนี้แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เป็นการยืนยันว่า Apple จะนำนวัตกรรมทั้งหมดนี้มาผลิตเป็นสายชาร์จแบบใหม่ ดังนั้นเหล่าสาวก Apple อย่างเรา ๆ คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดกันต่อไป